ครม. มีมติ ให้ พงศ์พร กลับนั่ง ผอ.สำนักพุทธ เหมือนเดิม

ครม. มีมติ ให้ พงศ์พร กลับนั่ง ผอ.สำนักพุทธ เหมือนเดิม หลังถูกปลดไปช่วยงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา 

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ 26 ก.ย. 60  ที่ประชุมได้มีมติให้ พ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ กลับมาเป็น ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตามเดิม หลังจากมีคำสั่งปลดจากตำแหน่งให้ไปช่วยราชการ ในตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา และให้ พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล พศ. แทนนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.สำนักนายก โดยจะมีผลวันที่ 1 ต.ค. นี้

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กล่าวช่วงหนึ่งหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการมีคำสั่งดังกล่าวว่า เป็นเพราะนายพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ไม่มีความผิดจึงให้มาทำหน้าที่ต่อ ส่วนที่ให้ออกไปก่อนหน้านี้นั้น เป็นเพราะมีจำเป็นบางประการ แต่เมื่อมีการพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการทำงานที่จำเป็นจึงได้ให้กลับมาทำหน้าที่เดิมอีกครั้ง คงจะมาว่ารัฐบาลโลเลคงไม่ได้

รวบไอ้หนุ่ม! ฆ่าสาววุฒิศักดิ์ หวังข่มขืนแต่เหยื่อไม่ยอม จึงลงมือแทงพรุน

รวบไอ้หนุ่ม! ฆ่าสาววุฒิศักดิ์ หวังข่มขืนแต่เหยื่อไม่ยอม จึงลงมือแทงพรุน 20 แผล พร้อมคุมตัวทำแผน

จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งเหตุพบ น.ส.ประภาพร วรวงศ์ อายุ 19 ปี เสียชีวิต ภายในห้องพักย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี สภาพศพเปลือยท่อนล่าง มีร่องรอยถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดจำนวนกว่า 20 แห่งตามร่างกาย ซึ่งเวลาต่อมาได้ทำการสืบสวนทราบว่า คนร้ายที่ทำการก่อเหตุคือ นายธีระพงศ์ อดิษฐ์ศร หรือ หนุ่ม อายุ 29 ปี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ล่าสุด (26 ก.ย. 60) เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายธีระพงศ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้พร้อมด้วยของกลาง อาวุธมีด  1 เล่ม , โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง สีขาว 1 เครื่อง (เป็นของผู้เสียชีวิต) , เสื้อยืดคอกลมสีน้ำตาล 1 ตัว , กางเกงขาสั้นผ้าร่มสีน้ำเงิน 1 ตัว

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุดังกล่าวจริง สาเหตุเกิดจากแอบชอบผู้ตายและเมื่อมีโอกาสจึงแอบเข้าไปในห้องผู้ตาย แต่ผู้ตายรู้ตัวจึงเกิดการต่อสู้ ผู้ต้องหาจึงใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และได้เอาทรัพย์สินของผู้ตายหลบหนีไป

ต่อมาเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดที่ 1 เป็นอาคารดี ซึ่งเป็นตึกที่อยู่ด้านหน้าของอาคารเกิดเหตุ ที่ชั้น 8 ห้อง 803 เป็นห้องพักรายวันของผู้ต้องหา และจุดที่ผู้ต้องหาใช้ซ่อนมีดปลอกผลไม้ ขนาดความยาวประมาณ 5 นิ้ว ที่ใช้แทงผู้เสียชีวิต

จุดที่ 2 เป็นห้องที่เกิดเหตุ 231 ชั้น 2 โดยเป็นภายในห้องน้ำที่ผู้ต้องหาเข้าไปแอบซ่อนตัวก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะเข้าห้องพัก หลังจากผู้เสียชีวิตเข้าห้องพักและนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ ผู้ต้องหาได้ออกจากห้องน้ำมาพร้อมใช้อาวุธมีดข่มขู่และบุกเข้าหวังข่มขืน แต่ผู้เสียชีวิตต่อสู้จึงได้แทงไปหลายแผลจนผู้เสียชีวิตล้มลง จากนั้นผู้เสียชีวิตพยายามจะลุกขึ้นผู้ต้องหาจึงได้กระหน่ำแทงซ้ำจนเสียชีวิต และหลบหนีไปทางบันได้หนีไฟ

