ศาลฎีกาออกหมายจับ ยิ่งลักษณ์ ให้ตำรวจจับกุมส่งศาลได้ทันที

ศาลฏีกานักการเมือง ออกหมายจับ “ยิ่งลักษณ์” ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับกุมตัวส่งศาลตั้งแต่ 27 ก.ย. เป็นต้นไป เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกหมายจับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยคดีปล่อยปละละเลยไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว

ซึ่งศาลพิพากษาว่า กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 (เดิม) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 มาตรา 123 / 1 เป็นกรรมเดียวความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริต เป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ให้ลงโทษจำคุกมีกำหนด 5 ปี

จึงให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการติดตามจับกุมตัว นางสาวยิ่งลักษณ์ จำเลยไปส่งที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นับแต่วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560 เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายกฯปัดตอบ ยิ่งลักษณ์อยู่อังกฤษ โยนตำรวจเป็นผู้ชี้แจง

นายกรัฐมนตรี ปัดตอบ “ยิ่งลักษณ์” หลบหนีคดีพำนักอยู่ที่ประเทศอังกฤษ โยนตำรวจเป็นผู้ชี้แจง 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงประเทศปลายทางที่ใช้เป็นสถานที่พำนักของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการหลบหนีคดีปล่อยปละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ว่า ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ชี้แจง พร้อมปฏิเสธตอบว่านางสาวยิ่งลักษณ์ อยู่ที่สหราชอาณาจักร จริง หรือ ไม่

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า การลงทุนระหว่างประเทศส่วนตัวก็ดูอยู่ จึงไปทุกประเทศและยืนยันเสมอว่าจะจัดการการทุจริตให้ได้ ถ้าบริษัทใดถูกเรียกเงินหรือสินบน แจ้งตนเองได้โดยตรง แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครแจ้ง ส่วนในประเทศก็มาบอกคนนั้นคนนี้โกง ก็แปลก ส่วนตัวไม่ทราบ และเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาหาเสมอ คนที่มาพบก็มาอย่างเปิดเผยไม่เคยไปแอบคุยกัน ไม่ได้ไปเจอกันที่โรงแรม ตัดปัญหาคือมาเจอกันที่ทำเนียบรัฐบาล มาเจอกันต่อหน้าคนอื่น ไม่เคยไปกินข้าวที่โรงแรม ภรรยาและลูกก็อยู่บ้านกันตลอด

ซึ่งครอบครัวตนเองเสียสละ เพราะรักและต้องอยู่กับตนเอง และส่วนตัวไม่ได้เรียกร้องให้ใครสนใจ เพราะได้เลือกเองว่าจะมายืนตรงนี้ แต่ทุกคนต้องช่วยไม่ให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก ต่างประเทศก็สนใจไทยในเรื่องประชาธิปไตย การละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นกติกาสังคมโลกที่เราเลี่ยงไม่ได้ จะต้องทำให้ประเทศเดินหน้า ลดความขัดแย้ง พร้อมแก้ปัญหาทั้งหมด

“พล.อ.ประยุทธ์” ยังกล่าวว่า ขณะนี้มีความขัดแย้งอยู่เยอะเรื่องของกฎหมาย 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนตัวมุ่งมั่นตรวจสอบทุจริต ต้องปรับเปลี่ยนกฎหมาย และระเบียบจำนวนมาก แต่ปัญหาก็อยู่ที่การทำความเข้าใจกับประชาชน เนื่องจากระดับการรับรู้ไม่เท่ากัน ซึ่งได้ติดตามสถานการณ์การทุจริตอย่างใกล้ชิด และพยายามให้ได้ข้อยุติตามกระบวนการยุติธรรม แต่วันนี้ต้องยอมรับโลกเปลี่ยนไป มีการนำเสนอข่าวเยอะขึ้น ประชาชนฟังข่าวจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง จนสับสน แต่ก็ห้ามไม่ได้

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องให้ได้ เพราะกฎหมายบังคับกับทุกคนอย่างเท่าเทียม มุ่งหวังทำให้เกิดความสงบสุข ไม่เช่นนั้นจะเอากฎหมายมาเป็นข้อขัดแย้ง ใช้เป็นเครื่องมือทำลายซึ่งกันและกัน ซึ่งส่วนตัวไม่เคยคิดแบบนั้น รัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เมื่อผ่านกระบวนการยุติธรรมไปแล้ว จึงตัดสินได้ว่ามีความผิด

อย่างไรก็ตาม วันนี้คนไทยมักแบ่งหน้าที่กันเป็นส่วนๆ แต่ไม่เข้าใจในภาพรวม เมื่อไม่เข้าใจภาพรวมก็ตัดสินกันเองว่าผิดกันทั้งหมด ความผิดมีอยู่แล้วแต่ต้องดูให้ออกผิดอย่างไร ลงโทษอย่างไร ไม่ใช่เหมารวมทั้งหมด ที่ส่วนตัวพูดไม่ได้แก้ตัว และยืนยันตั้งใจประกาศเจตนารมณ์รัฐบาลว่าประเทศไทยต้องแก้ปัญหาทุจริตให้ได้

ผู้การนนทบุรียัน ลูกระเบิดปืนใหญ่กว่า 400 ลูกที่ยึดได้เป็นของเก่า ไม่โยงป่วนการเมือง

ผู้การนนทบุรี ยันลูกระเบิดปืนใหญ่กว่า 400 ลูก ที่ยึดได้เป็นของเก่า ยันไม่โยงป่วนการเมือง-ตัดสินจำนำข้าว จ่อเอาผิดผู้ครอบครอง

พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผย สำนักข่าวว่า หัวลูกระเบิดปืนใหญ่กว่า 400 ลูก ที่ตรวจพบภายในโรงงานของบริษัทลูกอัดและเศษเหล็ก ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ไม่ใช่ระเบิดแสวงเครื่อง หรืออาวุธ ที่พร้อมใช้งาน แต่เป็นหัวลูกระเบิดเก่าที่ส่วนใหญ่มีแต่เปลือกเหล็กของลูกระเบิดไม่มีดินปืนแล้ว

คาดว่า นายสมชาย ชาสวงน อายุ 40 ปี ลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการระเบิด น่าจะทำการผ่าแยกชิ้นส่วนลูกระเบิดดังกล่าวโดยไม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่ามีเศษดินปืนตกค้าง เมื่อเจอความร้อนและประกายไฟจึงเกิดการระเบิดขึ้น ยืนยันว่าหัวลูกระเบิดปืนใหญ่ที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด ไม่ใช่การสร้างสถานการณ์ทางการเมืองแต่อย่างใด แม้อาจจะมองว่าเป็นไปได้ เนื่องจากวันนี้ ( 27 ก.ย.) มีการพิพากษาตัดสินคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ผู้บังคับการตำรวจภูธรนนทบุรี กล่าวว่า ลูกระเบิดปืนใหญ่ดังกล่าวเป็นของที่ห้ามมีไว้ในการครอบครอง ซึ่งจากนี้ต้องไปตรวจสอบว่าเจ้าของโรงงาน ซึ่งให้การอ้างว่ารับซื้อมาจากร้านขายของเก่า ย่านราษฏร์บูรณะ นั้นทางร้านรับซื้อมาจากที่ใด เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ส่วนของกลางที่ยึดได้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ EOD ได้ทำการตรวจสอบแล้วและจะะมีการนำไปทำลายตามขั้นตอนต่อไป