คิดว่าหลับ ! ชายชราเป็นศพคารถไฟฟ้านานหลายชั่วโมง

ชายชราเสียชีวิตคารถใต้ดิน กลายเป็นศพจนเวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมงแต่ไม่มีผู้โดยสารคนไหนสังเกตเห็นความผิดปกติ

วันนี้ (13 ธ.ค.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศรายงานเรื่องราวสุดช็อก เมื่อชายชราซึ่งไม่ถูกเปิดเผยชื่อวัย 70 ปี เสียชีวิตขณะโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ในขบวนไม่สังเกตถึงความผิดปกติใด ๆ เนื่องจากผู้คนส่วนมากคิดว่าชายชรารายนี้กำลังนอนหลับอยู่

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่รถไฟใต้ดินในเม็กซิโก ขณะที่ชายคนดังกล่าว นั่งอยู่บนที่นั่ง Priority สำหรับสตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้พิการเป็นเวลานานหลายชั่วโมง จนกระทั่งพนักงานคนหนึ่งสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงพยายามปลุกผู้เสียชีวิต จากนั้นจึงเรียกจ้าหน้าที่พยาบาล และมีการยืนยันในเวลาต่อมาว่าเขาเสียชีวิตไปแล้วเป็นเวลากว่าหลายชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม มีการสรุปออกมาว่า ชายชราคนนี้เสียชีวิตจากสาเหตุหัวใจล้มเหลวอย่างฉับพลัน จากการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นชนวนความเคลื่อนไหวทางสังคม เรื่องการใช้ชีวิตของผู้คนในเม็กซิโกซิตี้ เมืองหลวงของเม็กซิโก ที่ชี้ว่าประชาชนใช้ชีวิตแบบ ‘ตัวใครตัวมัน’ เนื่องจากมีคนทั้งคนเสียชีวิตในที่สาธารณะ แต่กลับไม่มีใครใส่ใจ หรือให้ความช่วยเหลือ แต่มีการถกเถียงออกมาเช่นกันว่า คนส่วนใหญ่มักนอนหลับในระหว่างการเดินทาง ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะสังเกตเห็นคนผิดปกติในกรณีเช่นนี้

ผู้เสียหายร้อง ‘ปวีณา’ ถูกนายหน้าหลอกทำงานต่างประเทศ

ผู้เสียหาย 51 คน ร้องปวีณาถูกนายหน้าหลอกไปทำงานต่างประเทศ เสียเงินคนล่ะเกือบ 1 แสน

วันนี้(13 ธ.ค.) ที่มูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คลอง 7 รังสิต นครนายก จ.ปทุมธานี มีผู้เสียหาย 51 คน จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ประกอบด้วย ภาคกลาง 12 คน ภาคเหนือ 12 คน ภาคอีสาน 24 คน ภาคตะวันออก 3 คน เข้าร้องเรียนต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังถูกนายหน้าหลอกไปทำงานต่างประเทศเชิดเงินค่าเดินทางไปประมารคนละ 60,000-80,000 บาท

จากการสอบถามนายสมคิด คำภา ผู้เสียหายบอกว่าได้หางานทางอินเตอร์เน็ตและได้เจอกับเฟสบุ๊คชื่อหนุ่ม บารมีปู่เสาเล้า ได้โพสต์ข้อความเชิงหาคนงานไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งตนสนใจที่จะไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลียเพื่อที่จะทำงานเป็นคนสวน จึงได้ติดต่อสอบถามรายละเอียด

จากนั้นก็ได้โอนเงินค่าเดินทางและค่าดำเนินการไป 65,000 บาท ที่บัญชีธนาคารของชายคนหนึ่งซึ่งอ้างว่า จะได้รับทราบผลภายใน 4-6 เดือน ว่าจะได้ไปทำงานหรือไม่ หลังจากที่ตนรอมาเป็นเวลานานก็ได้สอบถามไป ทางนายหน้าก็บอกว่าให้รอก่อน และเมื่อสอบถามไปหลายครั้งทางนั้นก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จึงตัดสินใจแจ้งตำรวจ

หลังจากนั้นก็ได้รู้ว่ามีผู้เสียหายเหมือนกับตนอีกจำนวนมาก จึงได้ปรึกษาและพากันเข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะหลายคนต้องเดือดร้อน จากการไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อหาเงินมาให้กับนายหน้าดังกล่าว รวมแล้วค่าเสียหายทั้งหมดประมาณ 3-4 ล้านบาท ด้านนางปวีณากล่าวว่า พฤติกรรมของนายหน้ารายนี้เป็นภัยต่อสังคม หากมีผู้เสียหายรายใดที่ต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งมายังมูลนิธิปวีณาฯ หรือเข้าแจ้งความที่กองปราบปราบได้ ทั้งนี้ อยากฝากว่า หากต้องการไปทำงานต่างประเทศควรจะตรวจสอบข้อมูลจากกระทรวงแรงงานให้ดีก่อน

โร่ขอโทษ ! กองทัพมะกันทำชิ้นส่วน ฮ.ตกใส่สนามโรงเรียนในญี่ปุ่น

กองทัพสหรัฐ ออกมากล่าวคำขอโทษต่อชาวญี่ปุ่น หลังชิ้นส่วนหน้าต่างเฮลิคอปเตอร์หลุดออกและตกลงบนสนามกีฬาของโรงเรียนแห่งหนึ่งบนเกาะโอกินาวา

(13 ธ.ค.) สำนัก ‘บีบีซี’ รายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ขอโทษ และ แสดงความเสียใจอย่างสูงสุด จากกรณีชิ้นส่วนโลหะจากหน้าต่างของเฮลิคอปเตอร์ ของหน่วยนาวิกโยธินร่วงตกลงมาบนสนามกีฬาของโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง ใกล้กับฐานทัพอากาศฟูเทนมะ บนเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เป็นเหตุให้นักเรียนคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ทั้งยืนยันจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็ว พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ประชาชนอย่าเข้าใกล้สถานที่เกิดเหตุ

ก่อนหน้านี้เพียง 2 เดือน ได้เกิดเหตุไฟไหม้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐ ระหว่างลงจอดบนพื้นที่รกร้างแห่งหนึ่งบนเกาะโอกินาวาแม้จะไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่การเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในครั้งนี้ อาจสร้างความไม่พอใจให้ประชาชนในพื้นที่ และอาจเป็นชนวนของการเคลื่อนไหวระลอกใหม่อีกครั้ง

ทั้งนี้ทั้งนั้น ‘ฐานทัพอากาศฟูเทนมะ’ ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2488และเป็น ฐานปฏิบัติการของฝูงบินที่ 1 สังกัดกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยหลังสงครามระหว่างทั้งสองประเทศ

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ฐานทัพอากาศฟูเทนมะถือเป็น “ปัญหาใหญ่” ระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับชาวโอกินาวา เพราะไม่ห่างจากฐานแห่งนี้ มีทั้งโรงเรียน ร้านค้า และโรงพยาบาล ผู้ที่อาศัยในชุมชนต่างกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย และอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ชาวบ้านในโอกินาวาส่วนใหญ่ ต้องการสหรัฐปิดฐานทัพแห่งนี้เป็นการถาวรและถอนกำลังพลทั้งหมดราว 3,000 นายกลับประเทศ ก่อนหน้านี้พลเมืองญี่ปุ่นจัดการชุมนุมประท้วงต่อต้านฐานทัพฟูเทนมะบ่อยครั้ง เพราะชาวบ้านต่างมองว่าเป็นพื้นที่สิทธิสภาพนอกอาณาเขต

ที่มา www.bbc.com