ตร. คาด 30 วัน รู้ผลตรวจรถพา ‘ยิ่งลักษณ์’ หลบหนี

เร่งตรวจสอบวัตถุพยานที่เก็บจากรถต้องสงสัย พาอดีตนายกฯ ‘ยิ่งลักษณ์’ หลบหนี รอเทียบผล DNA คาดทราบผลตรวจรถ 30 วัน

การตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐาน รถโตโยต้า รุ่นคัมรี สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่ปรากฎในภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ จ.สระแก้ว ต้องสงสัยว่า พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนีนั้น แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ได้เก็บวัตถุพยานหลักฐานมามากพอสมควร อาทิ เส้นผมที่ตกอยู่ภายในรถ กล่องลัง กระดาษทิชชู และวัตถุพยานที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งจะต้องตรวจในห้องปฏิบัติการ อย่างเช่นการหาดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือแฝง

โดยเจ้าหน้าที่จะเก็บมาไว้ก่อน เพื่อรอเทียบเคียงกับผู้ต้องสงสัย เบื้องต้นได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือตำรวจ 3 นาย ที่ ทีมสืบสวนของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เชิญมาสอบสวน เพื่อจะนำมาเทียบเคียงกับวัตถุพยานที่เก็บมา

อย่างไรก็ตาม ทางด้านวัตถุพยานหลักฐานขณะนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า รถคันดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ เนื่องจากการปฏิบัติการจะต้องนำวัตถุที่เป็นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาทิ เส้นผม หรือ ลายนิ้วมือ มาเทียบกับพยานหลักฐานที่เก็บได้ ซึ่งกรณีนี้จะต้องให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้รวบรวมมาให้ จึงจะสามารถตรวจสอบความชัดเจนได้ ทั้งนี้ ขั้นตอนดำเนินการดังกล่าว คาดว่าจะเสร็จตามกระบวนการไม่เกิน 30 วัน ตามกรอบเวลา

ขนมจีนเงินแสน! สาวเปิดร้ายขายช่วงบุญสารทเดือนสิบ ได้วันละเกือบ 50,000 บาท

ทึ่งสาววัย 39 ขายขนมจีนในเทศกาลบุญสารทเดือนสิบ สร้างรายได้วันละเกือบ 50,000 บาท

วันนี้ (23 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้จัดงานกิจกรรมนิทรรศการประสาธิตและประกวดหุ่นเปรต – พาเหรดเปรต และลานตะเกียงเคียงดิน เทศกาลบุญสารทเดือนสิบ ประจำปี 2560 บริเวณลานตะเคียน –สนามหน้าศาลากลางจังหวัด ระหว่างวันที่ 14-23 ก.ย. 60 โดยมีพ่อค้า แม่ค้า นำสินค้าท้องถิ่นทั้งอาหารและขนมโบราณ ผลไม้ ข้าวของเครื่องใช้ประเภทต่างๆ มาจำหน่ายในราคาถูก ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมนิทรรศการหุ่นเปรตและเลือกซื้อสินค้าอย่างเนืองแน่นทุกวัน

ทั้งนี้ ร้าน “ขนมจีนปูสาด” ของ นางดารารัตน์ วงศ์นุสิทธิ์ อายุ 39 ปี ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยว อุดหนุนแน่นตลอดทั้งคืน ทุกวัน ซึ่งมีเอกลักษณ์เป็นการปูเสื่อนั่งรับประทาน โดยช่วง 10 วัน ของการจัดงาน ขนมจีนร้านนี้ขายดีมาก เป็นขนมจีนเส้นสด ใช้ภาชนะเป็นถ้วยสักกะสีแบบโบราณ จำหน่ายถ้วยละ 20 บาท และมีน้ำแกงขนมจีนให้ลูกค้าเลือกหลากหลายชนิด มีพนักงานมาคอยบริการลูกค้า ล้างจาน จัดผักเหนาะ รวม 6 -7 คน

โดยขายหมดวันละ ประมาณ 150 – 200 กิโลกรัม มีรายได้เฉลี่ยวันละ 45,000 บาท โดยเฉพาะวันแรม 13 ,14 และ 15 ค่ำ หรือช่วงวันที่ 18 – 20 ก.ย. ขายวันละ 250 กิโลกรัม มีรายได้รวมกว่า 55,000 บาท นับเป็นการขายขนมจีนมากและมีรายได้สูงที่สุดในชีวิตแม่ค้าขนมจีน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจบการจัดงานวันที่ 23 ก.ย. 60 รวม 10 วัน 10 คืน จะขายได้รวมเกือบ 5 แสนบาท หักกำไรแล้วได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนบาท ถือเป็นกำไรมากกว่าที่ตนขายทั้งปีเลย

ครอบครัว ผอ.อ้อย เร่งดูศพหญิงหัวขาด เปลือยกายกลางแม่น้ำโขง

ครอบครัว “ผอ.อ้อย” ตามหาสุดชายแดนหนองคาย ดูศพหญิงหัวขาดเปลือยกายกลางแม่น้ำโขง รอพิสูจน์ลายนิ้วมือ

ครอบครัวของ นางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย ผอ.กองการศึกษา อบต.ซำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไป ประกอบด้วย นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี (พ่อ) นายวิทยา เกษแก้ว อายุ 37 ปี (สามี) ได้เดินทางพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน มาพบกับ พ.ต.ท.กฤษฎิ์ภิวัชร์ ปรีดาพันธุ์ สารวัตรใหญ่ สภ.นางิ้ว อ.สังคม จ.หนองคาย และ ร.ต.อ.แดนนภา วงศ์พิมพ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นางิ้ว ที่ บ้านม่วง ต.บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย ตรงข้ามกับบ้านคกแห่เมืองสังข์ทอง สปป.ลาว เพื่อประสานขอดูศพหญิงสาวที่มีชาวบ้านพบลอยอยู่กลางแม่น้ำโขง มีเชือกมัดขาศพติดไว้กับพงหญ้า

โดยทั้งหมดได้ลงเรือไปตรวจสอบพบว่า เป็นศพหญิงสาวเปลือยกาย คว่ำหน้า ไม่มีใบหน้า ศีรษะขาดหาย เหลือเพียงหูซ้ายข้างเดียว สูงประมาณ 155-160 เซนติเมตร ไม่มีรอยสักหรือตำหนิใดๆ ตามร่างกายซึ่ง นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน ได้ตรวจดูสภาพนิ้วมือและตามร่างกายของศพ จึงขอให้เจ้าหน้าที่นำศพขึ้นฝั่งและนำศพไปยังโรงพยาบาลสังคม

ทั้งนี้ นายบุญเลิศ  กล่าวว่า หลังจากได้ดูศพแล้ว ยังไม่มั่นใจว่าจะใช่ ผอ.อ้อย หรือไม่ เนื่องจากสภาพศพเปลี่ยนไปมาก รวมทั้งความสูงไม่เท่า ผอ.อ้อย แต่ก็จะขอให้มีการตรวจลายนิ้วมือ ก่อนว่าจะใช้ศพหรือไม่ ซึ่งครอบครัวเมื่อทราบข่าวว่ามีการพบศพหญิงสาวไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด ก็จะขอไปดูว่าใช่ลูกสาวตนเองหรือไม่ ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน จะเป็นศพหรือมีชีวิตอยู่ก็จะตามไปดู ขอให้รู้ว่าลูกสาวอยู่ที่ไหน