ฮือฮา ! สาวดาวน์ซินโดรมคว้ารางวัลบนเวทีมิสยูเอสเอระดับรัฐ

สาวอายุ 22 ปี ที่มีอาการดาวน์ซินโดรม สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า 2 รางวัล บนเวทีประกวดมิสมินนิโซต้า

“มิเคย์ลา โฮล์มเกรน” สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นหญิงสาวซึ่งมีอาการดาวน์ซินโดรมคนแรก ที่เข้าร่วมการประกวดมิสยูเอสเอในระดับรัฐ

แม้ “โฮล์มเกรน” วัย 22 ปี จะไม่สามารถคว้ารางวัลจากการประกวดมิสมินนิโซต้า ยูเอสเอ ซึ่งจะต้องเป็นตัวแทนรัฐไปประกวดมิสยูเอสเอ แต่รางวัลที่เธอคว้ากลับบ้านไป ได้แก่ รางวัลจิตวิญญาณของมิสยูเอสเอ และไดเรกเตอร์ อวอร์ด
เธอเผยว่า เธอสนุกมาก และรู้สึกภูมิใจในตัวเอง นี่คือความฝันของเธอ

รางวัลจิตวิญญาณของมิสยูเอสเอ เป็นการตัดสินที่ยึดจากจดหมายที่ครอบครัวและเพื่อนๆ ของผู้เข้าประกวดส่งเข้ามา
หนึ่งในเพื่อนเรียนเต้นรำของ “โฮล์มเกรน” เขียนในจดหมายว่า “โฮล์มเกรน” ได้สร้างความสดใสในชั้นเรียน และเธอไม่คาดหวังว่าผู้คนจะปฏิบัติกับเธอแตกต่างออกไป เธอเป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณอย่างน่าทึ่งส่วนรางวัลไดเรกเตอร์ อวอร์ด เป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้เข้าประกวดที่มีความโดดเด่นจากคนอื่นๆ

“เดนิส วอลเลซ” ผู้อำนวยการร่วมการประกวด กล่าวว่า ทุกคนรักเธอ ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าประกวด หรือทุกคนในครอบครัว ราวกับว่า “โฮล์มเกรน” เป็นแม่เหล็กดึงดูดทุกคน
ผู้ชมต่างลุกขึ้นปรบมือให้กับ “โฮล์มเกรน” ระหว่างที่เธอรับรางวัล

“โฮล์มเกรน” เผยอีกว่า การเข้าประกวดเป็นหนึ่งในความชื่นชอบของเธอ โดยก่อนหน้านี้เธอเคยเข้าร่วมการประกวด มิสอะเมซิ่ง 2015 ซึ่งเป็นการประกวดนางงามสำหรับผู้มีปัญหาทางร่างกาย

ปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันแล้ว ที่มีการสร้างประวัติศาสตร์บนเวทีการประกวดมิสมินนิโซต้า หลังจากในการประกวดเมื่อปีที่แล้ว มีหนึ่งในผู้เข้าประกวดสวมฮิญาบระหว่างการประชันโฉมบนเวที และเธอสามารถผ่านเข้ารอบ 15 คน สุดท้ายได้สำเร็จ

วิทยายื่นร้องอัยการสูงสุด ให้เข้ามาถ่วงดุล คดีที่ผบ.ตร. แจ้งความจับ

“วิทยา แก้วภราดัย” ยื่นร้องอัยการสูงสุด แจ้งให้มีการเข้ามาถ่วงดุล คดีที่ ผบ.ตร. แจ้งความจับ ในข้อหาหมิ่นประมาทสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีการแต่งตั้งโยกย้าย

วันนี้ (30 พ.ย.) เวลา 09.00 น. นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อแจ้งให้มีการเข้ามาถ่วงดุลในคดีที่ ผบ.ตร. แจ้งความจับ ในข้อหาหมิ่นประมาทสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีการแต่งตั้งโยกย้าย

นายวิทยา กล่าวว่า วานนี้ตนได้เดินทางไปสอบถามความคืบหน้าคดีดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน หลังมีการแจ้งความฟ้องตนไปแล้วเกือบ 3 เดือน แต่ยังไม่มีการออกหมายเรียกตนแต่อย่างใด

ตนได้ทราบมาว่ามีการสอบพยานไปแล้ว 6 ปาก ยังต้องมีการสอบอีกเยอะ ซึ่งไม่มีหลักประกันว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไร วันนี้จึงได้มายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด รวมทั้งยังเผยว่า ถ้ามีการสั่งฟ้อง ตนก็พร้อมขึ้นศาล เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

หนุ่มจับหน้าอกสาว บนรถเมล์สาย 8 รับก่อเหตุมากว่า 30 ครั้ง

หนุ่มจับหน้าอกสาวบนรถเมล์สาย 8 รับสารภาพ พบเคยก่อเหตุ มาแล้วกว่า 30 ครั้ง

นายพีรพล อายุ 36 ปี ผู้ต้องหากระทำอนาจาร จับหน้าอกผู้เสียหายบนรถเมล์ ถูกตำรวจ สน.บางซื่อ จับกุมได้ที่บ้านพัก ใน จ.ปทุมธานี มาสอบสวน หลังจาก มีนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง เข้าแจ้งความ กับตำรวจ สน.บางซื่อ เมื่อวานที่ผ่านมาว่า ถูกนายพีรพล กระทำอนาจาร บนรถเมล์สาย 8

ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนเองทำงานรับจ้างแจกใบปลิว จึงต้องนั่งรถประจำทางไปตามสถานที่ต่างๆ และระหว่างนั่งรถประจำทาง ก็ก่อเหตุเป็นประจำ แต่ไม่มีใครแจ้งความเพราะไม่มีพยานหลักฐาน จึงทำให้ย่ามใจก่อเหตุมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีผู้เสียหายบันทึกภาพไว้ ขณะที่ตนเองก่อเหตุ โดยเมื่อวันที่ 18  สิงหาคม 2560 ขณะที่ตนเองนั่งรถโดยสารสาธารณะสาย 8 นั่งอยู่เบาะหลังผู้เสียหาย ได้ใช้มือสอดเข้ามาบริเวณระหว่างเบาะ เพื่อจับหน้าอกผู้เสียหาย และหลบหนีไป

นอกจากนี้ ผู้ต้องหารับว่า ตนเองได้กระทำลักษณะแบบนี้มาตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน –  พฤศจิกายน 2560 กระทำมาประมาณ 20-30 ครั้ง กับผู้หญิงบนรถโดยสารประจำทางสาย 8 , 24 , 28 , 29 , 97 , 510 โดยครั้งล่าสุดคือ เมื่อวันที่ 26  พฤศจิกายน เวลาประมาณ 11.00 น. บนรถประจำทางสาย 8 ซึ่งมีคลิปปรากฏ

ด้าน พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. กล่าวว่า ผู้เสียหายที่ถูกกระทำอนาจารในลักษณะนี้ ให้มาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นไปได้ ให้บันทึกภาพ ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ไว้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุกับผู้เสียหายรายอื่น เพราะถือเป็นภัยสังคงรูปแบบหนึ่ง พร้อมฝากเตือนให้ระมัดระวัง หากถูกลวนลาม ให้ขอความช่วยเหลือ กับคนขับรถโดยสารหรือ กระเป๋ารถเมล์ และขอความร่วมมือ ผู้ประกอบการ ให้อบรม ให้ความรู้ พนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร ในการให้ความช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกกระทำ