ฝนถล่ม! แม่ฮ่องสอน ทำน้ำป่าไหลหลาก ชาวบ้านสูญหาย 2 คน

ฝนถล่ม! แม่ฮ่องสอน ทำน้ำป่าหลาก ดินสไลด์ ทั้งจังหวัด หนักสุดที่ อ.แม่สะเรียง มีชาวบ้านสูญหาย 2 คน

นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องใน จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้พื้นที่ทั้งจังหวัด 7 อำเภอ คือ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน , อ.ขุนยวม , อ.ปาย , อ.แม่สะเรียง , อ.แม่ลาน้อย , อ.สบเมย และ อ.ปางมะผ้า ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนสไลด์ โดยเฉพาะที่ อ.แม่สะเรียง ซึ่งค่อนข้างได้รับผลกระทบหนักที่สุด เบื้องต้น ตนได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว

ขณะที่ ผู้สูญหาย 2 คน ที่หายไปช่วงที่เกิดน้ำป่านั้น ล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังค้นหาอยู่ แต่ยังไม่พบตัว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นจนสร้างความเดือดร้อนมากที่สุดในช่วงฤดูฝนของ จ.แม่ฮ่องสอน คือ ปัญหาดินสไลด์ปิดถนนหลายจุด ซึ่งส่วนนี้ทางจังหวัดได้พยายามประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างถาวร โดยหากเกิดขึ้น ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ซ่อมแซม หรือหากสามารถแก้ไขได้เอง ทางองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องไฟฟ้าดับ ซึ่งจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งขณะที่ฝนตก ทั้งนี้ทุกหน่วยงานกำลังเร่งหาวิธีแก้ไขด้วยการเตรียมความพร้อมรับมืออยู่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด

ผู้พิพากษาชี้ ตำรวจพา ‘ยิ่งลักษณ์’ หนียังไม่ผิดอาญา

ผู้พิพากษา ชี้ ตำรวจพา ‘ยิ่งลักษณ์’ หลบหนี ยังไม่ผิดอาญา เพราะพาไปก่อนศาลออกหมายจับ เผย หาก 27 ก.ย.นี้ ศาลยกฟ้อง หมายจับก็สิ้นสุดลง

ผู้สื่อข่าวมีรายงาน เเหล่งข่าวผู้พิพากษาจากศาลยุติธรรม กล่าวถึงข้อกฎหมายกรณีที่มีนายตำรวจขับรถพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีปล่อยปละละเลยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ว่า ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดเพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม

จะเป็นความผิดต่อเมื่อศาลมีการออกหมายจับเเล้ว ซึ่งคดีนี้ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ภายหลังจากที่จำเลยไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา การกระทำที่จะเป็นความผิด จะต้องเป็นการกระทำภายหลังจากที่ศาลออกหมายจับเเล้วในวันที่ 25 สิงหาคม ถ้ามีการกระทำก่อนหน้านั้น จะไม่มีความผิด

ส่วน นายตำรวจ ที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปยังจังหวัดชายเเดนนั้น เป็นก่อนวันที่ศาลออกหมายจับวันที่ 25 สิงหาคม ถือว่าไม่มีความผิดอาญา เพราะก่อนที่จะออกหมายจับ ย่อมสามารถที่จะพาไปที่ไหนก็ได้ในประเทศ จึงไม่ถือว่าเป็นความผิด แม้ว่าตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ เองศาลได้สั่งห้ามออกนอกประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจพา นางสาวยิ่งลักษณ์ ไปก็ถือว่าไม่มีความผิด เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ว่าวันฟังคำพิพากษาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมาฟังคำพิพากษาหรือไม่

ขณะที่ หมายจับของ นางสาวยิ่งลักษณ์ มีผลนับตั้งเเต่วันที่ศาลออกหมายจับ จนถึงวันที่ 27 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาลับหลัง หากศาลพิพากษาลงโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ศาลก็จะออกหมายจับฉบับใหม่ ซึ่งเป็นหมายจับที่ให้นำตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์จำเลยมาลงโทษตามคำพิพากษาของศาล เเต่หากศาลยกฟ้อง หมายจับที่เคยออกไว้เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ให้นำตัวมาฟังคำพิพากษาก็จะถูกยกเลิกไป

แตกตื่น! แท็กซี่ – อูเบอร์ เปิดศึกต่อยกันดุเดือดกลางลานจอดรถห้างดังพัทยา

แตกตื่นทั้งห้าง แท็กซี่ – อูเบอร์ ต่อยกันดุเดือดกลางลานจอดรถห้างดังพัทยา ต่อหน้านักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ด้านรปภ.ห้ามโกลาหล 

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าในสังคมโซเชียล เพจเฟซบุ๊คชื่อ มึงรู้ยัง พัทยา มีการแชร์คลิปวีดีโอ พร้อมโพสต์เนื้อหาระบุว่า ซัดกันนัว!Taxi Vs Uber #ลานจอดรถห้างดังย่านพัทยาเหนือ ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นคลิปทะเลาะวิวาท ระหว่างแท็กซี่กับโชเฟอร์อูเบอร์ โดยเป็นการอัดวีดีโอการต่อว่ากล่าวหาชายเสื้อขาว ขับรถยนต์เก๋งสีขาวว่าเป็นแท็กซี่อูเบอร์ ทำผิดกฎหมาย พร้อมตะโกนให้ช่วยกันขับไล่ โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวสัญจรไปมาจำนวนมาก

จากนั้นชายเสื้อขาวได้รับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่ลากกระเป๋าเดินทางมาขึ้นรถ ก่อนจะขับเคลื่อนออกไปแต่ผู้ที่ถ่ายคลิปขวางไว้ไม่ให้ขับออกไปจากลานจอดรถ พร้อมท้าทายให้ขับชน หลังจากนั้นก็ได้มีการต่อว่าด่าท่อ ก่อนจะมีการถ่ายคลิปกันไปมาแล้วเกิดยื้อแย้งโทรศัพท์กันเกิดขึ้น โดยที่มีนักท่องเที่ยวโดยสารอยู่ที่เบาะหลัง

ต่อมาได้ปรากฏคลิประหว่างชายชุดขาวกับชายชุดน้ำเงิน คาดว่าน่าจะเป็นผู้ที่ถ่ายคลิป โดดเข้าใส่แลกหมัด เตะ เข่า ศอก ราวกับมีเวทีมวยอยู่กลางลานจอดรถของห้าง ด้านพนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานของห้างได้ออกมาห้ามปรามกันอย่างโกลาหล ก่อนที่ชายชุดขาวจะขับรถยนต์เก๋งออกไป

สอบถาม นายรงค์ (ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง) อายุ 48 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุประมาณ 14.00 น.เห็นแท็กซี่พัทยากำลังเถียงกันไปมากับอีกฝ่ายว่าซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอูเบอร์ ก่อนจะมีการท้าทาย และเกิดต่อยตีกันกลางลานจอดรถ ซึ่งขณะนั้นมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการออกมายืนมุงดูจำนวนมาก ทางพนักงานรักษาความปลอดภัยก็พยายามเข้ามาระงับเหตุ แต่ทั้งคู่ยังไม่ยอมหยุดจนกระทั่งฝั่งของอูเบอร์ได้รับบาดเจ็บเลือดกำเดาไหล ส่วนผู้โดยสารของอูเบอร์ ด้วยตกใจกลัวจะถูกลูกหลงจึงรีบวิ่งเข้าไปหลบอยู่ภายในห้าง

อย่างไรก็ตามปัญหาระหว่างแท็กซี่ กับอูเบอร์ นั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และเป็นปัญหาเรื่อรังมาโดยตลอด ทั้งที่ทางหน่วยงานได้มีการชี้แจงกับกลุ่มสหกรณ์แท็กซี่ไปแล้วนั้นว่าหากพบเห็นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ถือเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก

ขอบคุณคลิปจาก  มึงรู้ยัง – พัทยา