พ่อจัดงานแต่งให้ลูกสาวคนเดียวอย่างยิ่งใหญ่ สุดท้ายวันงานเจ้าบ่าวหายเข้ากลีบเมฆ

พ่อจัดงานแต่งให้ลูกสาวคนเดียวอย่างยิ่งใหญ่ สุดท้ายวันงานเจ้าบ่าวหายเข้ากลีบเมฆ พ่อเจ้าสาวสุดทนเตรียมแจ้งความ ขณะที่เจ้าสาววัย 15 ปี ตั้งท้อง 5 เดือน 

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 29 ก.ย. 60   ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่บ้านเลขที่ 230 ม.7 ต.สินปุน อ.เขาพนม จ.กระบี่    ได้มีการจัดงานมงคลสมรสอย่างยิ่งใหญ่  มีการตั้งเต็นท์ โต๊ะเก้าอี้และจัดอาหารไว้ต้อนรับ เพื่อเตรียมต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน จำนวนเกือบ100  ชุด   แต่สุดท้าย รอจนกระทั่งถึงเที่ยงวัน ฝ่ายเจ้าบ่าว ไม่ได้เดินทางมา ร่วมพิธีแต่อย่างใด  สร้างความผิดหวังแต่เจ้าสาวและญาติพี่น้อง เป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ดังกล่าว พบนายสมพงศ์ อินศิริ  อายุ 68 ปี  และนางสมหมาย  อินศิริ  อายุ 56ปี  พ่อและแม่ของเจ้าสาว ยืนรอรับแขก แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา   ท่ามกลางญาติพี่น้องที่คอยให้กำลังใจ   จากกาสอบนายสมพงศ์  พ่อของเจ้าสาว ทราบ ว่า  ก่อนที่จะมีการจัดเตรียมงานมงคลสมรส ในครั้งนี้ได้มีการเตรียมงานอยู่ประมาณ 1 เดือน  ภายหลังจากญาติผู้ใหญ่ฝ่าย เจ้าบ่าว ได้มาพูดคุยสู่ขอลูกสาว คือ นางสาวเอ  นามสมมุติ อายุ 15 ปี   ตอนแรกได้มีการตั้งค่าสินสอด เป็นเงิน 3 แสนบาท เพราะตนและภรรยามีลูกสาวเพียงคนเดียว และเพิ่งมีลูกตอนอายุมากแล้ว  แต่ฝ่ายเจ้าบ่าว ขอลดค่าสินสอดอีก จึงลดลงมา เหลือ 150,000 บาท  และได้มีการดูฤกษ์วันแต่งในวันนี้ (29 ก.ย.)

แต่ก่อนจะถึงวันงานทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็ได้ขอลดลงมาอีก แต่ตนไม่ยืนยันคำเดิม หลังจากนั้นได้มีการเตรียมจัดงานขึ้นที่บ้าน โดยได้มีการเช่าเต็นท์  โต๊ะ เก้าอี้ เวที ร้องเพลง รวมทั้งอาหาร ไว้เรียบร้อย รวมเงินลงทุนไปกว่า 3 แสนบาทจนกระทั่ง เมื่อคืนที่ผ่านมา ทางฝ่ายเจ้าบ่าวได้โทรศัพท์ มาบอกว่า  ไม่สามารถมาในพิธีงานมงคลสมรสได้  เนื่องจากไม่มีเงิน  ค่าสินสอด  แต่ตนและญาติๆ ปรึกษากันแล้วว่า จะต้องเดินหน้าจัดงานต่อไป ตามที่ได้แจกการ์ดเชิญไว้  และลงทุนไปหลายแสนบาท โดยจะรอจนกระทั้งถึงตอนเที่ยง หากทางฝ่ายเจ้าบ่าวไม่มาก็ยุติการจัดงาน และหลังจากนี้จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับฝ่ายเจ้าบ่ายที่ เบี้ยวงานแต่งงานในครั้งนี้เพื่อให้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

ด้านนางสาวเอเจ้าสาว  กล่าวทั้งน้ำตา ว่าเรียนอยู่ชั้น ม.4  ส่วนเจ้าบ่าว อายุ 17 ปี  บ้านอยู่ รอยต่อ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รู้จักกับฝ่ายเจ้าบ่าว ผ่านทางเฟซบุ๊กได้ประมาณ 1 เดือน  จากนั้นก็ตกลงปลงในคบหากันได้ประมาณ 1 ปี   และเคยไปที่บ้านฝ่ายเจ้าบ่าวหลายครั้ง  จนกระทั่งตนตั้งท้องไปประมาณ 5 เดือน ก่อนที่จะมีการจัดงานมงคลสมรสในวันนี้  ตนรู้สึกเสียใจมาก ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวมาทำกันแบบนี้

ครม.อนุมัติ 1.4 พันล้านให้ชาวนา หนุนปลูกข้าวโพด แทนปลูกข้าวรอบ 2

ครม.อนุมัติ 1.4 พันล้าน ให้ชาวนา หวังเปลี่ยนใจจากปลูกข้าวรอบ 2 ให้หันมาปลูกข้าวโพดแทน 

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (28 ก.ย. 60) นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนาปี 2560/61 ภายใต้มาตรการรักษาเสถียรภาพสินค้าเกษตรและรายได้เกษตรกรข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงินงบประมาณ 1,421.96 ล้านบาท

