ตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี นำตัวผู้ต้องหาใช้อาวุธมีดบุกเข้าชิงทองในร้านทองจังหวัดจันทบุรี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองทั้ง 2 จุด
เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันนี้ (31 ต.ค.60) พลตำรวจตรีจรัล จิตเจือจุน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี นำตัวนายวุฒิพงษ์ หรือหว่อง สมเสนาะ อายุ 31 ปี ชาวตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี คนร้ายในคดีปล้นชิงทองในร้านทองกลางเมืองจันทบุรีถึง 2 ร้าน ในระยะเวลาห่างกันแต่เพียง 2 วัน มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจเดินทางมาดูการทำแผนในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก
โดยร้านแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายวุฒิพงษ์ ไปทำแผนบุกปล้นชิงทรัพย์ที่ร้านทองสนธยา ใกล้เคียงตลาดซุ้ย ซึ่งร้านทองสนธยาเป็นร้านที่นายวุฒิพงษ์ใช้มีดดาบยาวประมาณ 65 เซนติเมตร พร้อมแต่งกายด้วยเสื้อคลุมสีดำ กางเกงขายาว และคลุมหมวกกันน็อคเต็มใบเข้าไปทำการก่อเหตุ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม เวลาประมาณ 14.00 น. โดยที่ร้านทองสนธยา ได้สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง ไปจำนวน 21 เส้น จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่ารุ่นฟีโน่สีแดง-เทา หมายเลขทะเบียน 1 กจ 8499 จันทบุรี หลบหนีไปตามเส้นทางถนนท่าแฉลบผ่านแยกไฟแดงบุญสมและวิ่งตามถนนตากสินก่อนกลับเข้าบ้าน

จากนั้นได้นำตัวนายวุฒิพงษ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองใช่หลี ถนนท่าแฉลบ อำเภอเมืองจันทบุรี ที่อยู่ห่างจากร้านทองร้านแรกไม่ถึง 1 กิโลเมตร โดยร้านทองใช่หลีเป็นร้านที่ 2 ที่นายวุฒิพงษ์ ผู้ต้องหาเข้าทำการก่อเหตุ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ร้านนี้คนร้ายได้ทองคำหนัก 1 สลึงไปจำนวน 18 เส้น โดยการก่อเหตุเป็นการสวมเสื้อผ้าชุดเดียวกัน หมวกกันน็อคใบเดียวกัน และมีดดามยาวเล่มเดียวกันเข้าก่อเหตุ ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นไนท์ อาร์-เอส สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน กทธ 723 จันทบุรี ที่จอดไว้ด้านหน้าโรงหนังเก่า ที่อยู่ห่างจากร้านทองที่เข้าไปก่อเหตุประมาณ 50 เมตร หลบหนีด้วยการขี่รถย้อนศรไปตามถนนท่าแฉลบ

สำหรับการเข้าจับกุมในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากสืบทราบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ จึงได้ประสานไปทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี และมารดาของคนร้ายเพื่อขอเข้าค้นภายในบ้าน เนื่องจากหากรอขอหมายค้นจะล่าช้าและคนร้ายจะหลบหนีได้ และเมื่อเข้าไปตรวจค้นก็พบคนร้ายอยู่ภายในบ้าน และพบสร้อยทองคำที่ทำการชิงทรัพย์มารวมจำนวน 37 เส้น รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุทั้ง 2 คัน อาวุธมีดดาบ และรองเท้าที่ใส่ก่อเหตุอยู่ภายในบ้าน
ส่วนเสื้อคลุมแขนยาวกางเกงขายาว และหมวกกันน็อก นายวุฒิพงษ์ บอกว่าได้นำไปทิ้งไว้ที่ถังขยะหน้าปากซอย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปเก็บรวบรวมของกลางทั้งหมด และนำตัวนายวุฒิพงษ์มาทำการสอบสวน ซึ่งหลังจากทำการสอบสวนนายวุฒิพงศ์รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุเข้าไปปล้นชิงทองทั้ง 2 ร้านจริงและได้นำสร้อยคอทองคำ 2 เส้นไปขายที่ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าใกล้เคียง โดยนายวุฒิพงษ์อ้างว่าที่ก่อเหตุเพราะจะนำเงินไปจ่ายเป็นค่างวดรถ พร้อมทั้งบอกว่า ที่ทำไปถึง 2 ครั้งก็เพราะทำง่าย และมีเงินเหลือ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวนายวุฒิพงษ์ คนร้ายส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี และได้มีการตั้งข้อกล่าวหาในข้อหาชิงทรัพย์ โดยมอมหน้า หรือทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้ใครเห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมหรือรับของโจร ด้านเจ้าของร้านก็สุดดีใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถคลี่คลายคดีได้ในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากตอนนี้เจ้าของร้านทองในจังหวัดจันทบุรี ต่างกลัวว่าหากยังจับคนร้ายไม่ได้จะต้องอยู่กันอย่างหวาดกลัว