ไฟไหม้คอนโดมิเนียมหรูย่านพัทยา คาดไฟฟ้าลัดวงจร

ไฟไหม้คอนโดมิเนียมหรูย่านพัทยา ไฟลามวอดห้องพักชาวไต้หวันเสียหาย 2 แสน เบื้องต้นคาดไฟฟ้าลัดวงจร

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ห้องพักภายใน คอนโดมิเนียม ริมถนนสุขุมวิทใกล้ปากทางพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา พร้อมหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเมืองพัทยา นำรถดับเพลิงจำนวน 3 คัน พร้อมรถกระเช้าอีกหนึ่งคันไประงับเหตุ ที่เกิดเหตุพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง บริเวณห้องพักเลขที่ 505 บนชั้นที่ 5 ตึก 8 ของโครงการดังกล่าว โดยพบว่ามีเปลวไฟและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรง จึงใช้รถกระเช้านำเจ้าหน้าที่ขึ้นไประดมกำลังฉีดน้ำสกัดเปลวเพลิง เพื่อป้องกันการลุกลาม โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

ตรวจสอบพบว่าเพลิงได้ลุกไหม้จนข้าวของภายในห้องพักดังกล่าวเสียหายทั้งหมด ประ เมินความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 2 แสนบาท สอบถาม ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากบริเวณชั้น 5 ของอาคารดังกล่าว ด้วยความตกใจจึงพากันวิ่งออกมาดู จากนั้นจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทราบอย่างรวดเร็ว กระทั่งเจ้าหน้าที่มาระงับเพลิงไว้ได้อย่างทันท่วงทีก่อนจะลุกลามบานปลายมากไปกว่านี้

อย่างไรก็ตาม จะได้รอเจ้าหน้าที่วิทยากรเวรลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป ขณะที่เจ้าของห้องพักดังกล่าวทราบว่าเป็นชาวไต้หวัน ซึ่งอยู่กับเพื่อนชาติเดียวกันอีกหนึ่งคน แต่ปกติจะไม่ค่อยได้อยู่ที่ห้องดังกล่าวสักเท่าไหร่ เนื่องจากรับแจ้งจากชาวบ้านว่าเจ้าของห้องทำงานคล้ายไกด์ทัวร์บริษัทนำเที่ยว ซึ่งนาน ๆ ครั้งจึงจะมาเข้าพักสักที โดยจากนี้จะได้ทำการประสานเพื่อเรียกตัวมาสอบสวนต่อไป

ขบวนพาเหรด Let me be รณรงค์เรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ผู้ถูกละเมิดสิทธิทั่วโลก

ขบวนพาเหรด Let me be รณรงค์เรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ผู้ถูกละเมิดสิทธิทั่วโลก พร้อมฉลองความสำเร็จที่หลายประเทศออกกฎหมายรองรับความหลากหลายทางเพศ

วันนี้ ( 16 ธ.ค. 60 ) ที่ ลานด้านหน้าหอศิลปกรุงเทพฯ แอมเนสตี้จัดแคมเปญ Write for Rights 2017 มีขบวนพาเหรด Let me be ธีม Cross Gender หรือการแต่งกายในชุดที่ตรงข้ามกับเพศสภาพของตนเอง เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จที่หลายประเทศทั่วโลกมีการออกกฎหมายรองรับความหลากหลายทางเพศ พร้อมเชิญชวนคนรุ่นใหม่ร่วมงาน Social Movemaze มูฟโลก ให้มงลง

ซึ่งจัดขึ้นโดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เพื่อรณรงค์ขับเคลื่อนด้านสิทธิมนุษยชนและเรียร้องความยุติธรรมให้แก่ผู้ถูกละเมิดสิทธิทั่วโลก โดยภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการมนุษย์ (Human Banner) กิจกรรมรณรงค์ Write for Rights และการรำลึกถึงผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนจากทั่วโลก

ทั้งนี้ในเดือนธันวาคมของทุกปี ผู้คนหลายแสนคนทั่วโลกร่วมกันเขียนจดหมายมากมายเพื่อผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน จดหมายหลายฉบับถูกส่งถึงผู้ถูกละเมิดสิทธิโดยตรง ขณะที่จดหมายอีกจำนวนมากก็ถูกส่งไปยังรัฐบาลของประเทศที่เกี่ยวข้องนั้นๆ จดหมายเพียงฉบับเดียวที่ถูกส่งถึงผู้มีอำนาจอาจไม่ได้รับความสนใจ แต่หากมีจดหมายนับหมื่นนับแสนฉบับที่เรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสิทธิมนุษยชนนั้นถูกส่งไป ก็ยากที่จะมองข้ามได้ การรณรงค์กว่า 56 ปีที่ผ่านมาของแอมเนสตี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการเขียนเปลี่ยนชีวิตคนได้จริงๆ

ลุงอายุ 51 ปี ฉุนเมียไม่อยู่ นั่งดื่มเหล้าก่อนเผาบ้านตัวเองวอด

ลุงอายุ 51 ปี ชาวขอนแก่นโมโหเมียไม่อยู่ นั่งดื่มเหล้าก่อนจุดไฟ เผาบ้านตัวเองวอด ขณะที่ชาวบ้านรุมจับแต่เจ้าตัววิ่งหลบหนีหวังฆ่าตัวตาย

ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ขาวสุด รอง สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากว่าชาวบ้านในเขตชุมชนรถไฟ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้ช่วยกันจับกุมตัวนาย ประเวศ อายุ 51 ปี ชาว จ.ขอนแก่น หลังจุดไฟเผาบ้านตัวเองได้รับความเสียหายทั้งหลัง ก่อนที่จะพยายามหลบหนีไปอยู่บนรางรถไฟหวังฆ่าตัวตายหนีความผิด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณบนรางรถไฟ ภายในชุมชนรถไฟ ซ.ร่วมพัฒนา พบนายประเวศ ซึ่งอยู่ในอาหารเมาสุรา ก่อนทำการควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.ย่อยศิลา และให้สงบสติอารมรณ์ จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่าก่อนเกิดเหตุนั้น นายประเวศไปทำงานรับจ้างที่จังหวัดชัยภูมิประมาณ 2 อาทิตย์ วันนี้ได้เดินทางกลับมาที่บ้าน แต่กลับไม่พบภรรยาอยู่บ้าน ทำให้เกิดความโมโห จากนั้นจึงนั่งดื่มเหล้าก่อนตัดสินใจจุดไฟเผาบ้านตัวเอง

โดยชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า นายประเวศกับภรรยามักจะทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง ทุกครั้งจะทำลายข้าวของภายในบ้านจนเสียหาย ชาวบ้านต้องคอยห้ามปราม กระทั่งครั้งล่าสุดชาวบ้านเอือมที่จะเข้าห้าม จึงปล่อยให้นายประเวศก่อเหตุทำลายข้าวของ จนกระทั่งถึงขั้นเผาบ้านตัวเอง

หลังจากเผาบ้านแล้วชาวบ้านได้เข้าไปควบคุมตัวเอาไว้แต่ดิ้นหลุดไปได้ พร้อมกับไปหยิบไม้ขนาดใหญ่เดินขึ้นไปบนทางรถไฟหวังจะฆ่าตัวตาย และไม่ยอมให้จับกุม กระทั่งเกิดการชุลมุนขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ทำการควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.ย่อยศิลา และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป