แรงไปไหม!! หญิงสาวทะเลาะแฟนทอม ก่อนลากเข้าลิฟท์กระทืบเจ็บ

แชร์ว่อนคลิปสาวโหดลากทอมเข้าลิฟท์ก่อนกระทืบเจ็บ ก่อนจะเผยเป็นเรื่องของคู่รักทะเลาะกัน 

วันนี้ (20 ธ.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากเฟซบุ๊กเพจ Social Hunter Begins ซึ่งได้เผยคลิปภาพคนกลุ่มหนึ่งในลิฟท์กำลังทำร้ายสาวหล่อ จากนั้นลากออกจากลิฟท์อย่างไม่ปราณี พร้อมข้อความระบุว่า

เห็นบอกผู้หญิงกระทืบทอม ทะเลาะกันมาจากเรื่องอะไรวะ ต้องใจร้ายแค่ไหน ถึงทำได้ขนาดนี้! กระทืบข้างล่างไม่พอ ลากขึ้นไปซ้อมต่อที่ห้อง

หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาชมคลิป พร้อมทั้งแชร์ส่งต่ออย่างกว้างขวาง และเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์สาวที่ทำร้ายเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีความเห็นหนึ่งมาชี้แจงว่า คนที่ทำร้ายร่างกายสาวหล่อนั้นเป็นคนรักของเขาเอง

ภาพจาก Social Hunter Begins

กรมอุตุฯเตือน!! พายุ “ไคตั๊ก” มาตามนัดแน่ ’22-24 ธ.ค.นี้’

กรมอุตุฯเตือน!! พายุ “ไคตั๊ก” มาตามนัดแน่ ’22-24 ธ.ค.นี้’ – อุณหภูมิลดลงอีก 1 – 2 องศาเซลเซียส

วันนี้ (20 ธ.ค. 60) พายุโซนร้อน “ไคตั๊ก” (KAI-TAK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 8.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.8 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตร/ชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางใต้เล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตร/ชั่วโมง

โดยคาดว่าในช่วงวันที่ “22-24 ธันวาคม 2560” พายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าใกล้ประเทศมาเลเซียรวมทั้งภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะ “จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล”

สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล “อุณหภูมิลดลงได้อีก 1-2 องศาเซลเซียส” ในภาคเหนือ จึงขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลง

ขอขอบคุณข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา ,@man_Rwv ,NDTV

ธุรกิจกัญชาในสหรัฐฯกำลังเฟื่องฟู

อุตสาหกรรมกัญชา กำลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้ประกอบการและนักลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งหันมาจับธุรกิจและลงทุนในธุรกิจกัญชา อันเป็นผลมาจากการปฏิวัติกฎหมายเกี่ยวกับกัญชาในสหรัฐฯ

รายการ เช้าทันโลก Welcome World ทางช่อง MONO29 รายงาน อลัน เกิร์ทเนอร์ อดีตหัวหน้าฝ่ายขายกูเกิล เอเชีย-แปซิฟิก ในสิงคโปร์ เริ่มเปิดธุรกิจ “โตเกียว สโมค” ที่สำนักงานเล็กๆ ในนครโตรอนโตของแคนาดา สำหรับจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับสูบกัญชา เช่น ชุดสูบกัญชาไฟฟ้า ซึ่งอาจมีราคาสูงถึง 335 ดอลลาร์แคนาดา หรือราว 8,500 บาท

เกิร์ทเนอร์ เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ประกอบการและนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในธุรกิจที่ได้รับค่าตอบแทนสูงในภาคเทคโนโลยีและการเงิน เพื่อเปิดบริษัทสตาร์ทอัพที่ให้ความสนใจในอุตสาหกรรมกัญชาที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

เกิร์ทเนอร์ บอกว่า นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นตลาดขนาดใหญ่ที่เปลี่ยนจากตลาดมืดกลายเป็นตลาดถูกกฎหมาย ผู้บริโภคพร้อมที่จะใช้กัญชา และนี่เป็นช่วงเวลาที่น่าทึ่ง ที่การปฏิวัติกัญชาทั่วโลกจะเกิดขึ้นภายใน 10 ปีข้างหน้านี้

เกิร์ทเนอร์ ประธานบริหาร “โตเกียว สโมค” สร้างรายได้ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 326 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 10 เดือน แม้เรื่องดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นสิ่งต้องห้าม และมีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายก็ตาม

ข้อมูลจาก CB Insights ระบุว่า ตลอดทั้งปีนี้ มีผู้ลงทุนในกองทุนอย่างน้อย 27 รายในบริษัทกัญชา เมื่อเปรียบเทียบกับ 10 รายในปีที่ผ่านมา และ 9 รายในปี 2558

จากการคาดการณ์ของ “ลีฟลี่” บริษัทด้านการตลาดสำหรับธุรกิจกัญชาเพื่อการรักษาโรค เงินทุนที่สะพัด ทำให้เกิดการจ้างงานในภาคธุรกิจกัญชาที่ถูกกฎหมายในสหรัฐฯ ถึง 150,000 คน หรืออัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากปีที่แล้ว

งานวิจัยของ “อาร์กวิว มาร์เก็ต” ระบุว่า ปัจจุบันตลาดกัญชาถูกกฎหมายมีมูลค่าราว 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 260,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 3 เท่าเป็น 22,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 738,000 ล้านบาท ภายในปี 2564

ขณะที่คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการบังคับใช้นโยบายของเขา โดยนายเจฟฟ์ เซสชันส์ อัยการสูงสุดสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะปราบปรามธุรกิจค้ากัญชาในสหรัฐฯ ขณะที่นายทรัมป์ได้ขยายเวลาห้ามใช้งบประมาณเพื่อแทรกแซงอุตสาหกรรมกัญชาจนถึงสิ้นปีนี้