สำเพ็งคึกคัก! ปชช. ซื้อของตกแต่งช่วงเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่

สำเพ็งคึกคัก! ประชาชนจับจ่ายใช้สอยของประดับตกแต่ง ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

วันนี้ ( 20 ธ.ค. 60 ) ที่ ย่านสำเพ็ง ประชาชนทยอยเดินทางมาเลือกซื้อของประดับตกแต่ง และของขวัญ ของชำร่วยต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเฉลิมฉลองเนื่องในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้ ทำให้บรรยากาศการซื้อชายเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ค้าต่างบอกว่า การขายในปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว แต่ไม่ดีเท่าปีก่อนๆ ที่ผ่านมา สำหรับราคาไม่ได้มีการปรับขึ้นลงแต่อย่างใด

สำหรับเทศกาลคริสมาสต์ และปีใหม่ ถือเป็นอีกช่วงไฮไลท์ของผู้ประกอบการธุรกิจ ที่ประชาชนจะออกมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าจำพวกของตกแต่งบ้าน ของขวัญปีใหม่ สินค้าแฟชั่นต่างๆ รวมไปถึงการมองหาโปรโมชั่นร้านอาหารสำหรับฉลองวันส่งความสุขที่กำลังจะมาถึง

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่มีร้านค้าออนไลน์อยู่แล้ว ก็สามารถฉวยโอกาสจากเทศกาลคริสมาสต์ และปีใหม่นี้ มาช่วยสร้างยอดขายให้กับธุรกิจได้ ด้วยการวางกลยุทธ์ของสินค้าให้เข้ากับเทศกาล หรือตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่

‘วัลลภ’ จ่อสรุปผลปมรื้อฟื้นคดี ‘ครูจอมทรัพย์’ ยันทำงานตามกรอบ

วัลลภ เตรียมสรุปผลกรณีการรื้อฟื้นคดี ‘ครูจอมทรัพย์’ ให้ปลัดยุติธรรม ยันคณะกรรมการทำงานตามกรอบทุกขั้นตอน

วันที่ 20 ธ.ค. 2560  เวลา 14.00 น. นายวัลลภ นาคบัว ผู้อำนวยการสำนักกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานตรวจสอบข้อเท็จจริงการรับเรื่องราวร้องทุกข์ในคดีของ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือ ครูจอมทรัพย์ ได้แถลงข่าวขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีใหม่ของ นางจอมทรัพย์ ก่อนส่งผลสรุปให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมพิจารณา

โดยนายวัลลภ ระบุว่า ตามที่กระทรวงยุติธรรมได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบข้อเท็จ กรณีปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่ากระทรวงยุติธรรมมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีกระบวนการว่าจ้างให้มีการรับสมอ้างเป็นผู้กระทำผิด คณะกรรมการฯ ได้กำหนดแนวทางการตรวจสอบและดำเนินการรื้อฟื้นคดีใหม่ ซึ่งมีหนังสือ ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงและจัดส่งเอกสารการดำเนินการกรณีดังกล่าว

รวมถึงมีหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้มอบหมายคณะทำงานตามคำสั่งศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ชุดที่ 1 จำนวน 7 คน และตามคำสั่งศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ชุดที่ 2 จำนวน 7 คนชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการ ต่อมาบันทึกถ้อยคำบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนแปดคนได้แก่เลขานุการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้คณะทำงานชุดที่ 1 จำนวน 4 คน และคณะทำงานชุดที่ 2 จำนวน 3 คน

อีกทั้งทางคณะกรรมการได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับมอบหมายเป็น 2 ประเด็นคือ ตรวจสอบการมีส่วนเกี่ยวข้องและบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ทำใน 4 ขั้นตอน ได้แก่ขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือ, ขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่, ขั้นตอนการพิจารณาคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นใหม่ในชั้นศาล และขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานหลังจากศาลรับคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ และเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องของข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ส่วนราชการ

ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รู้เห็นเป็นใจในกรณีของเครื่องจับเท็จแต่ยังคงดำเนินการต่อไปนั้น นายวัลลภ เปิดเผยว่า ในส่วนนี้เป็นของคณะทำงานชุดที่ 2 ซึ่งเรื่องนี้ ตนเองยังไม่มีความเห็น แต่ขอชี้แจงว่า ทางกระทรวงยุติธรรมได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเพียงแค่เรื่องจับเท็จเท่านั้น แต่ที่ดีเอสไอเกี่ยวข้องเพียงเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่มาปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือศูนย์ลูกหนี้เท่านั้น แต่เมื่อส่งข้อมูลเท็จไปยังศาลนั้น ถือเป็นการก้าวล่วง

ส่วนผลสรุปว่าถูกหรือผิดนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ ซึ่งขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานและเอกสารทั้งหมด รวมถึงผลการสอบสวนส่งให้แก่นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้พิจารณาผลการสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่นางจอมทรัพย์ด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ยอมรับว่าเมื่อมีผู้มาร้องขอความช่วยเหลือแล้ว ทางคณะกรรมการเห็นว่าจะต้องทำตามขั้นตอนอย่างเต็มที่ และสุดท้ายผลจะเป็นอย่างไรถูกหรือผิดต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล อย่างไรก็ตาม เตรียมรวบรวมพยานหลักฐาน และเอกสารผลสรุปคดีทั้งหมดให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมพิจารณาต่อไป