สั่งย้ายครูจารุวรรณ หลังนักเรียนกว่า 500 คน ประท้วงขับไล่

สั่งย้ายครูจารุวรรณ หลังนักเรียนกว่า 500 คน ประท้วงขับไล่ เนื่องจากประพฤติไม่เหมาะสม 

หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานที่ผ่านมา กลุ่มนักเรียนราชประชานุเคราะห์ไม่ยอมเข้าเรียน ประท้วงถือป้ายขับไล่ครูสอนวิชาอังกฤษ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ซ้ำสร้างความแตกแยกให้กับครูในโรงเรียน จนต้องขอลาออกและขอย้าย 20 คน ทางรองผู้ว่าชุมพรต้องลงมารับเรื่องและแก้ไข ในเบื้องต้นทางรองผู้ว่าได้ขอใช้อำนาจจังหวัดให้ทางครูคนดังกล่าวย้ายไปช่วยราชการที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชุมพร

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามกรณีดังกล่าว พบว่าบรรยากาศภายในโรงเรียนเป็นปกติดังเช่นทุกวันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ โดยเวลา 80.00 น.เหล่านักเรียนมีการเข้าแถวเคารพธงชาติ ปฏิญาณตนจะเป็นคนดีของแผ่นดิน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีนักเรียนรุ่นพี่ ม.6 จะเป็นผู้นำกล่าว หลังจากนั้นจะมีครูฝ่ายปกครอง ได้พูดกล่าวในภาพรวมของการเรียนการสอนการดูแลกัน ก่อนจะเลิกแถวเข้าเรียนตามปกติ

ขณะเดียวกันทางครู ที่ได้ขอลาออกและขอย้ายไปที่อื่น ก็ยังคงทำงานด้านเอกสารและสอนนักเรียนเป็นปกติ โดยครูท่านหนึ่งได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ครูทุกคนยังคงทำงานไปก่อน ส่วนหนังสือขอลาและย้ายออกนั้น ได้เก็บหนังสือไว้ก่อนเพราะรอดูผลการตรวจสอบออกมาว่าเป็นอย่างไร แต่ขอยอมรับว่าทุกคนรักที่นี่มาก อยู่กับเด็กนักเรียน ซึ่งมาจากหลากหลายพื้นที่ เป็นนักเรียนที่มีปัญหาทางครอบครัวและเด็กเหล่านี้เป็นนักเรียนประจำ ต้องดูแลเป็นกรณีพิเศษ ความรักความผูกพันเหมือนพ่อแม่ลูก แต่การทำงานนั้นก็ต้องระวัง เพราะตราบใดที่คนที่เสียผลประโยชน์ คนที่ไม่ทำอะไรแต่คอยจ้องจับผิดคนอื่น

ซึ่งทุกคนมีโอกาสผิดพลาด ครูทุกคนจบสายครูแต่ต้องมาทำเอกสารหลักฐานการพัสดุ บัญชีรับจ่าย ซึ่งมีโอกาสผิดพลาดมาก และหากคนจ้องจับผิดแอบนำเอกสารสำคัญออกไปเพียงแผ่นเดียวก็ทำให้ต้องชีวิตของความเป็นครู อาชีพของข้าราชการคนหนึ่งต้องพังพินาศไป ครูที่ยื่นหนังสือลาออกก็เป็นครูอัตราจ้างประจำปี จึงลาออกเพื่อไปหาที่ดีกว่า

ส่วนครูที่บรรจุเป็นข้าราชการ ก็ต้องขยับขยายไปที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า แลละที่สำคัญทำงานอย่างมีความสุขกว่าๆที่จะมาทำงานแล้วต้องระวังตัว โดยเฉพาะคนจ้องจับผิดเป็นคนในพื้นที่ ส่วนคนที่ลาและย้าย นั้นเป็นคนต่างจังหวัด ไม่คุมที่จะมาแลกกับพวกที่จ้องจะทำร้าย จึงขอรอผลการสอบสวนที่จะออกมาว่าจะเป็นอย่างไรแล้วค่อยว่ากัน