ผู้ประกอบการอ่าวนาง ร้องถูกหน่วยงานรัฐฯกว่า 7 หน่วยงาน เรียกรับส่วย

ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ออกมาเปิดเผยข้อมูลจากผู้ประกอบการที่หาดอ่าวนาง โดยอ้างว่า ต้องจ่ายส่วยให้หน่วยงานของรัฐฯ ไม่น้อยกว่า 7 หน่วยงาน เพื่อแลกกับการไม่บังคับใช้กฎหมาย

ผู้ประกอบการโรงแรมในตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ต้องลงทุนเป็นเงินหลายแสนบาท เพื่อเปลี่ยนกระจกหน้าต่างห้องพัก เป็นกระจกพิเศษ เพื่อป้องกันเสียงดังจากสถานบันเทิงและบาร์เบียร์ ที่เปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อไม่ให้ส่งเสียงรบกวนลูกค้าที่เข้าพักภายในโรงแรม หลังมีกระแสข่าวการเรียกรับเงินจากภาคธุรกิจของเจ้าหน้าที่รัฐ

นายเอกวิทย์ ภิญโญธรรมมโนทัย ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากผู้ประกอบการธุรกิจบันเทิง ธุรกิจที่ใช้แรงงานข้ามชาติ และธุรกิจขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ย่านท่องเที่ยวในตำบลอ่าวนาง ซึ่งอ้างว่า ต้องจ่ายส่วยให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกว่า 7 หน่วยงาน ทั้งตำรวจในพื้นที่, ระดับภาค, ส่วนกลาง และฝ่ายปกครอง หน่วยงานละ 2,000-30,000 บาทต่อเดือน

โดยเงินที่ต้องจ่าย ขึ้นกับขนาดของธุรกิจ ซึ่งมีกลุ่มบุคคล ทั้งที่ใช่และไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ หมุนเวียนเรียกรับผลประโยชน์ ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ พร้อมเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมาย

ขณะที่พันตำรวจเอก วรพล ปาลรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ปฏิเสธว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ไม่มีได้มีการเรียกเก็บผลประโยชน์กับ บาร์เบียร์ สถานบันเทิง เพื่อให้สามารถเปิดเกินเวลาได้

โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ท้องที่ได้มีการเข้มงวด เวลาเปิด-ปิด และเรื่องเสียงดังมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้จะสั่งการเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบตามที่ได้มีการร้องเรียน เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการที่พักโรงแรมเดือดร้อน และไม่ทราบว่ามีหน่วยงานอื่นมาเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการผิดกฎหมายในพื้นที่หรือไม่

ถนน จ.สงขลา ทรุดตัวกระทันหัน รถเก๋งมองไม่เห็นตกลงไปทั้งคัน

ถนนทรุดตัวขาดกลางกระทันหัน รถเก๋งหล่นลงไปทั้งคันเพราะมองไม่เห็น โชคดีคนขับปลอดภัย

วันนี้ (30 พ.ย. 60) นายโสภาภรณ์ ละอองสม รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสงขลาที่ 2 ได้เปิดเผยว่า เหตุเกิดถนนทรุดตัวกระทันหัน เมื่อเวลาประมาณ 04:00 ที่ผ่านมา บนทางหลวงหมายเลข 43 (อ.จะนะ-อ.ปาแด) ที่กม.53 ม.8 บ้านเขาน้อย ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา หน้าสะกอมคาบาน่า ทำให้รถเก๋งที่ขับผ่านมาคือ รถซูซูกิ เซียส สีดำ ทะเบียน จ.สงขลา ตกลงไปทั้งคัน คนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ทั้งนี้ สาเหตุของถนนทรุดตัวเกิดจากท่อกลมใต้ถนนแตก คาดว่าเกิดจากแรงดันของน้ำจำนวนมากที่ไหลผ่านท่อทุกวัน เพราะช่วงนี้มีฝนตกหนักสะสมตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ความแรงของน้ำดันท่อจนแตก ดินด้านล่างอุ้มน้ำไม่ไหวจึงยุบตัวดึงถนนข้างบนทรุดตัวขาดกลาง รถเก๋งขับมามองไม่เห็นจึงตกลงไปทั้งคัน ขณะนี้จนท.เร่งติดป้ายเตือน ให้รถไปใช้ทางเบี่ยงในช่องทางอีกฝั่งแทน  แล้ว

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จส.100

เกาหลีเหนือโว ทดสอบขีปนาวุธรุ่นใหม่สำเร็จ ยิงถล่มได้ทุกที่ในสหรัฐฯ

สื่อทางการเกาหลีเหนืออ้างประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ ซึ่งมีศักยภาพโจมตีทุกพื้นที่ในสหรัฐฯ ด้านเกาหลีใต้ชี้เป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำเกาหลีเหนือในฐานะผู้สนับสนุนก่อการร้าย

สถานีโทรทัศน์ KRT ของเกาหลีเหนือ รายงานว่า เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป หรือ ICBM ประเภทใหม่ เมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ ซึ่งมีศักยภาพเพียงพอที่จะโจมตีทุกพื้นที่บนแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ

โดยขีปนาวุธลูกนี้ทะยานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสูงถึง 4,475 กิโลเมตร ซึ่งสูงกว่าระดับความสูงของสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS ถึง 10 เท่า และเดินทางได้ไกล 950 กิโลเมตร ในระยะเวลา 53 นาที ก่อนจะตกลงสู่น่านน้ำเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น ซึ่งนานกว่าขีปนาวุธลูกก่อนๆ

เมื่อวันอังคาร นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ได้ลงนามคำสั่งทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด หลังห่างหายไป 74 วัน ตั้งแต่การทดสอบในช่วงกลางเดือนกันยายน และเกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำเกาหลีเหนืออีกครั้ง ในฐานะรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต่างเห็นตรงกันว่าขีปนาวุธลูกนี้เป็นขีปนาวุธข้ามทวีป แต่ยังไม่เป็นภัยคุกคามต่อแผ่นดินใหญ่ หรือเกาะของสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรของสหรัฐฯ
นายกรัฐมนตรีอี นัก-ยอน ของเกาหลีใต้ เผยวานนี้ว่า การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดน่าจะเป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย และเป็นความพยายามยั่วยุเพื่อให้ประชาคมโลกยอมรับในฐานะมหาอำนาจนิวเคลียร์

หลังการทดสอบขีปนาวุธ ประธานาธิบดีมูน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ ได้โทรศัพท์สายตรงถึงประธานาธิบดีทรัมป์ ในระหว่างการสนทนา นายมูน ระบุว่า เทคโนโลยีขีปนาวุธของเกาหลีเหนือพัฒนาขึ้นจากเดิม ขณะที่ก่อนหน้านี้ เขาได้กล่าวประณามการทดสอบขีปนาวุธครั้งนี้ และเน้นย้ำว่า เกาหลีใต้ได้เตรียมการป้องกันการโจมตีไว้ล่วงหน้าแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกเพิ่มแรงกดดันและการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ

ด้านนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่น เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือในประเด็นนี้ พร้อมประกาศว่า ญี่ปุ่นจะเพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือในระดับสูงสุด

ที่มา  www.express.co.uk