อิสราเอลปิดพรมแดนติดกับฉนวนกาซา

อิสราเอลสั่งปิดชายแดนติดกับเขตฉนวนกาซ่า เพื่อตอบโต้กรณียิงจรวดเข้าไปในดินแดนอิสราเอล เมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ยังคงก่อเหตุประท้วงอย่างต่อเนื่อง

อิสราเอลประกาศปิดชายแดนที่อยู่ติดกับเขตฉนวนกาซ่า เมื่อวานนี้ เพื่อตอบโต้หลังมีการยิงจรวดจากเขตดังกล่าว เข้าไปยังดินแดนอิสราเอล ต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศยอมรับให้นครเยรูซาเลม เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา

ทหารอิสราเอล ระบุว่า กองทัพอิสราเอลได้ส่งเครื่องบินไปโจมตีฐานค่ายฝึกซ้อม และคลังเก็บอาวุธรวม 3 แห่งของกลุ่มติดอาวุธฮามาส ที่ปกครองเขตฉนวนกาซ่า เมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่มีจรวดถูกยิงมาจากเขตฉนวนกาซ่าครั้งล่าสุด

จรวดจำนวน 3 ลูก ถูกยิงเข้าไปยังดินแดนอิสราเอล ในจำนวนนี้ 2 ลูก ถูกสกัดเอาไว้ได้ แต่อีก 1 ลูก ระเบิดในบริเวณพื้นที่เปิด แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

อิสราเอล ระบุในแถลงการณ์เรื่องปิดชายแดนที่ติดกับเขตฉนวนกาซ่า ซึ่งเป็นช่องทางหลักสำหรับขนส่งสินค้าเข้าไปยังเขตดังกล่าวว่า ว่าเป็นเหตุผลด้านความมั่นคง และเพื่อให้สอดคล้องกับผลการประเมินเรื่องการรักษาความปลอดภัย แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าจะปิดต่อเนื่องนานกี่วัน

มีรายงานว่า นับตั้งแต่ที่ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศยอมรับนครเยรูซาเลม มีจรวดถูกยิงเข้าไปยังดินแดนทางตอนใต้ของอิสราเอลแล้วทั้งหมดราว 15 ลูก แต่ไม่มีรายงานความสูญเสียและความเสียหายรุนแรงเกิดขึ้น

ด้านตำรวจอิสราเอล ระบุเมื่อวานนี้ว่า ได้จับกุมตัวชาวปาเลสไตน์ที่ก่อเหตุประท้วงจำนวน 67 คน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงที่มีชนวนมาจากความไม่พอใจเรื่องที่สหรัฐฯ ประกาศยอมรับนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอล

ในขณะที่เหตุประท้วงกรณีดังกล่าว ก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งบริเวณรอบๆ เขตเวสต์แบงก์ ทางตะวันออกของนครเยรูซาเลม และเขตฉนวนกาซ่า รวมถึงกลุ่มประเทศอาหรับและมุสลิมทั่วโลก

ยายเมืองกระบี่ ผวา!! งูจงอางยักษ์บุกบ้านตามหาคู่

เจ้าหน้าที่กู้ภัยรุดช่วยคุณยาย วัย 83 ปี หลัง งูจงอางยักษ์บุกบ้านอีก คาดมันมาตามหาคู่ที่ถูกจับได้เมื่อ 2 วันก่อน

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วานนี้ (14 ธ.ค. 60) เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิเต็กก่าจีคุงเกาะลำทับ จ.กระบี่ ได้รับแจ้งว่า มีงูจงอางขนาดใหญ่ เลื้อยป้วนเปี้ยนอยู่ที่หน้าประตูบ้านนางเกลื้อม ทับไทร อายุ 83 ปี เลขที่ 122 ม.8 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปถึง ก็พยายามลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณโดยรอบบ้านแต่ก็ไม่พบ จึงได้ให้ชาวบ้านนำรถไถมากวาดหญ้าและกิ่งไม้ออก จนกระทั่งพบงูจงอางตัวขนาดใหญ่ยาวประมาณ 4 เมตร โผล่ออกมา เจ้าหน้าที่ใช้ไม้ผูกเชือกคล้องจับงูจับไว้ได้จากนั้นจึงนำใส่กระสอบเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

