สั่งไล่ล่า 2 โจรหื่น ใช้มีดจี้อุ้มเด็กหญิง ป.3 หวังรุมโทรม โชคดีรอดมาหวุดหวิด !!

ตำรวจเมืองคอน สั่งไล่ล่า 2 โจ๋หื่นเมายา พังประตูบ้านใช้มีดจี้เด็กหญิง ป.3 ขึ้นรถจยย.หวังรุมโทรม โชคดีที่หนูน้อยตั้งสติกระแทกจนรถล้ม ก่อนวิ่งร้องให้คนช่วยเหลือ 

วันนี้ (21 ธ.ค.60) ผู้สื่อข่าว MThai ได้รายงานว่า  พ.ต.อ.ปรีชา ปัญญาเลิศ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้เรียก พ.ต.ท.ชัยภัทร ศรีเรือง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.เกษม จอมพงศ์ รอง ผกก.สอบสวน, พ.ต.ต.สมนึก สุวรรณวงศ์ สว.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมชุดสืบสวน ร่วมวางแผนสืบสวนติดตามจับกุม 2 คนร้าย

ที่ก่อเหตุใช้มีดจี้จับตัวเด็กนักเรียนหญิง อายุ 9 ขวบ เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (20 ธ.ค.)  โดยกำชับชุดสืบสวนเร่งลงพื้นที่สืบสวนหาเบาะแสคนร้าย เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีโดยเร่งด่วน เนื่องจากคนร้ายมีพฤติกรรมเป็นภัยสังคม สร้างความหวาดกลั้วให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

ข่าวข่มขืน, ข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช, ข่าวสดวันนี้
ข่าวข่มขืน

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เวลา 19.30 น.คืนวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.ชัยยันต์ อิทธิศักดิ์สกุล รอง สวป.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากนายวิจิตร ไกรนรา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งใหญ่วิทยาคม ว่ามีเด็กผู้หญิงถูกจับและถูกทำร้าย แต่สามารถดิ้นหลุดวิ่งมาขอความช่วยเหลือที่บ้านพักคนงานในสวนยางของตน บริเวณบ้านสวนจีน หมู่ 6 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่

หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิใต้เต็กตึ๊ง รีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านพักคนงานกรีดยางพารา พบเด็กหญิงคนดังกล่าว บาดเจ็บมีบาดแผลถลอกปอกเปิกตามร่างกายหลายแห่ง ยืนร้องให้ด้วยความตกใจ โดยมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณที่เกิดเหตุคอยพูดคุยปลอบใจให้คลายจากอาการหวาดกลัว

ทั้งนี้จากการสอบสวนเด็กหญิง ให้การว่าหลังเลิกเรียนพ่อกับแม่ ได้พาตนมาดูแลคุณตา ที่กระท่อมในสวนยางพารา ห่างออกไปประมาณ 1 กม.เศษ ต่อมาได้มีคนร้ายเป็นผู้ชาย 2 คน สวมเสื้อแขนยาว มีผ้าปิดหน้าขับขี่รถจกรยานยนต์ไม่ทราบสี และยี่ห้อ ขับมาจอดหน้ากระท่อม

จากนั้นคนร้ายเดินเข้ามาดึงประตูกระท่อมอย่างแรงจนประตูเปิด แล้วเข้ามาในกระท่อม โดยสองคนร้ายมีอาการคล้ายคนเมาเหล้าหรือยาเสพติด ก่อนจะชักมีดออกมาจี้บังคับตน แล้วใช้เชือกในล่อน มัดมือมัดเท้าของตน ตนพยายามเรียกให้คุณตาที่นอนป่วยช่วย แต่คนร้ายเอามือปิดปากตนเอาไว้

จากนั้นคนร้ายได้ข่มขู่ให้ตนเดินออกมาจากกระท่อม ขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนอีกคนเป็นคนขับ ให้ตนนั่งตรงกลางขับไปบนถนนภายในสวนยางเป็นระยะทางประมาณ 500 เมตร พร้อมทั้งเอามีดจี้ที่เอวตลอดทาง ระหว่างทางคนร้ายได้พูดเรียกชื่อกันจำได้ว่าชื่อ “นายตั้ม”กับ “นายเบิร์ด” และยังพูดกันว่าจะพาตนไปกรุงเทพ

