ดรามาใบรับรองแพทย์ หลังข้อความเห็นหมอแรง เหน็บทั้งคนป่วย-องค์กร

แชร์ว่อนใบรับรองแพทย์ มีข้อความต่อว่า เลว-เห็นแก่ตัว ทำคนไข้ฉุนหนัก ด้านโซเชียลถกสนั่นมองว่าอาจจะต่อว่าบริษัทก็ได้ เพราะเพิ่มภาระให้แพทย์-คนไข้ ทั้งยังผิดกฎหมายแรงงาน

วันนี้ (27 ก.ย. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความแสดงความเห็น ไม่พอใจคุณหมอรายหนึ่ง ที่ออกใบรับรองแพทย์ให้ เนื่องจากมีข้อความคล้ายตำหนิผู้ป่วยในช่องแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า

#หมอบอกที่นี่มันขยะไม่ใช่โรงพยาบาล!!!
#พวกมาใช้สิทธิ์บัตรประกันสังคมคือ . . . สถุนมาก คำพูดคำจาของมันดูจากใบรับรองแพทย์ที่ออกให้ !! กูเกิดมาเพิ่งเคยเจอหมอแบบนี้ . . . สัสส #เรียนหมอมาได้ไงไร้จรรยาบรรณชิบหาย

ขณะที่ข้อความแสดงความเห็นของหมอที่ระบุในใบรับรองแพทย์ระบุว่า การกรรโชกใบรับรองแพทย์ กรณีหยุดงานไม่เกิน 3 วัน ผิดกฎหมายแรงงาน เลว และเห็นแก่ตัว ทำให้เกิดปัญหาคนไข้ล้นโรงพยาบาล ริดรอนสิทธิคนไข้ คนไข้มีสิทธิหยุด 3 วัน โดยไม่มีใบรับรองแพทย์ต้องมีวันหยุดลาป่วยให้คนไข้ 20-30 วัน/ปี และวันลาป่วยต้องได้ค่าแรง

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่า หมออาจจะว่าบริษัท หรือฝ่ายบุคคลของบริษัทของคนไข้ ที่บังคับให้พนักงานยื่นใบรับรองแพทย์ทุกครั้งที่ลาป่วย แม้จะหยุดวันเดียว ซึ่งหากมองในแง่ของบริษัท หลายองค์กรที่ระบุว่าแม้ลาป่วยวันเดียวก็ต้องใช้ใบรับรองแพทย์นั้น อาจจะมีคนในองค์กรที่ลาป่วยแบบนี้แล้วทำให้กำลังพลเสีย ขณะที่ทางโรงพยาบาลก็ต้องมารับภาระคนไข้ล้น เพิ่มภาระให้แพทย์ และริดรอนสิทธิ์คนไข้คนอื่น

ขณะที่เพจ Drama-addict สงสัยว่า ก่อนที่หมอจะมีอารมณ์เขียนข้อความในลักษณะนี้ คงเกิดเหตุในลักษณะไม่พึงประสงค์ก่อนเป็นแน่ ‘กูเดาได้เลยว่าก่อนหน้าที่หมอจะเขียนแบบนี้มันเกิดไรขึ้น ถถถถถ’

สำหรับการลาป่วยของพนักงานนั้น พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ใน มาตรา 32 ระบุไว้ว่า ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทํางานขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการ

ในกรณีที่ลูกจ้างไม่อาจแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการได้ ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ ในกรณีที่นายจ้างจัดแพทย์ไว้ให้แพทย์นั้นเป็นผู้ออกใบรับรอง เว้นแต่ลูกจ้างไม่สามารถให้แพทย์นั้นตรวจได้ วันที่ลูกจ้างไม่สามารถทํางานได้เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น เนื่องจากการทํางาน และวันลาเพื่อคลอดบุตรตามมาตรา 41 มิให้ถือเป็นวันลาป่วย

ยอดไลค์เพียบ !! “Ms.Yeah” เน็ตไอดอลผู้ทำอาหารกินในออฟฟิศ

“มิสเย่” (Ms.Yeah) สาวออฟฟิศชาวจีน กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังจากคลิปที่เธอนำอุปกรณ์ในออฟฟิศมาใช้ในการทำอาหาร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงไอเดียพิสดารและสร้างสรรค์และไม่เหมือนใคร

นี่คือหนึ่งในคลิปวิดีโอที่ทำให้สาวออฟฟิศธรรมดาๆอย่าง “มิสเย่” กลายเป็นเน็ตไอดอลที่โด่งดังไปทั่วโลก โดยเป็นคลิปที่เธอถอดเอาเคสของ CPU คอมพิวเตอร์ออกมาใช้เป็นกระทะสำหรับทำ “เจียนปิ่ง” หรือแพนเค้กสไตล์จีน

มิสเย่ สาวจีนวัย 23 ปี ซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยชื่อจริง เริ่มอัพโหลดคลิปวิดีโอของเธอเป็นครั้งแรกบนเว็บไซต์ “เว่ยป๋อ” เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งจนถึงตอนนี้ คลิปต่างๆของเธอมียอดเข้าชมรวมกันกว่าหลายล้านครั้งแล้ว

นอกจากการทำแพนเค้กบน CPU แล้ว คลิปอื่นๆของมิสเย่ ก็แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในการดัดแปลงสิ่งของที่มีอยู่ในออฟฟิศ ให้เป็นอุปกรณ์สำหรับประกอบอาหาร ตั้งแต่การทำหม้อไฟด้วยตู้กดน้ำ จนถึงคลิปที่เธอย่างปลาด้วยเปลวไฟบนฝ่ามือ

เมื่อมิสเย่เริ่มมีชื่อเสียง เธอก็เริ่มอัพโหลดวิดีโอลงบนยูทูบ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา และก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีจำนวนผู้ติดตามมากกว่า 6 แสนคน

มิสเย่ เป็นหนึ่งในเน็ตไอดอลชาวเอเชีย ที่ได้ไปร่วมงาน “ยูทูบแฟนเฟสต์” ในฮ่องกง ซึ่งทำให้เธอได้พบปะกับแฟนๆ และได้โชว์การทำอาหารแบบสดๆ ซึ่งเธอบอกว่า ถือเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้เธอได้เปิดโลกทัศน์ และยิ่งทำให้เธอจะอยากมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ด้านทีมงานของมิสเย่ คาดว่าจะสามารถทำรายได้จากค่าโฆษณามากกว่า 50 ล้านหยวน หรือราว 250 ล้านบาทต่อปี

รวบหนุ่มโปแลนด์ บึ้ม ATM เชื่อเตรียมก่อเหตุอีก 3 แห่ง

ผบ.ตร.มั่นใจหลักฐานมัดหนุ่มโปแลนด์บึ้ม ATM หวังชิงเงิน3แสน เชื่อเตรียมก่อเหตุอีกหลายแห่ง ขายผลหาผู้ร่วมขบวนการ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลจับกุม นายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี้ อายุ 38 ปี ชาวโปแลนด์ ผู้ต้องหาตามหมายจับก่อเหตุ ระเบิดตู้ ATM ธนาคารกรุงเทพ ชิงเงินสดกว่า 3 แสน เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา หลังติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพักย่านซอยรามคำแหง 50 โดยยอมรับว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งพนักงานสอบสวน มีพยานหลักฐานที่ชี้ชัดว่าผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดแน่นอน

ทั้งนี้ เบื้องต้นเชื่อว่าผู้ต้องหาก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยมีการวางแผนไว้เป็นอย่างดี โดยหาซื้อวัสดุอุปกรณ์จากประเทศมาเลเซีย เพื่อเตรียมนำมาก่อเหตุอีกไม่ต่ำกว่า 3 คดีในประเทศไทย และจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหามีภรรยาเป็นชาวกัมพูชา และเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย 3-4 ครั้งจึงมีความชำนาญในเส้นทาง จึงได้สั่งการให้ประสานตำรวจสากล เพื่อขอข้อมูลว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุในต่างประเทศหรือไม่ พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วางมาตรการป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ เพื่อก่อเหตุซ้ำ

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหามีปัญหาด้านภาษาในการสื่อสาร แต่ขณะนี้ยอมรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุบางส่วนแล้ว ประกอบกับพยายหลักฐานจึงมั่นได้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุแน่นอน และมีการเตรียมก่อเหตุซ้ำหลังจากที่ก่อเหตุครั้งแรกก่อนเดินทางกลับประเทศโปแลนด์ ส่วนจะมีผู้ร่วมขบวนการหรือไม่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาเพียงคนเดียว และเตรียมขยายผลถึงภรรยาชาวกัมพูชาของผู้ต้องหาด้วย ที่อาจจะมีส่วนในการให้ข้อมูลช่องทางเข้าออกประเทศไทย รวมทั้งการใช้เงินที่ได้จากตู้ ATM ด้วย