สำรวจหุบเขาไฮโซ พบถูกบุกรุกมานานกว่า 10 ปี

สำรวจหุบเขาไฮโซพบถูกบุกรุกมานานกว่า 10 ปี กระทั่งเรื่องแดงเพราะนักลงทุนขัดแย้งกันเอง จนเกิดการร้องเรียนนำไปสู่การตรวจสอบ ขณะราคาที่ดินยังพุ่งสูง ติดป้ายขายคึกคัก

ภายหลังอธิบดีกรมป่าไม้ และชุดพยัคฆ์ไพร ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่า ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ท่าช้าง และป่าแม่ขนิน ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นหุบเขาไฮโซ เนื่องจากมีกลุ่มนักธุรกิจ และนักลงทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ทหรูจำนวนมาก เพราะพื้นที่ดังกล่าวภูมิประเทศเป็นป่าธรรมชาติที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่มากที่สุด เพียง 30 กิโลเมตร

เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบมีสิ่งปลูกสร้างรุกพื้นที่ป่า จำนวน 18 ราย เนื้อที่รวมประมาณ 144 ไร่ 2 งาน 60 ตรว. ซึ่งมีรีสอร์ทที่มีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน จำนวน 11 แปลง เนื้อที่ 47 ไร่ 3 งาน 5 ตรว. , เป็น นส.3 จำนวน 1 แปลง 2 ไร่ 1 งาน 19 ตรว. และเป็นพื้นที่ที่เคยสำรวจการถือครองตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 จำนวน 8 แปลง เนื้อที่ 41 ไร่ 2 งาน 47 ตรว. และพื้นที่ประเภทอื่นๆ อีก 8 แปลง

ผู้สื่อข่าว MThai ได้ลงพื้นที่สำรวจในทำเลหุบเขาไฮโซ พบว่ามีการติดป้ายประกาศขายที่ดินกันอย่างคึกคัก แม้บางแปลงมีเอกสารสิทธิ์ นส.3 แต่ก็มีราคาสูงถึง ตรว.ละ 5,000 – 10,000 บาท หรือ ไร่ละ 3 – 5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับราคาประเมินที่ดินอยู่ที่ ตรว.ละ 2,000 – 3,000 บาท โดยราคาขายจะเพิ่มขึ้นตามมูลค่าของทำเล เช่น ตั้งอยู่ติดเชิงเขา หรือติดถนนสายหลักภายในหมู่บ้าน มีระบบสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า เข้าถึง และส่วนใหญ่เจ้าของที่ดินจะขายยกแปลง แต่ละแปลงมีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 10 – 50 ไร่

แหล่งข่าวในวงการที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ใน จ.เชียงใหม่ รายหนึ่ง ระบุว่า นอกจากทำเลที่ตั้งจะเป็นป่าธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และยังอยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่มากที่สุด ที่ดินซึ่งมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินซึ่งมีจำนวนไม่มาก แต่ด้วยความต้องการที่มีสูง ทำให้การบุกรุกและขยายแนวเขตรุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวน และอุทยาน

“ก่อนหน้านี้เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา มีนักลงทุนเข้าไปบุกเบิกพื้นที่สร้างรีสอร์ทเพียงไม่กี่รายจนบูมขึ้นมา ยิ่งทำให้ราคาที่ดินในพื้นที่หุบเขาไฮโซมีมูลค่าสูงขึ้นมาก และมีการบุกรุกพื้นที่กันอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความขัดแย้ง นำไปสู่การร้องเรียนให้มีการตรวจสอบ กระทั่งหน่วยงานรัฐเข้ามาสำรวจพื้นที่ครั้งใหญ่ และดำเนินการกับผู้บุกรุกป่า ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นที่รู้กันดีกว่ามีการซื้อขายที่ดินและรุกล้ำเข้าไปในเขตป่ากันอย่างโจ่งแจ้ง โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็น”

หนึ่งในผู้ที่ถูกตรวจสอบจากกรมป่าไม้ ระบุว่า เข้ามาซื้อที่ดินในหุบเขาไฮโซตั้งแต่ปี 2555 จากสามีชาวต่างชาติที่มีภรรยาเป็นคนไทย ซึ่งได้ประกาศขายที่ดินผ่านเวปไซต์ โดยก่อนหน้านี้มีชาวต่างชายในวัยเกษียณเข้ามาซื้อที่ดินและสร้างบ้านเพื่อหวังใช้ชีวิตบั่นปลายที่นี่ก่อน จากนั้นจึงชักชวนให้เพื่อนชาวต่างชาติเข้ามาซื้ออีก 5 – 6 ราย โดยแต่ละรายเสียเงินซื้อที่ดินและสร้างบ้านไม่ต่ำกว่าหลังละ 5 – 12 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 38 – 39 ล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้เข้ามาตรวจสอบและรังวัดที่ดินจึงทราบว่า มีที่ดินบางส่วนรุกเข้าไปในเขตป่าสงวน ทางกลุ่มผู้ซื้อจึงรวมตัวกันฟ้องร้องสองสามีภรรยาที่หลอกขายที่ดินให้ รวม 5 คดี เป็นคดีฉ้อโกง 4 คดี และยักยอกทรัพย์ 1 คดี ล่าสุดมี 1 คดีที่ศาลยกฟ้องเพราะฟ้องผิดแปลง และอีกฝ่ายก็มีข้อได้เปรียบเนื่องจากมีรายชื่ออยู่ในการสำรวจการถือครองที่ดิน