ตนตกใจกลัวและเห็นท่าไม่ดี กระทั้งรถจักรยานยนต์ผ่านมาถึงบริเวณสวนปาล์ม ตนเห็นว่าเชือกไนล่อนที่มัดมือมัดเริ่มหลวมเกือบหลุด จึงตั้งสติรวบรวมความกล้าใช้หลังและไหล่กระแทกคนที่นั่งซ้อนท้ายด้านหลังตนอย่างแรง จนพลัดตกจากรถจักรยานยนต์ ทำให้รถเสียหลักล้มคว่ำ ตนจึงรีบแก้เชือกที่มัดแขนขาออก วิ่งหนีสุดชีวิตพร้อมร้องตะโกนให้คนช่วยเสียงดังลั่น

คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงรีบขับขี่รถหลบหนี ขณะที่ตนได้วิ่งหนีได้ประมาณ 500 เมตร พบบ้านเรือนของชาวบ้าน จึงเข้ามาความช่วยเหลือ โดยชาวบ้านได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประสานพ่อแม่ให้มารับตัวดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายทั้งสองน่าจะเป็นวัยรุ่นทาสยาเสพติด หลังเสพยาเสพติดจนเมามาย และเกิดอารมณ์ทางเพศ โดยทราบว่าน้องเมย อยู่กับคุณตา ซึ่งนอนป่วย จึงชวนกันใช้มีดจี้ หวังพาไปกระท่อมที่ไหนสักแห่ง เพื่อข่มขืนกระทำชำเรา

พฤติกรามคนร้ายไม่ประสงค์ต่อทรัพย์สินใด ๆ ถือเป็นภัยต่อสังคม เป็นอันตรายต่อบุตรหลานที่เป็นผู้หญิงของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก ซึ่งทาง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ สั่งการชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้าย เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป​

มหัศจรรย์ ! หญิงมะกันให้กำเนิดทารกจากตัวอ่อนที่ ‘แช่แข็ง’ ไว้นาน 24 ปี

หญิงชาวอเมริกันให้กำเนิดทารกเพศหญิงจากการปลูกถ่ายตัวอ่อน ที่ถูกแช่แข็งไว้นานกว่า 24 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา “เอ็มมา เรน กิบสัน” ทารกน้อยแรกเกิดจากการปลูกถ่ายตัวอ่อนให้หญิงสาววัย 26 ปี ซึ่งตัวอ่อนเกิดจากสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง โดยตัวอ่อนนี้ถูกแช่แข็งไว้ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. 2535 เป็นเวลานานกว่า 24 ปี ในศูนย์รับบริจาคตัวอ่อนแห่งชาติ (NEDC) ที่เมืองน็อกซ์วิลล์ รัฐเทนเนสซี

วานนี้ (20 ธ.ค.) เมลลิงเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ NEDC ให้สัมภาษณ์ว่าทีนา กิบสัน แม่ที่อุ้มท้องและคลอด เอ็มมา เกิดเมื่อปี 1991 ปัจจุบันอายุ 26 ปีดังนั้นหนูน้อยจึงมีอายุที่แท้จริงอ่อนกว่ามารดาเพียง 1 ปีเท่านั้น ขณะที่กิบสัน เล่าว่า หลังจากการตั้งครรภ์สมบูรณ์ เธอจึงมารู้ทีหลังว่าตัวอ่อนที่ปลูกถ่ายให้เธอนั้นถูกแช่แข็งมานานถึง 24 ปี โดยกิบสัน กับสามีเลือกตัวอ่อนตามลักษณะทางพันธุกรรม แต่แพทย์ไม่ได้ระบุว่าตัวอ่อนถูกแช่แข็งมานานแค่ไหน

NEDC อ้างข้อมูลจากนักวิจัยของหอสมุดการแพทย์เพรสตัน มหาวิทยาลัยเทนเนสซี เชื่อว่า เอ็มมา ทารกน้อยรายนี้ น่าจะเป็นทารกที่เกิดจาก ตัวอ่อนซึ่งถูกแช่แข็งเอาไว้นานที่สุดในโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญยังไม่มั่นใจในข้อมูลดังกล่าว

