นายกรัฐมนตรี ปัดตอบ “ยิ่งลักษณ์” หลบหนีคดีพำนักอยู่ที่ประเทศอังกฤษ โยนตำรวจเป็นผู้ชี้แจง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงประเทศปลายทางที่ใช้เป็นสถานที่พำนักของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการหลบหนีคดีปล่อยปละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ว่า ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ชี้แจง พร้อมปฏิเสธตอบว่านางสาวยิ่งลักษณ์ อยู่ที่สหราชอาณาจักร จริง หรือ ไม่
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า การลงทุนระหว่างประเทศส่วนตัวก็ดูอยู่ จึงไปทุกประเทศและยืนยันเสมอว่าจะจัดการการทุจริตให้ได้ ถ้าบริษัทใดถูกเรียกเงินหรือสินบน แจ้งตนเองได้โดยตรง แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครแจ้ง ส่วนในประเทศก็มาบอกคนนั้นคนนี้โกง ก็แปลก ส่วนตัวไม่ทราบ และเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาหาเสมอ คนที่มาพบก็มาอย่างเปิดเผยไม่เคยไปแอบคุยกัน ไม่ได้ไปเจอกันที่โรงแรม ตัดปัญหาคือมาเจอกันที่ทำเนียบรัฐบาล มาเจอกันต่อหน้าคนอื่น ไม่เคยไปกินข้าวที่โรงแรม ภรรยาและลูกก็อยู่บ้านกันตลอด
ซึ่งครอบครัวตนเองเสียสละ เพราะรักและต้องอยู่กับตนเอง และส่วนตัวไม่ได้เรียกร้องให้ใครสนใจ เพราะได้เลือกเองว่าจะมายืนตรงนี้ แต่ทุกคนต้องช่วยไม่ให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก ต่างประเทศก็สนใจไทยในเรื่องประชาธิปไตย การละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นกติกาสังคมโลกที่เราเลี่ยงไม่ได้ จะต้องทำให้ประเทศเดินหน้า ลดความขัดแย้ง พร้อมแก้ปัญหาทั้งหมด
“พล.อ.ประยุทธ์” ยังกล่าวว่า ขณะนี้มีความขัดแย้งอยู่เยอะเรื่องของกฎหมาย 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนตัวมุ่งมั่นตรวจสอบทุจริต ต้องปรับเปลี่ยนกฎหมาย และระเบียบจำนวนมาก แต่ปัญหาก็อยู่ที่การทำความเข้าใจกับประชาชน เนื่องจากระดับการรับรู้ไม่เท่ากัน ซึ่งได้ติดตามสถานการณ์การทุจริตอย่างใกล้ชิด และพยายามให้ได้ข้อยุติตามกระบวนการยุติธรรม แต่วันนี้ต้องยอมรับโลกเปลี่ยนไป มีการนำเสนอข่าวเยอะขึ้น ประชาชนฟังข่าวจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง จนสับสน แต่ก็ห้ามไม่ได้
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องให้ได้ เพราะกฎหมายบังคับกับทุกคนอย่างเท่าเทียม มุ่งหวังทำให้เกิดความสงบสุข ไม่เช่นนั้นจะเอากฎหมายมาเป็นข้อขัดแย้ง ใช้เป็นเครื่องมือทำลายซึ่งกันและกัน ซึ่งส่วนตัวไม่เคยคิดแบบนั้น รัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เมื่อผ่านกระบวนการยุติธรรมไปแล้ว จึงตัดสินได้ว่ามีความผิด
อย่างไรก็ตาม วันนี้คนไทยมักแบ่งหน้าที่กันเป็นส่วนๆ แต่ไม่เข้าใจในภาพรวม เมื่อไม่เข้าใจภาพรวมก็ตัดสินกันเองว่าผิดกันทั้งหมด ความผิดมีอยู่แล้วแต่ต้องดูให้ออกผิดอย่างไร ลงโทษอย่างไร ไม่ใช่เหมารวมทั้งหมด ที่ส่วนตัวพูดไม่ได้แก้ตัว และยืนยันตั้งใจประกาศเจตนารมณ์รัฐบาลว่าประเทศไทยต้องแก้ปัญหาทุจริตให้ได้