ธปท. ออกประกาศ 5 แบงก์ใหญ่ มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศ

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ “ธปท.” 5 แบงก์ใหญ่ มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศ คุมเข้มหาแนวทางรองรับความเสียหายได้มากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2560 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย 2 ฉบับ คือ 1. เรื่องแนวทางการระบุและการกํากับดูแลธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศ เนื่องด้วยธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยมีบทบาทสําคัญในการทําหน้าที่เป็นตัวกลางทางการเงิน

ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นถึงความสําคัญและความจําเป็นที่ต้องกํากับดูแลธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวให้เข้มงวดขึ้นกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยกํากับดูแลให้ธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศ มีความสามารถในการรองรับความเสียหายได้มากขึ้น เพื่อลดโอกาสที่ธนาคารพาณิชย์จะประสบปัญหาฐานะทางการเงิน และส่งผลกระทบต่อระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

การกําหนดธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกําหนดให้ธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้การกํากับดูแลที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งต้องดํารงเงินกองทุนในอัตราที่สูงขึ้นและต้องปฏิบัติตามมาตรการกํากับดูแลอื่นที่มากกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยการกําหนดรายชื่อธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศนั้นไม่ได้หมายความว่าธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากทางการโดยปริยายในกรณีที่ประสบปัญหาด้านสภาพคล่องหรือ

2. เรื่องรายชื่อธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศ ด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดําเนินการพิจารณาตามแนวทางการระบุธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศที่กําหนดไว้ในประกาศฉบับดังกล่าวแล้วและเห็นสมควรกําหนดให้ธนาคารพาณิชย์ที่มีรายชื่อตามประกาศฉบับนี้เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศ

อํานาจตามกฎหมายอาศัยอํานาจตามความในข้อ ๔.๓.๑ (๔) ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยแนวทางการระบุและการกํากับดูแลธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศซึ่งออกโดยอาศัยอํานาจ
มาตรา 29 มาตรา 30 มาตรา 31 มาตรา 32 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงินพ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดรายชื่อธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศตามประกาศฉบับนี้

ธนาคารพาณิชย์ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศประจำปี ๒๕๖๐

1. ธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน)

2. ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน)

3. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน)

4. ธนาคารกสิกรไทย จํากัด (มหาชน)

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน)

อ่านเพิ่มเติม แนวทางการระบุและการกํากับดูแลธนาคาร , รายชื่อธนาคารพาณิชย์

ประชาชนแห่ชมความงาม พระที่นั่งอนันตสมาคม ก่อนปิดปรับปรุงไม่มีกำหนด

ประชาชนแห่ชมความงาม พระที่นั่งอนันตสมาคม ก่อนปิดปรับปรุงอย่างไม่มีกำหนด วันที่ 30 ก.ย.นี้

วันนี้(26 ก.ย. 60) เวลา 09.30 น.ประชาชนจำนวนมากยืนต่อแถวบริเวณหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากที่เดินทางมาเป็นคณะ ต่างเดินทางมาเยี่ยมชมความงดงาม ซึ่งเหลือเวลาอีก 4 วันเท่านั้น ก่อนที่จะมีการปิดพระที่นั่งอนันตสมาคมชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป เพื่อดำเนินการซ่อมแซม และยังไม่มีกำหนดเปิดอีกครั้ง

ทั้งนี้ ปัจจุบันภายในพระที่นั่งอนันตสมาคมยังจัดแสดง “งานศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 7 ” นิทรรศการที่รวบรวมผลงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ให้คนไทยได้ชื่นชมด้วยนอกเหนือไปจากความสวยงามและอลังการทางสถาปัตยกรรมของพระที่นั่งอนันตสมาคม นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญ ที่สถาบันสิริกิติ์จัดแสดง “งานศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 7 ” ภายในพระที่นั่งอนันตสมาคม มาตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 59 เพื่อเฉลิมฉลองมหามงคลแห่งแผ่นดิน นำโชว์ผลงานมหัศจรรย์ของโลกที่ชาวไทยควรภาคภูมิใจ โดยภายในพระที่นั่งมีการจัดแสดงผลงานของศูนย์ฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดา กับผลงานนับ 100 ชิ้น แต่ละชิ้นสร้างขึ้นอย่างประณีตสวยงาม อวดสายตานักท่องเที่ยวและคนไทยทุกคนที่ได้มาชื่นชม