อุตุฯ เผย ไทยตอนบนมีฝนบางพื้นที่ 16-19 ธ.ค. อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศา

อุตุฯ เผย ไทยตอนบนมีฝนบางพื้นที่ เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง ยังคงมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า 16-19 ธ.ค. อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศา 

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนบางพื้นที่ แต่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ยังคงมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับภาคใต้มีฝนน้อย และบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนบางพื้นที่ ในขณะที่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่างมีกำลังอ่อนลง ทำให้คลื่นลมบริเวณภาคใต้ตอนล่างมีกำลังอ่อนลง

การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 16-19 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง สำหรับภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

หามนักโทษกว่า 10 คน ส่งรพ. หลังอาหารเป็นพิษ หัวใจวาย 1 ราย

หามนักโทษกว่า 10 ราย ส่งโรงพยาบาล หลังอาหารเป็นพิษ เสียชีวิต 1 ราย ภายในเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับแจ้งเหตุว่า มีผู้ต้องขังเสียชีวิต จำนวน 1 ราย ภายในเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จึงได้ไปทำการตรวจสอบและทำการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 04.30 น. ของคืนวันที่ 12 ธ.ค. 60 มีผู้ต้องขัง อายุประมาณ 57 ปี  ซึ่งป่วยเป็นโรคเก๊าท์และโรคความดันโลหิตสูง ได้นอนเสียชีวิต จึงได้รีบแจ้งให้ผู้คุมทราบ ซึ่งทางญาติพี่น้องของผู้ต้องขังที่เสียชีวิตไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตแต่อย่างใด เนื่องจากทราบว่าผู้ตายมีประวัติการเจ็บป่วยมาก่อน

ขณะเดียวกัน ได้มีผู้ต้องขังประมาณ 11 คน มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ แขนขาสั่นไม่มีแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ จึงได้รีบนำตัวผู้ต้องขังที่ป่วยส่งไปยังโรงพยาบาลกันทรลักษ์ อย่างเร่งด่วน ซึ่งแพทย์และพยาบาลได้ทำการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ และได้อนุญาตให้กลับเข้าเรือนจำได้แล้วจำนวน 8 ราย  เหลือผู้ต้องขังที่ป่วยอีก 3 ราย แพทย์กำลังให้การรักษาพยาบาลอย่างใกล้ชิด

นายไพสันต์ ขุ่ยรานหญ้า ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องขังที่แพทย์ยังคงรักษาพยาบาลอยู่ที่ รพ. จำนวน 3 รายนั้น มีผู้ต้องขังที่ป่วย 1 คน ได้ป่วยด้วยโรคหัวใจ อาการค่อนข้างหนัก ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลกันทรลักษ์ ได้ตัวส่งไปที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ส่วนผู้ต้องขังที่เหลืออีก 2 ราย ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในความดูแลของแพทย์โรงพยาบาลกันทรลักษ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งผู้ต้องขังที่เสียชีวิตจำนวน 1 รายนั้น เป็นผู้ต้องขังที่ป่วยด้วยโรคหัวใจที่เป็นโรคประจำตัว และเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลว จากการตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้เสียชีวิตได้เคยมีประวัติเข้ารับการรักษากับสถานพยาบาลของเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์มานานแล้ว

การที่ผู้ต้องขังป่วยทั้งหมดนี้ สันนิษฐานเบื้องต้นว่า เกิดจากอาหารเป็นพิษ คาดว่า อาจเกิดจากการที่ผู้ต้องขังกินอาหารที่ปรุงจากไก่ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทำการตรวจสอบอาหารพร้อมทั้งได้ทำการเก็บเอาตัวอย่างของอาหารที่ทำให้ผู้ต้องขังกินไปทำการตรวจสอบเพื่อหาสารปนเบื้อนอย่างเร่งด่วน

อีกราย! คุณยายร้องตร. ทำลอตเตอรี่ถูกรางวัลที่ 1 หาย แต่มีคนนำไปขึ้นเงิน

อีกราย! ยายเมืองสุพรรณบุรี ร้องกองปราบ ทำสลากรางวัลที่ 1 หาย แต่มีสาวนำไปขึ้นเงิน 6 ล้าน จนท.เตรียมประสานกองสลากขอข้อมูล

น.ส.ประดับ จันทร์อ่วม อายุ 72 ปี ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.(หญิง) จันทนา สาตะมาน สารวัตร (สอบสวน) กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกรณีฉลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ธ.ค. 60 เลข 451005 ที่ถูกรางวัลที่ 1 ได้หายไป ต่อมาทราบว่ามีคนนำสลากดังกล่าวไปขึ้นเงินรางวัล

ทั้งนี้ น.ส.ประดับ ให้การว่า ก่อนหน้านี้ได้ซื้อล็อตเตอรี่ฉบับดังกล่าวจากพ่อค้าหวยชื่อ นายเปี๊ยก ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ในงานวัดแห่งหนึ่งที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี แต่กลับทำล็อตเตอรี่หายในงาน ต่อมาได้ให้โฆษกงานวัดประกาศหาแต่ก็ไม่มีผู้พบเห็นสลากดังกล่าว จากนั้น น.ส.ประดับ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.สามชุก กระทั่งทราบว่ามี น.ส.พรทิพย์ ปาลวงษ์ ซึ่งเป็นคนพื้นที่ อ.สามชุก เป็นผู้พบนำไปขึ้นเงินจากกองสลากจำนวน 6 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ของตำรวจ กก.5 บก.ป.ตรวจสอบพบว่า หวยชุดดังกล่าว ผู้ค้าได้จองออนไลน์ทางตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย อีกทั้งพ่อค้าหวยยังเข้าให้การยืนยันกับเจ้าหน้าที่ กก.5 ว่า น.ส.ประดับ เป็นผู้ซื้อฉลากเลขที่ถูกรางวัลไปจริง และยังมีต้นขั้วเลขรางวัลดังกล่าวด้วย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบปากผู้ร้องไว้ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป