ปลาในแม่น้ำเจ้าพระยาลอยตาย หลังออกซิเจนลดลง เร่งหาสาเหตุ

ออกซิเจนในแม่น้ำเจ้าพระยา จ.ปทุมธานี ลดลงผิดปกติ ทำปลาลอยตายอื้อ ชลประทานเร่งหาสาเหตุ

ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดแนวสองฝั่งตะวันออกและตะวันตกของจ.ปทุมธานี พบมีซากปลาตายจำนวนหนึ่งลอยติดอยู่ริมตลิ่ง ขณะเดียวกันก็ยังพบว่ากุ้งแม่น้ำและปลาหลายชนิดได้ลอยขึ้นมาเหนือน้ำผิดปกติแบบนี้มา 4 วันแล้ว ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อน ซึ่งผิดวิสัยของปลาที่ปกติจะหลบร้อนไปอยู่ใต้น้ำ

จากการสอบถาม นายยุทธภูมิ สุวรรณพร ชาวบ้านวัดอัมพุวราราม  ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ในช่วงเวลากลางคืนจะเห็นมาชาวบ้านตระเวนออกจับปลาที่ลอยน้ำ ซึ่งลักษณะของสัตว์น้ำ ปลา กุ้ง คล้ายหายใจไม่ออก พยายามที่จะดิ้นลนขึ้นมาหายในเหนือผิวน้ำ ทั้งปลาสวาย ปลาหางแดง กุ้งแม่น้ำ จึงอยากจะร้องถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา เรื่องของคุณภาพน้ำและสาเหตุที่เกิดขึ้น ชาวบ้านต่างไม่ทราบว่าทำไมสัตว์น้ำเหล่านี้ถึงได้ขึ้นมา

ด้าน ว่าที่ร้อยโท ธนาศักดา ทับโทน นักอุทกวิทยาชำนาญการพิเศษ กรมชลประทาน กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุของปลาจำนวนมากลอยตายผิดปกติในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนอุกทกวิทยา พบว่าค่าของออกซิเจนภายในลุ่มน้ำลดต่ำลงมาผิดปกติ ที่บริเวณหน้าวัดมะขาม วัดสำแล วัดโพธิ์เลื่อน วัดโบสถ์ วัดกร่าง โดยค่าที่วัดได้คือ 0.3-0.5 ซึ่งปกติค่าของออกซิเจนควรจะเกิน 2.0

ทั้งนี้ หากค่าของออกซิเจนน้อยกว่า 1.0 จะเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ โดยทางชลประทานตรวจสอบตามจุดต่างๆ เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ค่าออกซิเจนลดลงเบื้องต้นยังไม่พบสาเหตุ

พ่อแม่แจ้งความเอาผิด แพทย์ 2 โรงพยาบาล เหตุลูกสาวตายหลังเข้ารักษาไข้หวัด

พ่อแม่เด็กหญิง 3 ขวบ 10 เดือน พร้อมทนาย แจ้งความเอาผิดแพทย์ 2 โรงพยาบาล เหตุลูกสาวตายหลังเข้ารักษาอาการป่วยด้วยอาการไข้หวัด

เมื่อเวลา 10.30น.วันที่ 11 ธันวาคม 2560 นายสำลี ชาติเพชร อายุ 43 ปี น.ส.รุ่งนภา อุดนอก อายุ 22 ปี พร้อมด้วยนายกรสุเทพ ทาปลัด ทนายความ ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองปทุมธานี อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งความกับพ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ สุริยะโวหาร รองผกก.สอบสวนสภ.เมืองปทุมธานี เพื่อให้ดำเนินดคีกับแพทย์ผู้รักษาอาการป่วยของด.ญ.มุกมณี ชาติเพชร อายุ 3 ขวบ 10 เดือน ลูกสาวเพียงคนเดียวของครอบครัว ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์ผู้รักษาของโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ และโรงพยาบาลปทุมธานี หลังจากนำลูกสาวป่วยส่งโรงพยาบาลก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

น.ส.รุ่งนภา อุดนอก มารดาน้องเปิดเผยน้ำตาคลอว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฏาคม 2560 ที่ผ่านมาลูกสาวมีอาการป่วยเวลาประมาณ 07.00น.ลูกสาวมีอาการป่วยไข้ขึ้นจึงนำลูกสาวไปส่ง ร.พ.ประชาธิปัตย์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยแพทย์ได้ให้ยาลดไข้และเจาะเลือดหลายครั้งไปตรวจแต่ลูกอาการไม่ดีขึ้น