ทั้งนี้จากการสอบถามนางเกลื้อม ทราบว่า ขณะที่ตนเดินเก็บทางปาล์มอยู่ข้างบ้าน ได้เหลือบมาเห็นงูบองหลาขนาดใหญ่กำลังเลื้อยป้วนเปี้ยนอยู่หน้าประตูบ้านและพยายามหาทางเข้าไปในบ้าน จากนั้นได้เรียกเพื่อนบ้านให้มาดูแต่งูตัวดังกล่าวก็ได้เลื้อยหนีเข้าป่าหญ้าคาข้างบ้าน จึงแจ้งกู้ภัยมาช่วยกันจับ

โดยการเจองูยักษ์ในครั้งนี้ ตนไม่รู้สึกตกใจอะไร เพราะเมื่อ 2 วันก่อนตนก็เคยพบเห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นงูนอนขดอยู่ใต้ระหว่างที่ตนนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน ส่วนสาเหตุที่งูตัวดังกล่าวมาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้านตนนั้นคาดว่ามาตามหาคู่ที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ จึงทำให้มันดมกลิ่นแล้วพยายามจะเข้าบ้านดังกล่าว

งู, ข่าวงู

อย่างไรก็ดี จากเหตุที่เกิดขึ้นทางบุตรหลานของยายเกลื้อม เตรียมนิมนต์พระมาสวดทำบุญบ้าน เพื่อจะได้อุทิศให้งูทั้งคู่ เพราะเชื่อว่า งูทั้ง 2 ตัวเป็นงูเจ้าหน้าที่มาให้โชคลาภ

แพทย์ไร้พรมแดน เผยชาวโรฮีนจาถูกสังหารกว่า 6,700 ราย

องค์การแพทย์ไร้พรมแดนเผยตัวเลขชาวโรฮีนจาที่เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ มากกว่า 6,700 ราย สูงกว่าที่ทางการเมียนมาประเมินไว้เพียง 400 ราย

องค์การแพทย์ไร้พรมแดน หรือ MSF ระบุว่า มีชาวโรฮีนจาเสียชีวิตราว 9,000คนในเมียนมา ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม ถึง 24 กันยายนที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย 6,700 คน เสียชีวิตจากความรุนแรงที่ปะทุขึ้น รวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ราว 730 คน

รายงานของ MSF อ้างอิงจากการสำรวจชาวโรฮีนจาที่หลบหนีไปอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ ตัวเลขนี้สูงกว่าที่ทางการเมียนมาระบุว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง 400 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มก่อการร้ายชาวมุสลิม และกองทัพเมียนมายืนยันว่าไม่ได้ทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ทั้งสังหารพลเรือน เผาบ้าน ข่มขื่น และขโมยทรัพย์สิน

MSF ยังระบุว่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคม มีชาวโรฮีนจาหลบหนีเข้าไปยังบังกลาเทศแล้วกว่า 647,000 คน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวและข้อมูลของนักวิจัยที่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ที่ทำให้ยากจะปฏิเสธว่า เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงโดยน้ำมือของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเมียนมา

ในรายงานของ MSF ยังระบุด้วยว่า การกระทำของกองทัพเมียนมาโหดร้ายเพียงพอที่จะร้องเรียนต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ กรณีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

แต่เมียนมาไม่ได้ให้สัตยาบันในธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ จึงไม่ต้องให้ความร่วมมือ  ในกรณีนี้ หากจะนำเรื่องดำเนินคดีต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ จะต้องได้รับการอนุมัติจากสมาชิกถาวร 5 ประเทศ ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ซึ่งจีนยังคงสนับสนุนรัฐบาลเมียนมาอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหาชาวโรฮีนจา

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บังกลาเทศได้ลงนามข้อตกลงกับเมียนมาในการส่งตัวผู้ลี้ภัยที่มีอยู่หลายแสนคนกลับประเทศ ซึ่ง MSF ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ยังมีคนบางส่วนกำลังหลบหนี และยังคงมีรายงานความรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้