สลด! หลวงปู่บู่ เกจิดังเมืองสกลนคร ถูกฆ่าทุบหัวดับสยอง

“หลวงปู่บู่” พระเกจิชื่อดัง สกลนคร ถูกคนร้ายฆาตกรรมดับสยอง คากุฎิวัดสุมังคลาราม ด้านตำรวจคาดหวังชิงทรัพย์ 

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (25 ก.ย. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาดโตน จ.สกลนคร ได้รับแจ้งว่ามีพระถูกคนฆ่าทุบหัวเสียชีวิตอยู่ภายในกุฏิวัดสุมังคลาราม หมู่ 12 ต.พังขว้าง อ.เมืองสกลนคร   จึงเดินทางไปตรวจสอบ และพบว่าผู้ตายคือพระอาจารย์บู่ กิตติญาโณ อายุ 90 ปี หรือที่รู้จักกันดีในนาม “หลวงปู่บู่” พระเกจิชื่อดังของวัด  ถูกตีที่ศีรษะจนเป็นแผลฉกรรจ์นอนเสียชีวิตอยู่ในกุฏิ

เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุที่หลวงปู่บู่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตในครั้งนี้คาดว่า เป็นเพราะคนร้ายมุ่งหวังเพื่อชิงทรัพย์ และเกิดการต่อสู้กันขึ้น จนคนร้ายพลั้งมือใช้ค้อนทุบจนเสียชีวิต เพราะก่อนหน้านี้พระเกจิคนดังเคยถูกทำร้ายจนต้องเย็บศีรษะมาแล้ว อย่างไรก็ตามทางตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ได้เร่งส่งกำลังไล่ล่าผู้ก่อเหตุแล้ว คาดว่าจะสามารถจับคนร้ายได้เร็ววัน เพราะถือเป็นคดีสะเทือนขวัญกระทบใจจิตของชาวบ้านเป็นอย่างมาก

นายกฯ ลั่นพร้อมคุยทุกฝ่ายเพื่อประเทศ ปัดดีลพรรคการเมือง

นายกรัฐมนตรี ย้ำเลือกตั้ง ยึดโรดแมป ปัดดีลพรรคการเมือง พร้อมคุยหมดหากทำเพื่อประเทศ ขณะจี้เข้มด่านตรวจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างเป็นประธานพิธีปิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการ “มิติการศึกษา พัฒนาพื้นที่พิเศษ เดินหน้าประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ว่า

ส่วนตัวพูดทุกวันจนปวดหัวเพราะมีความตั้งใจดี และวันนี้มาเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาล ที่จะทำให้การศึกษาดีขึ้น อาจไม่มีใครเห็นชอบเต็ม 100 แต่รัฐบาลรับฟังทั้งเสียงส่วนใหญ่และส่วนน้อย ซึ่งเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ทำตามคะแนนเสียงที่เลือกตั้ง

พร้อมย้ำว่า ส่วนตัวไม่เคยคิดเอื้อประโยชน์ให้ใคร และคนที่รับหน้าที่ต่อจากตนเองก็ต้องคิดแบบนี้ด้วยเช่นกัน แม้ส่วนตัวอาจพูดไม่เพราะแต่จริงใจ และจะพูดวันศุกร์ให้น้อยลงเหลือ 20 นาที แต่ยังไงก็ไม่เลิกพูด มันก็มีส่วนดีอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคงไม่อยู่มาถึง 3 ปี

ขณะเดียวกันวันนี้คนไทยชอบตัดสินเองทุกเรื่องตั้งแต่วันแรก ศาลไม่ต้องตัดสินแล้ว จึงต้องเคารพศาล ซึ่งเรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องของคนอื่น เรื่องของคนบางคนและบางกลุ่ม แต่ทุกคนกลับไปแบกรับทุกเรื่อง จนปวดหัว ทำงานไม่ได้สุดท้ายมาโทษรัฐบาลอีก จึงขอให้ลดความขัดแย้งเหล่านี้ลงไปบ้าง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ทุกวันนี้มีหลายมหาวิทยาลัยพูดเรื่องการเมือง การเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่ใช่เวลา ขอให้สอนว่าประชาธิปไตยคืออะไร อีกทั้งหลายมหาวิทยาลัยก็มีหลายฝ่าย แต่ยังพูดไม่ตรงกัน ส่วนตัวก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่เรื่องการเลือกตั้งยืนยันเป็นไปตามโรดแมป เมื่อถึงวันนั้นขอให้ไปเลือกกันเอง อีกทั้งวันนี้ส่วนตัวจะไปเจอใครก็ไม่ได้ ไปไหนก็ไม่ได้ เพราะถูกหาว่าไปดีลการเมือง แต่ส่วนตัวยืนยันว่าพร้อมพูดคุยกับทุกคนหากจะมาร่วมกันทำประโยชน์เพื่อประเทศ

