รวบแล้ว! หนุ่มไลฟ์สด เผาบ้านลูกหนี้ จ่อฝากขังพรุ่งนี้

ตำรวจบุรีรัมย์ รวบมือไลฟ์สดเผาบ้านลูกหนี้ 2 คน จ่อฝากขังศาลพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง

ความคืบหน้ากรณี ของนาย “ท็อป ฮาวดี้” มือเผาบ้านลูกหนี้ที่ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ขณะลงมือก่อน้ำมันราดและจุดไฟเผาบ้านของนายหัส โพธิ์เงิน พร้อมใช้คำพูดข่มขู่ว่ายืมเงินแล้วไม่คืนก็จะโดนเผาบ้านแบบนี้ จนทำให้ฝาบ้านได้รับความเสียหาย

ล่าสุด พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก ผกก.สภ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นายท็อป และ เพื่อนร่วมขบวนการอีก 1 คน โดยจะมีการนำทั้งคู่ ไปฝากขังยังศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ในวันพรุ่งนี้ (15 ธ.ค. 60) ก่อนเที่ยง ส่วนการสอบสวนประเด็นการกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงอยู่ หากเข้าข่ายการกระทำผิดก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มด้วย แต่ขณะนี้ยังแจ้งเพียงข้อหา “ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์” เท่านั้น

หนุ่มโวยผู้รับเหมาชุ่ย! ขุดถนนทำท่อระบายน้ำไม่มีป้ายไฟ

หนุ่มโวยผู้รับเหมาชุ่ย! ขุดถนนทำท่อระบายน้ำไม่มีป้ายไฟ รถพลัดตกหัวทิ่มหวิดดับ

วันที่ 14 ธ.ค.60 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพความเสียหายของรถกระบะ หลังจากเมื่อกลางดึกวานนี้ (13 ธ.ค.60) ร.ต.อ.ศุภวิทย์ ไชยประพันธ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากนายชำนาญ ต่างจิตต์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113/1 หมู่ 5 ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ ว่าให้มาตรวจสอบเหตุรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน บธ 3501 พัทลุง ของตน ที่ขับพลัดลงในท่อน้ำกลางถนนได้รับความเสียหาย จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครมูลนิธิใต้เต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุบนถนนสายทุ่งใหญ่ – ลำทับ บ้านเสม็ดจวน หมู่ 7 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ พบรถกระบะเสียหลักพุ่งลงไปชนขอบปูนท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ สภาพด้านหน้ารถเสียหายยับ ส่วนคนขับรอดหวุดหวิด

จากการสอบถามทราบว่าก่อนเกิดเหตุขณะที่นายชำนาญ กำลังขับรถกลับจาก อ.ทุ่งใหญ่ เพื่อกลับบ้านใน จ.กระบี่ ถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีการก่อสร้างถนน และข้างหน้าไม่มีพื้นถนนแล้ว ตนพยายามเบรกรถแล้วแต่ไม่ทัน รถจึงพลัดหัวทิ่มลงไปในคูที่ถูกขุดบนถนน โชคดีที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนสาเหตุมาจากความมืดบนถนน และไม่มีสัญญาณไฟเตือนการก่อสร้างขุดถนนทำท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ ทำให้คนขับรถที่ไม่มีความชำนาญเส้นทางพลัดตกลงไป จึงแจ้งความดำเนินการเอาผิดกับผู้รับเหมาที่ไม่มีสัญญาณไฟให้ชัดเจนในเวลากลางคืน

อย่างไรก็ตามตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า ก่อนหน้านี้ช่วงเริ่มก่อสร้าง ได้มีการติดตั้งป้ายสัญญาณไฟเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นดังกล่าว ให้ใช้ทางเบี่ยง แต่พอนานหลายเดือน พบว่าป้ายสัญญาณไฟกลับไม่มีหลอดไฟให้แสงสว่าง มีเพียงป้ายสัญญาณเตือน คาดว่าหลอดไฟชำรุด แต่ไม่มีการเปลี่ยน เป็นเหตุให้รถที่ขับมามองไม่เห็นพุ่งลงในคูกลางทางดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามผู้รับเหมามามาสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

รองผบช.ภ.4 สอบปากคำ ‘พ.ต.อ.ดุษฎี’ รองปลัดยุติธรรม คดีครูจอมทรัพย์

รองผบช.ภ.4 สอบปากคำ ‘พ.ต.อ.ดุษฎี’ รองปลัดยุติธรรม คดีครูจอมทรัพย์ สรุปสำนวนคดีได้ภายใน 20 ธ.ค. นี้

วันนี้ (14 ธ.ค.60) พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อสอบปากคำคดีครูจอมทรัพย์ด้วยตัวเอง ในฐานะหัวหน้าชุดทำงานการรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ในคดีขับรถชนคนตาย

ภายหลังที่ชุดทำงานถูกผู้ต้องหาซัดทอดว่า มีส่วนรู้เห็นในการสร้างพยานหลักฐานเท็จ ประกอบการขอรื้อฟื้นคดี
โดยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวก่อนเข้าสอบปากคำ โดยระบุ ว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องสอบถามคือ ขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ ในการขอรื้อฟื้นคดี

ส่วนความคืบหน้าการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม 14 คน ที่เรียกสอบปากคำขณะนี้สอบไปแล้ว 13 คน ส่วน ที่เหลือ 1 คน อยู่ต่างประเทศ ขณะที่ผลการสอบปากคำ ยังบอกไม่ได้ว่า มีความผิดหรือไม่ เพราะยังต้องผ่านการพิจารณาร่วมกันของคณะกรรมการชุดทำงานก่อน และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดกับเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม สำหรับการตรวจสอบคลี่คลายคดี มั่นใจว่าสามารถสรุปสำนวนคดีได้ภายใน 20 ธันวามคมนี้

ทางด้านพ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่อประเด็นดังกล่าวว่า หน้าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมคืออำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน เมื่อมีผู้ร้องขอความเป็นธรรมทางกระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่อำนวยความยุติธรรมเป็นหลัก ซึ่งในส่วนของครูจอมทรัพย์นั้นมาพบกับกระทรวงยุติธรรมพร้อมกับสิทธิ์เรื่องของการหรือฟื้นคดี แต่ยืนยันได้ว่าการรื้อฟื้นคดีของครูจอมทรัพย์เป็นตามพยานหลักฐาน พร้อมยืนยันด้วยว่าไม่มีส่วนรู้เห็นในการสร้างพยานหลักฐานเท็จ