ซาเฮอร์ เมอร์ฮี ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาเด็กหลอดแก้วของศูนย์ นิว โฮป เฟอร์ทิลิตี ในนิวยอร์ก ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า บริษัทในสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องรายงานอายุของตัวอ่อน เพียงแค่แจ้งผลการตั้งครรภ์กับผู้รับปลูกถ่ายตัวอ่อนเท่านั้น

พร้อมกันนี้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกันการแช่แข็งตัวอ่อน ซึ่งโดยทั่วไปคู่สามีภรรยาที่เข้ารับการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ เด็กหลอดแก้ว (IVF) ก็มักจะเหลือตัวอ่อนที่เกิดจากกระบวนการดังกล่าว และเก็บรักษาโดยการแช่แข็งไว้เผื่ออนาคตจะมีโอกาสได้ใช้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ มีทารกเพศชายที่ถูกเก็บตัวอ่อนไว้นานถึง 20 ปี และถูกให้กำเนิดโดยสตรีคนหนึ่งในนครนิวยอร์กเมื่อปี 2011 ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถิติตัวอ่อนที่เก็บรักษาไว้นานที่สุด

NEDC เป็นองค์กรคริสเตียนซึ่งประกาศตัวเป็นผู้นำด้านการรับเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อช่วยเหลือคู่สามีภรรยา ให้มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการปลูกถ่ายตัวอ่อนที่รับบริจาคไว้ให้ ซึ่งในปัจจุบัน มีตัวอ่อนในโครงการกว่า 686 คน

ที่มา www.theguardian.com

สั่งจำคุก 2 ปี ประธาน บ.เมก้า พร้อมพวก คดีดับเพลิง SCB คร่า 8 ศพ

ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ปธ.บริษัท เมก้า แพนเน็ต -กับพวกรวม 3 คน คุมงานติดตั้งระบบดับเพลิง ตึก SCB ประมาททำคนตาย 8 เจ็บ 7 ปี 59 – รอลงอาญา 2 ปี ให้ชดใช้เงินญาติคนตายรวม 2.1 ล้านบาท

วันนี้(21 ธ.ค.) ศาลอาญา รัชดา อ่านคำพิพากษา ในคดีที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายณพงษ์ สุดสงวน อายุ 45 ปี ,นายอดิศร โฟดา อายุ 51 ปี กก.ผจก.ใหญ่ และกก.ผู้มีอำนาจ บริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำกัด กับพวก ซึ่งเป็นบุคคล อีก 6 คน และเป็นนิติบุคคลอีก 1 ราย ร่วมกันเป็นจำเลย ที่ 1- 10 ในความผิดฐาน ร่วมกันกระทำประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับบาดเจ็บส่าหัส ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

จากกรณีเมื่อวันที่ 13 มี.ค 2559 เวลากลางคืน จำเลยที่ 1,2 ได้ให้พนง.บ.เมก้า ฯ จำเลยที่ 9 ติดตั้งระบบดับเพลิงแบบไพโรเจน โดยใช้สารเคมีแอโรซอล ที่ห้องเอกสาร ชั้น บี ประตู 5 บริเวณชั้นใต้ดิน ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ โดยใช้สว่านไฟฟ้าเจาะกำแพงฝาผนังจนเกิดแรงสั่นสะเทือน ระบบดับเพลิงทำงานปล่อยสารเคมีแอโรซอลจนฟุ้งกระจาย ทำให้คนงานสูดดมสารเคมี จนถึงแก่ความตาย 8 คน และทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ 7 ราย

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า นาย ณพงษ์ สุขสงวน ประธานกรรม บริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำเลยที่ 1 , นายอดิศร โฟดา กรรมการบริษัท จำเลยที่ 2 และ นายนายจิระวัฒน์ เปรมปรีด์ วิศวกร จำเลยที่ 3 และ บริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำเลยที่ 9 มีความผิดฐานผู้ใดร่วมกันกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายแก่กายและอันตรายสาหัส สั่งจำคุกจำเลยที่ 1-3 คนละ 2 ปี รอลงอาญา คนละ 2 ปี และให้ปรับจำเลยที่ 9 ซึ่งเป็นบริษัท 20,000 บาท และให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินแก่ญาติผู้ตาย 3 ราย ที่เป็นโจทก์ร่วมด้วย รวม 2.1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันเกิดเหตุ 13 มี.ค.2559 ส่วนจำเลยที่เหลือ พิพากษายกฟ้อง