แฉภัยร้ายใกล้ตัว! สารพัดวิธีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ 7 วิธีรับมืออย่างมีสติ เมื่อเจอเข้ากับตัวเอง
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีมานานนับ 10 ปี หลายขบวนการถูกจับกุมได้ อีกทั้งประชาชนก็รับรู้ถึงกลลวงที่ใช้หลอกเงินเหยื่อ จากการนำเสนอข่าวของสื่ออย่างแพร่หลาย แต่ถึงกระนั้น ก็ยังคงมีประชาชนจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อ เพราะแก๊งเหล่านี้พัฒนาวิธีการหลอกลวงให้แนบเนียนมากขึ้น
ทั้งนี้ มีข่าวอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกโอนเงิน แต่ก็มีคนถูกหลอกรายวัน เพราะขบวนการเหล่านี้มีการเปลี่ยนวิธีการหลอกในรูปแบบใหม่ๆ จะมีรูปแบบใดบ้าง เรานำข้อมูลมาเตือนภัยอีกครั้ง
หากจะแฉกลลวงหลอกให้โอนเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า จะมาในลักษณะข้อความเสียงอัตโนมัติ หรือ โทรไปเองและแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ อาทิ ตำรวจ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ศาล ธนาคาร ไปรษณีย์ และแต่งเรื่องหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อ สร้างความแนบเนียน โดยใช้เครื่องมือแปลงสัญญาณโทรศัพท์เป็นหมายเลขของส่วนราชการ หรือ เครื่องวีโอไอพี จากนั้นให้เหยื่อโทรไปเช็คเพื่อยืนยันว่า เป็นเบอร์ของส่วนราชการจริง และส่งสายให้พูดคุยเป็นทอดๆ
วิธีต้มตุ๋นที่พบบ่อยมักอ้างว่า บัญชีเงินฝากถูกอายัด หรือ เป็นหนี้บัตรเครดิต และหลอกให้ฝากเงินผ่านเครื่องฝากอัตโนมัติ , มีบัญชีเงินฝากไปพัวพันกับยาเสพติด และฟอกเงิน โดยจะหลอกให้โอนเงินมาตรวจสอบ , อ้างเรื่องเงินคืนภาษี และให้ทำตามคำบอกที่หน้าตู้เอทีเอ็มเพื่อหลอกให้โอนเงิน รวมถึงหลอกเหยื่อว่าโชคดีได้รับรางวัลใหญ่ แต่รางวัลมีราคาสูงจำเป็นต้องโอนเงินค่าภาษี

บางกรณีมีการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน บอกว่าข้อมูลส่วนตัวเหยื่อสูญหาย และขอให้แจ้งข้อมูลใหม่จากนั้นจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการปลอมแปลง หรือใช้บริการทางการเงินในนามของเหยื่อ , การอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ศาล หลอกลวงว่าเหยื่อได้รับหมายศาล หากใครตกใจและขอรับความช่วยเหลือ มิจฉาชีพจะหลอกขอตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว บางรายถูกหลอกให้ทำธุรกรรมผ่านเครื่องเอทีเอ็ม
อีกวิธี คือ ใช้ระบบเสียงอัตโนมัติแอบอ้างเป็นไปรษณีย์ไทย บอกว่าเหยื่อมีพัสดุตกค้าง และให้กด 9 เพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่ หากต้องการทราบรายละเอียดพัสดุ ต้องแจ้งชื่อ ที่อยู่ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน บางรายอ้างว่า ในพัสดุมีบัญชีเงินฝากผิดกฎหมาย และให้โอนเงินมาตรวจสอบ รวมถึงการแชตหาสาวผ่านเว็บไซด์หาคู่ เฟซบุ๊ก หรือ ไลน์ โดยปลอมแปลงรูปโปรไฟล์เป็นคนหล่อ รวย มีการศึกษา จากนั้นจะทำการแลกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ตกลงคบหากัน และจะพูดหว่านล้อมให้โอนเงินให้ ก่อนจะหลบหนีติดต่อไม่ได้

ด้าน นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความเปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กสายตรงกฎหมาย แนะนำวิธีการรับมือกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยขั้นแรก ต้องตั้งสติให้ดี อย่าตกใจ จากนั้นถามให้แน่ชัดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น รวมถึงลองสำรวจตัวเองว่า มีความเกี่ยวพันกับเรื่องที่โทรมาแจ้งหรือไม่ ถ้าเคยมี ก็อาจเป็นเรื่องจริง แต่อย่าเพิ่งวางใจ ลองสอบถามข้อมูลไปก่อน เพื่อให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องจริง
แต่ถ้าสำรวจแล้วไม่เคยไปเกี่ยวพันกับเรื่องที่โทรแจ้งเข้ามา ให้สันนิษฐานไว้ก่อน ว่ากำลังถูกหลอก ย้ำว่าห้ามโอนเงินให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ แต่ให้รับเรื่องไว้เบื้องต้น แล้วนำไปตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายหลัง และสุดท้ายคือ หากจำเป็นต้องชำระเงินจริงๆ ควรนำเงินไปชำระกับเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง ซึ่งมีความน่าเชื่อถือกว่าโอนเงินเข้าบัญชี ทั้งนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักมีรูปแบบใหม่ๆ มาหลอกลวงเหยื่อ เน้นว่า ยังไม่ควรโอนเงิน แต่ควรตรวจสอบอีกครั้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อความชัดเจนและถูกต้อง
