โพล เผย ประชาชน 97.8% คนหนุนยึดทรัพย์คดีจำนำข้าว

โพล เผย ประชาชน 97.8% หนุนกรมบังคับคดียึดทรัพย์คดีจำนำข้าว และคดีทุจริตทุกคดี เชื่อมั่นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แก้โกงได้ดีขึ้น

ชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็น เรื่องผลของคดีจำนำข้าวต่อการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของประเทศ ทำการสำรวจระหว่าง วันที่ 30 ส.ค.-1 ก.ย. ที่ผ่านมา จำนวน 1,296 ตัวอย่างพบว่า ร้อยละ 92.6 ทราบข่าวนักการเมือง บุคคลมีชื่อเสียง ถูกตัดสินคดีทุจริตคอร์รัปชั่นแล้วโดย ร้อยละ 97.8 สนับสนุนให้กรมบังคับคดี ดำเนินการยึดทรัพย์ในคดีจำนำข้าว และคดีทุจริตทุกคดี

ทั้งนี้ ประชาชนร้อยละ 91.9 เชื่อมั่นว่าการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นจะดีขึ้น หลังมีการตัดสินคดีทุจริตที่เกิดขึ้นกับนักการเมือง และบุคคลมีชื่อเสียงในสังคม รวมถึงร้อยละ 92.8 ยังเชื่อมั่นว่าประเทศไทยในยุคลรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะแก้ปัญหาทุจริตได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานที่จะช่วยแก้ปัญหาทุจริต พบว่า เชื่อมั่นในศาลมากสุด ถึงร้อยละ 96.5, รองลงมาคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาต (ป.ป.ช.) ร้อยละ 96.1 และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ร้อยละ 96.0

สรยุทธ สุทัศนะจินดา เริ่มปรับตัวในเรือนจำได้ดีขึ้น แต่ยังท้องผูก

สรยุทธ สุทัศนะจินดา เริ่มปรับตัวในเรือนจำได้ดีขึ้น แต่ยังท้องผูก เจ้าหน้าที่เตรียมแยกแดนหลังอยู่ครบ 15 วัน

นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยถึงการใช้ชีวิตของ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ต้องขังคดียักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลา บ.อสมท. ซึ่งศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุก 13 ปี 4 เดือน อยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่า นายสรยุทธ์ สามารถปรับตัวและใช้ชีวิตในเรือนจำได้ดีขึ้น ทำกิจวัตรประจำวัน ตื่นเช้า ล้างหน้าแรงฟัน เคารพธงชาติ แต่ยังมีปัญหาเรื่องของท้องผูกอยู่บ้าง เพราะอาจจะยังไม่คุ้นชินกับการใช้ห้องน้ำในเรือนจำ

ซึ่งขณะนี้ นายสรยุทธ ยังคงอยู่ในแดนแรกรับ ใช้ชีวิตรวมกับผู้ต้องขัง ที่มักจะมีนักโทษเวียนเข้า ออก และมีผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นผู้ช่วย เจ้าหน้าที่ คอยดูแลนักโทษใหม่อยู่ และภายหลังจาก นายสรยุทธ อยู่ในเรือนจำได้ 15 วัน ก็จะทำการแยกแดน ส่วนความรู้ความสามารถที่ นายสรยุทธ มีอยู่นั้น พอจะช่วยเหลืองานเจ้าหน้าที่ด้านใดได้บ้าง คงต้องรอให้แยกแดนก่อน

เร่งเก็บลายนิ้วมือรถสายตรวจลาดพร้าว เอี่ยวเปิดทางพา ‘ยิ่งลักษณ์’ หนี

ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ระบุ อยู่ระหว่างเร่งพิสูจน์ทราบหลักฐานรถสายตรวจลาดพร้าว หาเบาะแสคน – รถเอี่ยวเปิดทางพา ‘ยิ่งลักษณ์’ หลบหนี

พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีเข้าตรวจเก็บหลักฐานภายในรถของสายตรวจ สน.ลาดพร้าว ที่เป็นหนึ่งในรถต้องสงสัยช่วยเหลือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงดำแหน่งทางการเมืองหลบหนี ว่า ผลการตรวจพิสูจน์หาบุคคลที่เกี่ยวข้องภายในรถคันดังกล่าว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งจะต้องใช้เวลาสักระยะ แต่จะเร่งรัดให้ทราบผลโดยเร็วที่สุด

แต่ทั้งนี้ การหาข้อมูลเบาะแสเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฎ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจำเป็นที่จะต้องตรวจเก็บตัวอย่างลายนิ้วมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับรถคันดังกล่าวทั้งหมด เพื่อประกอบการเปรียบเทียบ แต่ด้วยรถมีผู้ใช้งานหลายคน และเจ้าหน้าที่มีการผลัดเปลี่ยนเวร จึงอยู่ระหว่างทยอยเข้าให้เก็บตัวอย่าง โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถตรวจเก็บตัวอย่างลายนิ้วมือได้แล้วประมาณ 2-3 นาย