หน.อุทยานฯเขาใหญ่ สั่งเอาผิด 2 นักวิ่ง เซลฟี่ช้างป่าจนถูกไล่

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เตรียมเอาผิด สองนักวิ่งที่เข้าไปถ่ายเซลฟี่กับช้างป่า จนถูกช้างวิ่งไล่ เผยเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้เผยภาพเหตุการณ์นักวิ่งชายหญิง เข้าไปถ่ายเซลฟี่กับช้างพลาย ซึ่งกำลังเดินอยู่บนถนนทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทำให้ช้างเกิดความโมโหแล้ววิ่งเข้าใส่ทั้งสองคนถึง 3 ครั้ง จนเรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นที่วิจารณ์ถึงการกระทำของนักวิ่งทั้ง 2 คน ว่าความไม่เหมาะสม

ล่าสุด นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า โดยปกตินิสัยของช้างเขาใหญ่ ไม่ค่อยดุร้าย หากไม่มีใครเข้าไปรบกวน หรือทำให้ช้างรู้สึกว่าเกิดอันตราย ดังนั้น แจ้งเรื่องไปยังพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่านักวิ่งทั้ง 2 คนเป็นใคร เพื่อเรียกตัวเข้ามาเตือนพร้อมเปรียบเทียบปรับ และอยากให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสของทั้ง 2 คน
พร้อมกันนี้ อยากขอความร่วมมือประชาชน ช่วยกันทำตามกฎของอุทยานอย่างเคร่งครัด โดยในอนาคตคาดว่าจะให้มีการลงทะเบียนผู้เข้ามาเที่ยวทั้งหมด เพื่อให้ง่ายต่อการดูแล ติดตามตัวและเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ประวิตรเผย 3 ตำรวจ ช่วย ‘ยิ่งลักษณ์’ หนีสารภาพชื่อผู้สั่งการแล้ว

ประวิตรเผย 3 ตำรวจ ช่วยพา ‘ยิ่งลักษณ์’ หนีสารภาพแล้ว รับมีคนสั่งแต่ยังอุบชื่อ รอสอบโยง อดีต ผบช.น.หรือไม่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีการจับกุมตัวนายตำรวจ 3 นาย ที่ให้ความช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีออกนอกประเทศ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ว่า ล่าสุดผู้ถูกสอบสวนเปิดเผยว่าได้รับคำสั่งให้ช่วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนี และระบุชื่อของผู้สั่งการแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร ซึ่งไม่ใช่บุคคลที่อยู่นอกประเทศ

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเลขาส่วนตัว ได้เดินทางด้วยรถเบนซ์ ก่อนจะเปลี่ยนรถเป็น โตโยต้า คัมรี ที่ มีนบุรี เพื่อเดินทางไปยังจังหวัดสระแก้ว เพื่อข้ามแดน ซึ่งยังไม่พบรถคันดังกล่าว แต่ยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีออกทางอรัญประเทศ โดยใช้ช่องทางธรรมชาติ ไม่ใช่ทางด่านถาวร

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า รองผู้บังคับการหนึ่งในตำรวจที่ถูกนำตัวมาสอบสวน มีความสนิทสนมกับ อดีต ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรื่องนี้ต้องขอให้มีการตรวจสอบโดยละเอียดก่อน

อย่างไรก็ตาม ความผิดของผู้เกี่ยวข้องขณะนี้ คือ การปลอมแปลงเอกสาร ปลอมแปลงทะเบียนรถ ส่วนข้อหาให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนีนั้น ต้องรอให้หน่วยงานต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนก่อน แต่เบื้องต้นต้องให้ย้ายออกจากพื้นที่ชั่วคราว

บิ๊กป้อม แจงปมพระมหาอภิชาติถูกจับ ก่อนจะลาสิกขาพ้นการเป็นพระสงฆ์

พล.อ. ประวิตร แจง พระมหาอภิชาติ ขอสึกเองไม่ได้ถูกบังคับ ด้านโฆษกประจำสำนักนายกฯ แจง ตร.จับ เพราะปมโพสต์ผิดกฎหมาย

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (21 ก.ย. 60) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่พระมหาอภิชาติ พระลูกวัดเบจมบพิตร ได้ขอลาสกขาจากการเป็นพระสงฆ์ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวที่ จ.สงขลา เนื่องจากมีการแสดงความคิดเห็นและท่าทีแข็งกร้าวต่อชาวมุสลิม ว่า

เป็นความต้องการและความสมัครใจเอง ทั้งนี้จากการแสดงความคิดเห็นที่ผ่านมาของพระอภิชาต ตนคิดว่ากระทบกระเทือนต่อความมั่นคงทางด้านศาสนา พร้อมทั้งย้ำว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้นำตัวพระอภิชาติเข้าควบคุมตัวที่ค่ายทหารเพราะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ

ขณะที่ พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น ว่า พระสงฆ์รูปดังกล่าวได้โพสต์ข้อความลงในโซเชียลมีเดียลักษณะล้อเลียน และตำหนิศาสนาอื่น รวมทั้งยังมีการพาดพิงถึงองค์ศาสดาด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าว นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังผิดหลักศาสนาด้วย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นหรือเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปดำเนินการตามกฏหมายปกติ ทั้งนี้ คสช.ไม่ได้สั่งการหรือใช้อำนาจพิเศษใด ๆ มาดำเนินการ

สำหรับพระมหาอภิชาตินั้น เป็นพระวัดเบจมบพิตรฯ ทั้งเป็นพระนักเคลื่อนไหวที่มักแสดงความเห็นตอบโต้กลุ่มผู้ไม่หวังดีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทำลายชาวพุทธในพื้นที่มาโดยตลอด แต่มีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงในเชิงปลุกระดม ส่งผลให้โดนเตือนจากทางมหาเถรสมาคม(มส.) และหน่วยงานความมั่นคงมาแล้วหลายครั้ง ก่อนจะมาซึ่งการจับกุมและการลากสิกขาในที่สุด