พบ! ‘เลียงผา’ ลงจากเขาแดงในอช.เขาสามร้อยยอด

จนท.อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ช่วยกันเฝ้าระวังหลังพบ ‘เลียงผา’ เพศผู้ลงมาจากเทือกเขาแดง

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.60 นายรุ่งโรจน์ อัศวกุลธารินท์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางไปยังบริเวณทางขึ้นเขาแดงจุดชมวิว พร้อมเจ้าหน้าที่ ซึ่งอยู่ด้านหลังของที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เดินลาดตระเวนและพบเห็นเลียงผาลงมาเดินอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าดูอยู่ห่างๆเลียงผา หวั่นว่าจะเดินขึ้นมาถนนด้านหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เนื่องจากเป็นช่วงเส้นทางโค้งและมีรถยนต์สัญจรเยอะอาจเกิดอันตรายกับเลียงผาได้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดทั้งหมดเฝ้าสังเกตพฤติกรรมเลียงผา กระทั่งเลียงผาตัวดังกล่าวในวิ่งขึ้นกลับขึ้นเทือกเขาแดงไป

นายรุ่งโรจน์ อัศวกุลธารินท์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด กล่าวว่า ได้ใช้กล้องส่องดูตามลำตัวพบว่า เลียงผาตัวดังกล่าวเป็นเพศผู้ตัวใหญ่ ขนาดน้ำหนักน่าจะอยู่ที่ประมาณ50-60 กิโลกรัม ตามลำตัวไปพบมีบาดแผลแต่อย่างใด สำหรับช่วงนี้เป็นช่วงที่เลียงผามีการผสมพันธุ์ อีกทั้งบริเวณเทือกเขาแดงซึ่งเป็นจุดชมวิว เป็นภูเขาหินปูนซึ่งเป็นอีกพื้นที่ซึ่งมีเลียงผาอาศัยอยู่หลายตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ออกลาดตระเวนมักพบมูลของเลียงผาอยู่บนเทือกเขาแดงด้วย

นายรุ่งโรจน์ อัศวุกลธารินท์ หน.อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด กล่าวว่าอย่างไรก็ตามโอกาสที่จะพบเลียงผาในด้านล่างนั้นไม่ค่อยมีโอกาสพบเจอมากนัก ในพื้นที่ด้านล่างของภูเขา ดังนั้นเมื่อลงมาและพบจึงต้องเฝ้าสังเกตพฤติกรรมและติดตามจนกว่าเลียงผาจะกลับขึ้นภูเขา ซึ่งเลียงผาเป็นเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิดของประเทศไทย และยังพบได้ในเทือกเขาหินปูนในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

ตำรวจเอาจริง ยึดรถจักยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อค ปรับ 1000 บาท

รองผบช.น.เอาจริง สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด ยึดรถจักยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อค พร้อมปรับทันทีในอัตราสูงสุด 1,000 บาททุกกรณี

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาพบว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตจากกรณีที่รถจักรยายนต์ไม่สวมหมวกกันน็อคเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังมีจำนวนประชาชนที่ใช้รถจักรยานยนต์ มากกว่า 3,400,000 ล้านคัน

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและลดอัตราการเสียชีวิต จึงมีแนวคิดที่จะบังคับใช้กฎหมายกับรถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกกันน็อคโดยตั้งเป้าว่าคนกรุงเทพฯ จะต้องสวมหมวกกันน็อคให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยการควบคุมและบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเห็นว่าการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับ-ปรับและปล่อย ให้ประชาชนขับรถไปต่อนั้นไม่ใช่แนวทางที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ทาง บก.จร.จึงมีแนวคิดว่าต่อไปหากถูกจับข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อค เมื่อจ่ายค่าปรับหรือรับใบสั่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรไปแล้วจะไม่ปล่อยให้ขับรถต่อไปจนกว่าจะหาหมวกกันน็อคมาสวมใส่ ทั้งกรณีคนขับและคนซ้อน โดยเบื้องต้นกองบัญชาการตำรวจนครบาลเห็นชอบในแนวคิดและสั่งการให้ตำรวจจราจรดำเนินการตามนโยบาย พร้อมสั่งการให้ 88 สน. รวมทั้ง บก.จร. เริ่มประชาสัมพันธ์เป็น 3 ระยะคือตั้งแต่วันที่ 11-17 ธันวาคมนี้ ให้ประชาสัมพันธ์ว่าจะมีมาตรการบังคับใช้กฎหมาย กับผู้ไม่สวมหมวกกันน็อคจะไม่ได้ขับรถต่อไป

ส่วนระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 18-24 ธันวาคมนี้ จะประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องพร้อมทั้งยึดรถไว้จนกว่าจะไปหาหมวกกันน็อคมาสวม แต่ยังไม่ต้องจ่ายค่าปรับ หลังจากนั้นจะเริ่มบังคับใช้กฎหมาย หากพบจะไม่ให้ขับรถต่อไปพร้อมต้องจ่ายค่าปรับในอัตราสูงสุดในวันที่ 25 ธันวาคม 60 เป็นต้นไป โดยมาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ ทั้งนี้หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็นในขณะที่กำลังอำนวยความสะดวก ด้านการจราจรก็สามารถปรับได้ทันที ในอัตราสูงสุด 1,000 บาททุกกรณี

ลูกชาย ‘กำนันเป๊าะ’ ยันพ่อได้รับการพักโทษจริง แต่ไม่ได้ใช้เส้นสาย

นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุขเผย กำนันเป๊าะ ผู้เป็นพ่อ ได้รับการพักโทษจริง แต่ไม่ได้ใช้เส้นสาย เป็นไปตามกฎระเบียบทุกประการ

จากกรณีที่มีข่าวออกมาว่า นายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ อดีตนายกเทศบาลเมืองแสนสุข อายุ 81 ปี ได้รับการพักโทษ จากกรมราชฑัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เป็นกรณีมีเหตุพิเศษ ต้องโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกำหนด ครั้งหลังสุด เนื่องจากมีอาการเจ็บป่วยร้ายแรง เป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย รวมทั้งเป็นผู้สูงอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป และไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.60 พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามอนุมัติพักการลงโทษ

โดยความคืบหน้า นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศบาลเมืองแสนสุข ออกมาเผยที่โรงแรงบางแสนเฮอริเทจ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ในงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอน บางแสน 21 ว่าคุณพ่อหรือกำนันเป๊าะได้รับการพักโทษ จากกรมราชทัณฑ์ ไม่ได้ใช้เส้นสาย เป็นไปตามกฎระเบียบทุกประการ ป่วยหนักเป็นมะเร็ง เกิดจากสูบบุหรี่ในอดีต และอีกหลายโรค นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจ ต้องขอขอบคุณถึงพี่น้องชาวจังหวัดชลบุรี ที่ส่งกำลังใจไปให้ แต่ช่วงนี้คงยังไม่สามารถที่จะให้เข้าเยี่ยมได้ หากคุณพ่อแข็งแรงดีเมื่อไหร่ก็จะทำการแจ้งให้ทราบต่อไป