กระทั่งเวลา 17.00 น.มีแพทย์ผู้รักษาซึ่งเป็นผู้หญิงมาดูอาการ ก่อนที่จะมีคำสั่งให้พยาบาลฉีดยากันชักให้กับบุตรสาว โดยที่ไม่ได้มีการประสานกับทางผู้ปกครอง เวลาผ่านไปไม่นานลูกสาวมีผื่นสีแดงขึ้นทั่วตัว จึงมีการส่งตัวลูกสาวเร่งด่วนไปที่ร.พ.ปทุมธานี ทั้งที่ตนเองขอให้ส่งตัวบุตรสาวไปที่ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ก่อนจะนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินและเอ็กซเรย์เพื่อหาโรค

โดยจะต้องเจาะกระดูกไขสันหลังเพื่อตรวจหาโรค ในเวลาต่อมาแพทย์ได้มาแจ้งว่าบุตรสาวมีอาการตับวายไตวาย ก่อนจะต้องให้อาหารทางสายยาง กระทั่งเช้าวันที่ 6 กรกฏาคม2560 แพทย์จึงทำการเคลื่อนย้ายลูกสาวตนเองไปไว้ที่ห้องผู้ป่วยรวมพร้อมกับใส่เครื่องช่วยหายใจ และให้ยาบางชนิดจำนวน 3 ขวดก่อนที่ลูกสาวจะมีอาการหัวใจเต้นเร็วกระทั่งหัวใจหยุดเต้นไป แพทย์พยาบาลต้องช่วยกันปั้มหัวใจ 2 ครั้ง แต่บุตรสาวมีอาการแย่ ซึ่งแพทย์ได้บอกกับตนเองว่า เลือดเป็นกรดขาดเกลือแร่ ตนเองจึงถามกลับไปว่าสรุปแล้วลูกสาวตนเองเป็นโรคอะไรแต่กลับไม่ได้คำตอบ

จนกระทั่งเวลา14.00น.วันเดียวกันลูกสาวความดันต่ำลงจนหัวใจหยุดเต้น ภายหลังแพทย์ได้มาแจ้งกับตนเองว่าลูกสาวเป็นไข้หวัดสายพันธ์เอ ซึ่งทางโรงพยาบาลปทุมธานี ได้ออกหนังสือรับรองการตายระบุสาเหตุว่า โรคก้นสมองเฉียบพลัน ซึ่งตนเองก็ยังติดใจสาเหตุการตายของลูกสาวจึงส่งศพไปที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจโดยผลออกมาว่าระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตนั้นไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน ตนเองจึงนำศพลูกเก็บไว้และยังไม่มีการฌาปนกิจพร้อมปรึกษาทนายความกระทั่งเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายกรสุเทพ ทาปลัด ทนายความ เปิดเผยว่า ผลรับรองการตายทั้งสองแห่งมีความแตกต่างกันไม่สอดคล้องต้องกัน ในส่วนของคดีจะดำเนินคดีในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ในส่วนทางแพ่งอยู่ระหว่างปรึกษากันกับผู้ปกครองว่าจะดำเนินคดีในส่วนใดได้บ้าง

พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ สุริยะโวหาร รองผกก.สอบสวนสภ.เมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า ต้องสอบปากคำญาติผู้เสียชีวิตอย่างละเอียดพร้อมกับตรวจสอบใบรับรองผลการตาย และส่งเอกสารทั้งหมดไปให้แพทย์สภาตรวจสอบว่ามีความถูกต้องหรือไม่พร้อมกับตรวจสอบสาเหตุการตายพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นักท่องเที่ยวแห่กางเต็นท์ สัมผัสลมหนาวล้นดอยม่อนแจ่ม

บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่กางเต้นท์สัมผัสลมหนาวล้นดอยม่อนแจ่ม

ที่ดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมาก พากันไปมากางเต้นท์แค้มปิ้งร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูงกันอย่างคึกคัก จนจุดกางเต็นท์ของเอกชนและชาวบ้านในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้แน่นขนัดเกือบทุกจุด

ขณะที่สภาพอากาศที่ดอยม่อนแจ่มก็หนาวเย็นไม่แพ้กับแหล่งท่องเที่ยวบนยอดดอยอื่น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนและช่วงเช้า ทำให้นักท่องเที่ยวที่เลือกเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่ได้สัมผัสกับอากาศหนาวสมใจ พร้อมกับสัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ดอยม่อนแจ่มที่ยึดอาชีพปลูกผัก และสตรอว์เบอร์รี

สำหรับดอยม่อนแจ่มถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่ได้รับความนิยม เนื่องจากอยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทางเพียง 40 นาทีก็ถึง ฤดูหนาวทุกปีนักท่องเที่ยวจะพากันไปนอนเต้นท์แคมปิ้งเพื่อสัมผัสกับอากาศหนาวเย็น ล่าสุดยอดจองห้องพักที่มีอยู่ประมาณ 600 ห้อง ถูกจองไปแล้วกว่าร้อยละ 80 ในเดือนธันวาคมและช่วงวันหยุดสิ้นปี ส่วนเต้นท์ที่มีอยู่ประมาณ 3,000 หลัง ทยอยจองมากขึ้นด้วยเช่นกัน