นายกสมาคมลิเกฯ แจ้งความเอาผิด ผู้โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาโกงเงิน

นายกสมาคมลิเกประเทศไทย เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ บก.ปอท. เอาผิด ผู้โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาโกงเงิน 

วันนี้ (12 ธ.ค.60) 10:00 น. นายวันชัย เอนกลาภ ฉายา  เด่นชัยเอนกลาภศิษย์หอมหวล หรือ อาจารย์เด่นชัย ครูลิเก ในฐานะนายกสมาคมลิเกประเทศไทย พร้อมพวก เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ บก.ปอท. ให้ดำเนินคดีกับ ตุ๊กติ๊ก เถิดเทิง ,โอ๊ด มิตรชัย วิไลวงค์ ,มอส พรเทวา ลูกตาแสวง ร่วมกันหมิ่นประมาท ใส่ร้ายด้วยการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวให้บุคคลอื่นเข้าใจผิด ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียงชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

นายวันชัยเผยว่า ตนไม่ได้มีปัญหาหรือมีเรื่องบาดหมางกับผู้ที่โพสต์ข้อความหมิ่นประมาทตนแต่อย่างใด  ซึ่งบุคคลที่ตนมาแจ้งความดำเนินคดีนั้น ได้โพสต์ข้อความโจมตีกล่าวหาว่าตนโกงกินงบที่ได้จากรัฐบาล โดยยืนยันว่า ได้งบมาจริงแต่งบประมาณดังกล่าวนำไปจัดทำการเรียนการสอนในแต่ละจังหวัด ซึ่งขณะนี้ได้สอนเด็กและเยาวชนตามจังหวัดต่างๆ ไปแล้ว 8 จังหวัด

สำหรับรายละเอียดค่าใช้จ่ายงบประมาณมีหลักฐานยืนยันชัดเจน มีการชำระภาษีถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับสมาคมลิเก ประเทศไทยนั้นเพิ่งก่อตั้งเพียง 2 ปี ก่อตั้งขึ้นเพื่อสืบทอดศิลปวัฒนธรรม ซึ่งขณะก่อตั้งได้ทำตามระเบียบ มีการเชิญตัวแทนแต่ละภาคแต่ละจังหวัดให้มาเข้าร่วม ปัจจุบันมีสมาชิก 80 คน

เปิด 10 อันดับ ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 2561

หอการค้า เปิด 10 อันดับ ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 2561 ชี้ ธุรกิจเด่นอันดับ 1 คือ ธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและอุปกรณ์

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจการวิจัยทางธุรกิจ 10 อันดับธุรกิจเด่นปี 2561 พบว่า ธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและอุปกรณ์มีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 จากนโยบายส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเตอร์เน็ตในระดับท้องถิ่นของรัฐบาล, สังคมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมเมืองมากขึ้น, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบโทรคมนาคมของไทยที่มีประสิทธิภาพ

รองลงมาอันดับ 2 เป็นธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม อันดับ 3 เป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกมากขึ้น อันดับ 4 เป็นธุรกิจเครื่องสำอางค์และครีททาผิว อันดับ 5 ธุรกิจขนส่งและโลจิสตกิส์ และ ธุรกิจด้านปิโตเลีนมและพลาสติก อันดับ 6 ธุรกิจโมเดิร์นเทรด, ธุรกิจบริการทางด้านการเงิน, และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแนวใหม่

อันดับ 7 ธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ อันดับ 8 ธุรกิจด้านการศึกษา และธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อันดับ 9 ธุรกิจประกันภัย, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจด้านความเชื่อ และอันดับที่ 10 ธุรกิจก่อสร้าง และธุรกิจร้านเสริมสวย

โดยหอการค้าไทยมองปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ คือการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย ปี 2561 ที่ห้องการค้าไทยคาดว่าจะ มีอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 4.2 ส่งผลให้ประชาชนมีโอกาสที่มีรายได้สูงขึ้น การลงทุนภาครัฐยังคงขยายตัวต่อเนื่อง การส่งออกขยายตัวตามฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า กำลังซื้อของประชาชนฐานรากมีเพิ่มมากขึ้นตามมาตรการสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงนโยบายในการส่งเสริมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐบาล

ส่วน 10 อันดับดาวร่วง ของปี 2561 ได้แก่ อันดับ 1 ธุรกิจหัตถกรรมที่ไม่มีนวัตกรรม อันดับ 2 ธุรกิจด้านการผลิตเหมืองแร่ อันดับ 3 ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์นิตยสาร และธุรกิจเช่าหนังสือ อันดับ 4 ธุรกิจผลิตและจำหน่ายซีดีและดีวีดี อันดับ 5 ธุรกิจให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน อันดับ 6 ธุรกิจเคเบิ้ลทีวี อันดับ 7 ธุรกิจผลิตสินค้าเกษตรยาง ปาล์ม ข้าว อันดับ 8 ธุรกิจร้านขายมือถือมือ 2 อันดับ 9 ธุรกิจร้านค้าแยบดั้งเดิม และอันดับ 10 ธุรกิจร้านอินเตอร์เน็ต

ทภ.4 แจงคลิปทหารซ้อมคน เชื่อคนปล่อยหวังดิสเครดิต

กองทัพภาคที่ 4 แจงกรณีคลิปการซ้อมทหาร เชื่อกลุ่มคนไม่หวังดีทำเพื่อดิสเครดิต จ่อดำเนินคดีคนปล่อย

ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้แถลงข่าวชี้แจง กรณีตามที่มีการแชร์คลิปพร้อมข้อความ ความโหดร้ายของทหารไทย และพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 4 ว่าเป็นคนโหดร้าย

ซึ่งพบว่ามีการแชร์คลิปดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง ดังนั้น เพื่อให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง กองทัพภาคที่ 4 จึงขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ จากการตรวจสอบคลิปที่มีการแชร์ โดยคลิป เป็นภาพการทำร้ายทหารด้วยการเฆี่ยนตีและเตะต่อย จากการตรวจสอบพบว่าเป็นคลิปเก่า ที่เคยนำมาแชร์เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 พิจารณาจากสถานที่, เครื่องแต่งกายและภาษา สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

โดยการเผยแพร่คลิปดังกล่าว พิจารณาได้ว่าเป็นความพยายามที่จะทำลายความน่าเชื่อถือและทำลายชื่อเสียงของ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งทางกองทัพ ภาคที่ 4 จะได้ทำการตรวจสอบบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และรู้เห็นในการเผยแพร่คลิป โดยจะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการต่อไป