สภานิสิตจุฬาฯ แถลงไม่ยอมรับคำสั่งปลด ‘เนติวิทย์’ ขอโอกาสให้แก้ข้อกล่าวหา

สภานิสิตจุฬาฯ แถลงไม่ยอมรับคำสั่งปลดเนติวิทย์ จี้คณะกรรมการชี้แจง และขอให้เปิดโอกาสให้แก้ข้อกล่าวหา

จากกรณีที่นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ ถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานสภานิสิตจุฬาฯ ซึ่งเจ้าตัวจะขออุทธรณ์ต่อทางมหาวิทยาลัย อ่านต่อ >> จุฬาฯ สั่งปลด เนติวิทย์ พร้อมเพื่อน 4 คน พ้นสมาชิกสภานิสิต

ล่าสุด เฟซบุ๊ก สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย SCCU ได้แถลงการณ์เป็นประกาศข้อความเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ระบุว่า

ตามที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีคำสั่งที่ ๔๙๒๙/๒๕๖๐ เรื่อง ให้สมาชิกสภานิสิตสามัญพ้นจากตำแหน่ง กรณีที่สมาชิกสภานิสิตสามัญถูกลงโทษตัดคะแนนความประพฤตินิสิตจำนวน ๒๕ คะแนน ในข้อกล่าวหาที่ว่าสมาชิกสภานิสิตสามัญกลุ่มนี้ได้ประพฤติตนไม่เหมาะสม โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๐ ตามคำสั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ ๔๙๒๘/๒๕๖๐

สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอันมาจากการเลือกตั้งของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงจุดยืนไม่ยอมรับคำสั่งทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าว และขอเรียกร้องให้คณะกรรมการชี้แจงกระบวนการพิจารณาและข้อกล่าวหาอย่างชัดเจนแก่นิสิตที่ถูกสอบสวน รวมทั้งเปิดโอกาสให้นิสิตที่ถูกสอบสวนได้มีระยะเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานและแก้ข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่ในชั้นของการอุทธรณ์ต่อไป

นอกจากนี้ สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังขอแสดงความกังวลต่อกระบวนการสอบสวนทางวินัยกับอาจารย์ที่เข้าไปทำร้ายร่างกายนิสิตที่ไม่มีความคืบหน้าออกมาแต่อย่างใด ให้เกิดความเป็นธรรมต่อนิสิตที่ถูกกระทำความรุนแรงด้วย

สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๐

ที่มา Netiwit Chotiphatphaisal

อุตุฯ เผย เหนือ-อีสาน ยังคงมีฝนมาก กทม.มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่

อุตุฯ เผยไทยยังคงมีฝนน้อยลง เว้นแต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกมากกว่าภาคอื่น ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่

วันนี้(1 ก.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนน้อยลง เว้นแต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกมากกว่าภาคอื่น ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบลุ่ม ที่ลาดเชิงเขาระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง เว้นแต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกมากกว่าภาคอื่น อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “มาวาร์”แล้ว คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะฮ่องกงและประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 3-4 ก.ย.60 นี้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และสกลนคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทึ่ง! ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง แต่ภาพปฏิทินรูปในหลวง ร.9 ไม่เสียหาย

เกิดไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลังใน จ.สุรินทร์ แต่ภาพปฏิทินรูป ในหลวง ร.9 ที่อยู่ภายในบ้านกลับไม่ไม่เสียหาย

ศูนย์วิทยุ สภ.ดอนแรด ต.ดอนแรด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้ ที่บ้านเลขที่ 122 หมู่ที่ 3 บ้านหาญฮี ต.ดอนแรด เข้าให้การช่วยเหลือใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ โดยเพลิงได้ไหม้บ้านเสียหายไปจำนวน 3 หลัง ซึ่งบ้านต้นเพลิงถูกไฟไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง ส่วนบ้านข้างเคียงเสียหายเป็นบางส่วน

จากการสอบสวน นางวิลัย สวัสดี อายุ 46 ปี เจ้าของบ้านต้นเพลิง เปิดเผยว่า ในขณะที่เกิดเหตุตนนั่งเล่นอยู่บ้านตรงข้าม จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังอยู่บนบ้าน สักพักก็เห็นกลุ่มควันพุ่งออกมาทางหน้าต่างบนห้องนอนชั้นสอง ตนจึงได้รีบวิ่งมาดู แต่ต้องรีบกลับลงมาเพราะว่ามีกลุ่มควันหนาทึบจนมองอะไรไม่เห็นทำให้ไม่สามารถขึ้นไปเอาทรัพย์สินใดๆ ลงมาจากบ้านได้

ส่วนบ้านข้างเคียงที่อยู่ติดกันและเกิดเพลิงไหม้ไปด้วยทั้งสองหลัง ก็เป็นบ้านของน้องชายและน้องสาวซึ่งก็ไม่มีใครอยู่ เพราะไปทำงานกันหมดเช่นกัน จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ จงจำ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ดอนแรด ก็ได้สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร และในขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในบ้านจึงอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดเพลิไหม้ได้ ซึ่งต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง พร้อมกับประเมินค่าเสียหาย

ภายหลังจากเพลิงได้สงบลงไปแล้ว นางวิลัย เจ้าของบ้าน จึงได้เดินตรวจสอบบริเวณบ้านของตนที่ถูกเพลิงไหม้ เพื่อหาทรัพย์สินที่ยังคงเหลืออยู่ แต่กลับพบภาพปฏิทินของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่แขวนอยู่ในบ้าน ซึ่งอยู่ในสภาพที่ยังสมบูรณ์ไม่ถูกเพลิงไหม้ไปด้วย ซึ่งทุกคนที่ได้เห็นต่างก็เชื่อว่าพระองค์ยังทรงอยู่กับพวกเราชาวไทยตลอดไป ไม่ทรงหายไปไหน ซึ่งสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่สูญเสียในครั้งนี้อย่างหาที่สุดมิได้