สาธารณสุข จ.แพร่ เตรียมสอบปมสาวกินอาหารเสริมเสียชีวิต

สาธารณสุขจังหวัดแพร่ เตรียมตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีหญิงสาวกินอาหารเสริม แล้วเกิดอาการบวม จนต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล กระทั่งเสียชีวิตในที่สุด

ญาติและเพื่อนบ้าน ทยอยไว้อาลัยและร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพ นางสาววิจิตรา จันทร์ตาพรม อายุ 35 ปี ที่ ศาลาเอนกประสงค์ วัดต้นไคร้ ต.ช่อแฮ อ.เมืองแพร่ หลังเสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยญาติ คาดว่าสาเหตุการเสียชีวิต อาจมาจากการกินอาหารเสริมยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งซองบรรจุ ระบุว่าช่วยแก้ปัญหาตกขาว ประจำเดือนมาไม่ปกติ รวมทั้งช่วยทำให้ผิวขาว และหน้าอกใหญ่ขึ้น

ด้านพี่สาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า น้องสาวได้รับการแนะนำจากเพื่อนให้กินอาหารเสริม เพื่อแก้ปัญหาตกขาว โดยรับประทานวันละ 2 เม็ด ติดต่อกันประมาณ 1 เดือน ก็พบว่าอาการตกขาวหายจริง แต่มีอาการบวม ที่ใบหน้า และเท้า จนต้องพบแพทย์ และพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหลายวัน ก่อนจะเสียชีวิต

ขณะที่ สาธารณสุขจังหวัดแพร่ เตรียมตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ผู้เสียชีวิตกิน และผลชันสูตรศพอย่างละเอียด รวมทั้งประเด็นที่ว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหรือไม่

ทั้งนี้ เภสัชกร เด่น ปัญญานันท์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่ ยังฝากเตือนประชาชนให้ระวังอันตราย เพราะยาที่สั่งจากทางออนไลน์ ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าได้รับการรับรองความปลอดภัยหรือไม่ และ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา แต่ควรไปปรึกษาแพทย์ดีกว่า

เม็กซิโก แผ่นดินไหวซ้ำหลายครั้ง ยอดดับพุ่ง 318 ศพ

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในเม็กซิโกเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 318 คนแล้ว ขณะที่เมื่อวันเสาร์เกิดแผ่นดินไหวขึ้นอีก 2 ครั้ง แต่ไม่รุนแรงเท่าครั้งก่อน

เม็กซิโกยังคงเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นในเม็กซิโกอีก 2 ครั้ง โดยครั้งแรกมีขนาด 6.1 ศูนย์กลางอยู่ในรัฐวาฮาก้า ใกล้กับเมือง “มาเทียส โรเมโร่” และอยู่ห่างจากกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 442 กิโลเมตร

ส่วนแผ่นดินไหวครั้งที่ 2 มีขนาด 4.5 ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ในรัฐวาฮาก้าเช่นกัน และเกิดลึกลงไปใต้ดิน 8.9 กิโลเมตร ส่งผลให้สะพาน และทางหลวงหลายแห่งในรัฐวาฮาก้า ที่ได้รับความเสียหายมาจากแผ่นดินไหวขนาด 8.1 ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน ถล่มลงมา

ส่วนในกรุงเม็กซิโกซิตี้ ไม่ได้รับความเสียหายรุนแรงจากแผ่นดินไหว 2 ครั้งที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ แต่สัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้นก็ทำให้ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยต้องยุติลงชั่วคราว

นับถึงเมื่อวานนี้ ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 318 คนแล้ว ถือเป็นแผ่นดินไหวที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของเม็กซิโกในรอบหลายสิบปี รวมถึงทำให้หลายครอบครัวต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน และต้องไปอาศัยอยู่ในค่ายพักชั่วคราวที่ตั้งขึ้นตามจุดต่างๆ ในกรุงเม็กซิโกซิตี้

ตลอดเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตและร่างของผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกฝังอยู่ใต้อาคารที่ถล่มลงมา ซึ่งเข้าสู่วันที่ 6

เหตุแผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้อาคารหลายแห่งถล่มลงมา และมีอาคารอีกจำนวนมากที่อยู่ในสภาพไม่มั่นคง ซึ่งตำรวจต้องนำเทปไปปิดกั้นไม่ให้เข้า-ออก ในขณะที่บรรดาสถาปนิกและวิศวกรก็ต้องเข้าไปตรวจสอบอาคารต่างๆ ว่าปลอดภัยหรือไม่ พร้อมกับแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อนำไปสู่กระบวนการอพยพผู้คนออกจากอาคารที่ไม่ปลอดภัย

ระนองอ่วม! ฝนถล่มทำดินสไลด์ ปิดจราจร ถ.เพชรเกษม

ฝนถล่มระนอง ทำดินสไลด์ปิดช่องทางการจราจรบนถนนเพชรเกษม เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์

วันนี้(25 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั่วทุกพื้นที่ทั้ง 5 อำเภอของจังหวัดระนอง ยังคงมีฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ช่วงเช้าวันนี้ บนถนน เพชรเกษมขาออกหลักกิโลเมตรที่ 555 ในพื้นที่ บ้านบกกราย ม.8 ต.น้ำจืด อ.กระบุรี ซึ่งเป็นจุดที่มีภูเขาดินแดงหรือดินลูกรัง จำนวนมากใน 2 ข้างริมถนน ทั้งขาเข้าและขาออกจาก อีกทั้งยังถือเป็นเส้นทางหลักของจังหวัด เกิดดินสไลด์ลงมา ทำให้เหลือช่องการจราจรไม่ถึง 1 ช่องการจราจร จากเดิม 4 ช่องทาง แต่เบื้องต้น รถยังคงสัญจรไปมาได้ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง โดยนอกจากจะมีดินจากภูเขาแล้ว ก็ยังมีก้อนหินขนาดใหญ่จำนวนมาก รวมถึงต้นไม้ ไหลลงมารวมกับดินแดงด้วย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่แขวงการทางระนอง ตำรวจ สภ.กระบุรี ตำรวจทางหลวงระนอง ต่างเร่งระะดมกำลัง มาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ใช้เส้นทาง โดยได้นำกรวยและป้ายเตือนมาติดตั้ง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง บางช่วงมีฝนตกหนัก ทำให้ระยะการมองเห็นต่ำ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่แขวงการทางยังไม่สามารถทำการตักดินออกได้ เนื่องจากยังมีฝนตก ทำให้ดินยังไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง และหากตักดินออกทันที ก็จะยิ่งทำให้ดินเลื่อนไหลลงมามากกว่าเดิม เพราะไม่มีดินด้านล่างกันไว้ เจ้าหน้าที่จึงทำได้แต่เฝ้าระวัง เพื่อรอให้ฝนเบาลงจนดินอยู่ตัว จึงจะสามารถเปิดเส้นทางได้ จึงฝากเตือนไปยังผู้ใช้รถในเส้นทางดังกล่าว ให้เพิ่มความระมัดระวังขับขี่เป็นพิเศษในระยะนี้