แบ่งเป็น งบอุดหนุนปัจจัยการผลิตส่งเสริมการเรียนรู้ให้เกษตรกรในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังหน้าไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ รวมพื้นที่ 7 แสนไร่ เป็นเงิน 1,400 ล้านบาท ครอบคลุมเกษตรกร 4.7 หมื่นราย และงบดำเนินงานจำนวน 21.96 ล้านบาท เพื่อเบิกจ่ายในการจัดทำเวทีประชาคมเกษตรกรการตรวจสอบแปลงของคณะทำงานระดับตำบล การอบรมเกษตรกรการจัดงานวันสาธิต และสรุปบทเรียนของการจ้างลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน การบริหารงานโครงการและประเมินผล

ทั้งนี้ ในที่ประชุมครม. เห็นด้วยกับการส่งเสริมการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาเพื่อทดแทนการปลูกข้าวในรอบ 2 เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประมาณ 6-8 ล้านตัน/ปี แต่ประเทศไทยผลิตได้เพียง 4-5 ล้านตัน/ปี กระทรวงเกษตรฯ จึงต้องการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยยังออกสู่ตลาดในช่วงฤดูกาลไม่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างการเพาะปลูกและฤดูกาลให้ตรงกับช่วงที่อุตสาหกรรมต้องการและเกษตรกรขายได้ในราคาที่สูงขึ้น

ส่วนระยะเวลาดำเนินการเกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร สามารถสมัครเข้าร่วมดครงการได้ตั้งแต่เดือนต.ค.-ธ.ค.2560 และ ตรวจสอบคุณสมบัติและเริ่มเพาะปลูกได้ในเดือนพ.ย. 2560-ม.ค. 2561 และสามารถเก็บเกี่ยวได้เม.ย. 2561

สำหรับพื้นที่ดำเนินการจะดำเนินการในพื้นที่เหมาะสมมาก และเหมาะสมปานกลางในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้ง ทดแทนพื้นที่นาปรังในเขตชลประทาน หรือแหล่งน้ำอื่นที่มีน้ำตลอดฤดูการเพาะปลูก ในพื้นที่ 31 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ ตาก นครสวรรค์ พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ หนองบัวลำภู อุดรธานี อุบลราชธานี

ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี และภาคตะวันตก 1 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี

แฉภาพจริง! ‘หาดพัทยา’ ที่ชาวเน็ตเปรียบเหมือน ‘หาดไมอามี่’ ยังเสื่อมโทรม

แฉภาพจริง! ‘หาดพัทยา’ ที่ชาวเน็ตเปรียบเหมือน ‘หาดไมอามี่’ หลังปรับภูมิทัศน์ ยังมีบางจุดเสื่อมโทรม

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดพัทยา โดยมีการเปรียบเปรยความงดงามว่าเปรียบเสมือนชายหาดไมอามี่ ในประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมระบุว่า มีการจัดทำสายไฟฟ้าลงดิน สภาพชายหาดสวยงาม จนมีการแชร์ต่อและแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวทั้งทางบวกและทางลบ

ล่าสุด (29 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศของชายหาดพัทยา พบว่า ตลอดแนวชายหาดมีการจัดระเบียบผู้ประกอบการร่มเตียงใหม่ ทำให้มีพื้นที่ว่างมากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวบางส่วนใช้ในการพักผ่อนได้เป็นอย่างมาก ขณะที่บริเวณด้านบนก็มีการปรับภูมิทัศน์โดยมีการปลูกต้นไม้ใหญ่แทนต้นเก่าที่รกรุงรังแทนที่ โดยที่ไม่มีเสาไฟฟ้าตลอดแนวชายหาดแต่อย่างใด มีเพียงเสาไฟจราจรและป้ายบอกเส้นทางบางส่วน

อย่างไรก็ตาม จากการลงสำรวจพบว่า ปัจจุบันยังมีพื้นที่หลายส่วนที่มีสภาพความเสื่อมโทรมอยู่ เนื่องจากขาดการเอาใจใส่ดูแลทางสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ บางมุมในที่ลับตาคนยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของกลุ่มบุคคลเร่ร่อนจนเป็นภาพที่ชินตา ประกอบกับระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยามีความชำรุดส่งผลให้มีน้ำเสียทะลักลงทะเลชายหาดพัทยาใต้ ขณะที่บริเวณชายหาดพัทยาเหนือซึ่งมีแผนในการเสริมทรายชายหาดแต่ปัจจุบันยังไม่ดำเนินการ ก็มีสภาพเป็นพวกกองถุงทราย ท่อระบายน้ำ สิ่งปลูกสร้าง และความสกปรกรกรุงรังอยู่

นอกจากนี้ ภาพข่าวที่มีการนำเสนอว่า ชายหาดพัทยาเปรียบเสมือนชายหาดไมอามี่นั้นเป็นโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน ที่มีการออกแบบพื้นที่รองรับการเติบโตด้านท่องเที่ยวด้านอนาคต ซึ่งเป็นภาพที่นำเสนอมุมมองไม่ครบทุกมิติ

ส่วนการนำสายไฟฟ้าลงดินนั้นจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ถนนสายชายหาดพัทยา ได้ดำเนินการนำสายไฟฟ้าลงดินตั้งแต่ปี 2547 หรือกว่า 13 ปีที่ผ่านมาแล้ว ในงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ในระยะทางกว่า 3 กม. จากวงเวียนปลาโลมาถึงปากทางวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้