นอกจากนี้ ขอให้ไปดูในเรื่องเส้นทางด้วย ใครจะไปหรือใครจะมาส่วนตัวไม่ทราบ เพราะนั่งรถเจอด่านมากมาย แต่อย่างไรก็ตามความผิดก็มี ต้องว่ากันตามกระบวนการ

ข่าว INN
ภาพจาก Wassana Nanuam

สั่งรื้อทันที! ชาวพุทธฝรั่ง ใช้เศียรพระพุทธรูปแต่งรอบรั้วบ้าน

สะเทือนใจ! ชาวพุทธฝรั่ง ใช้เศียรพระพุทธรูปแต่งรอบรั้วบ้าน ด้าน ฝ่ายปกครอง สั่งรื้อออกภายใน 2 สัปดาห์

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.หางดง พร้อมตำรวจ สภ.หางดง เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 195/1 บ้านแพะขวาง หมู่ 3 ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งว่าบ้านหลังนี้ได้นำเศียรพระพุทธ มาตกแต่งกำแพงบ้าน ทำให้ชาวบ้านที่ผ่านไปมาพบเห็นแล้วรู้สึกสะเทือนใจ เพราะเป็นภาพที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

จากการตรวจสอบพบบ้านหลังดังกล่าวมีพื้นที่กว้างขวาง ลักษณะคล้ายบ้านพักตากอากาศ บนกำแพงมีเศียรพระพุทธรูปสีทองวางเรียงกันเป็นแนวยาวตลอดกำแพง ภายในบริเวณบ้านยังพบเศียรพระพุทธรูปและพระพิฆเนศหลายขนาด วางอยู่ริมทางเดินตลอดสองข้างทางก่อนถึงตัวบ้าน ขณะที่การตรวจสอบไม่พบตัวเจ้าของบ้าน

ทั้งนี้ ชาวบ้านบริเวณดังกล่าว บอกว่า บ้านหลังนี้มีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ มีภรรยาเป็นคนไทย โดยมีการนำเศียรพระพุทธรูปมาตกแต่งบ้านนานแล้ว ทำให้ชาวบ้านไม่สบายใจและร้องเรียนไปยังผู้ใหญ่บ้านให้เข้ามาแก้ไข

ด้าน ส.อ.ไพรินทร์ กาไวย์ ผู้ใหญ่บ้านแพะขวาง เปิดเผยว่า หลังรับแจ้ง ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบ โดยพบว่าเป็นบ้านชาวต่างชาติ หลังเข้าตรวจเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์แจ้งให้ทราบเบื้องต้นว่าจะอาศัยอำนาจปกครองท้องที่ให้รื้อถอนเศียรพระทั้งหมดภายใน 2 สัปดาห์

ขณะที่ นางเกษสุดา ต.เจริญ นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า การนำเศียรพระพุทธรูปมาตกแต่งบ้านในลักษณะนี้ ถือเป็นการดูหมิ่นย่ำยีพระพุทธศาสนา เบื้องต้นได้ประสานคณะสงฆ์ผู้ปกครองพื้นที่และฝ่ายปกครอง เข้าไปชี้แจงขอความร่วมมือในการรื้อถอนและหลังจากนี้จะเข้าตรวจสอบอีกครั้ง หากยังไม่ได้รับความร่วมมือก็จะขอให้ฝ่ายปกครองใช้อำนาจในการสั่งรื้อถอน

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า หากภรรยาของเจ้าของบ้านที่เป็นคนไทยยังนับถือศาสนาพุทธจะให้ความร่วมมือ พร้อมอธิบายถึงความเหมาะสมให้กับสามีต่างชาติได้เข้าใจ