พ่อแม่เด็กหญิง 3 ขวบ 10 เดือน พร้อมทนาย แจ้งความเอาผิดแพทย์ 2 โรงพยาบาล เหตุลูกสาวตายหลังเข้ารักษาอาการป่วยด้วยอาการไข้หวัด
เมื่อเวลา 10.30น.วันที่ 11 ธันวาคม 2560 นายสำลี ชาติเพชร อายุ 43 ปี น.ส.รุ่งนภา อุดนอก อายุ 22 ปี พร้อมด้วยนายกรสุเทพ ทาปลัด ทนายความ ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองปทุมธานี อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งความกับพ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ สุริยะโวหาร รองผกก.สอบสวนสภ.เมืองปทุมธานี เพื่อให้ดำเนินดคีกับแพทย์ผู้รักษาอาการป่วยของด.ญ.มุกมณี ชาติเพชร อายุ 3 ขวบ 10 เดือน ลูกสาวเพียงคนเดียวของครอบครัว ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์ผู้รักษาของโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ และโรงพยาบาลปทุมธานี หลังจากนำลูกสาวป่วยส่งโรงพยาบาลก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
น.ส.รุ่งนภา อุดนอก มารดาน้องเปิดเผยน้ำตาคลอว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฏาคม 2560 ที่ผ่านมาลูกสาวมีอาการป่วยเวลาประมาณ 07.00น.ลูกสาวมีอาการป่วยไข้ขึ้นจึงนำลูกสาวไปส่ง ร.พ.ประชาธิปัตย์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยแพทย์ได้ให้ยาลดไข้และเจาะเลือดหลายครั้งไปตรวจแต่ลูกอาการไม่ดีขึ้น
กระทั่งเวลา 17.00 น.มีแพทย์ผู้รักษาซึ่งเป็นผู้หญิงมาดูอาการ ก่อนที่จะมีคำสั่งให้พยาบาลฉีดยากันชักให้กับบุตรสาว โดยที่ไม่ได้มีการประสานกับทางผู้ปกครอง เวลาผ่านไปไม่นานลูกสาวมีผื่นสีแดงขึ้นทั่วตัว จึงมีการส่งตัวลูกสาวเร่งด่วนไปที่ร.พ.ปทุมธานี ทั้งที่ตนเองขอให้ส่งตัวบุตรสาวไปที่ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ก่อนจะนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินและเอ็กซเรย์เพื่อหาโรค

โดยจะต้องเจาะกระดูกไขสันหลังเพื่อตรวจหาโรค ในเวลาต่อมาแพทย์ได้มาแจ้งว่าบุตรสาวมีอาการตับวายไตวาย ก่อนจะต้องให้อาหารทางสายยาง กระทั่งเช้าวันที่ 6 กรกฏาคม2560 แพทย์จึงทำการเคลื่อนย้ายลูกสาวตนเองไปไว้ที่ห้องผู้ป่วยรวมพร้อมกับใส่เครื่องช่วยหายใจ และให้ยาบางชนิดจำนวน 3 ขวดก่อนที่ลูกสาวจะมีอาการหัวใจเต้นเร็วกระทั่งหัวใจหยุดเต้นไป แพทย์พยาบาลต้องช่วยกันปั้มหัวใจ 2 ครั้ง แต่บุตรสาวมีอาการแย่ ซึ่งแพทย์ได้บอกกับตนเองว่า เลือดเป็นกรดขาดเกลือแร่ ตนเองจึงถามกลับไปว่าสรุปแล้วลูกสาวตนเองเป็นโรคอะไรแต่กลับไม่ได้คำตอบ
จนกระทั่งเวลา14.00น.วันเดียวกันลูกสาวความดันต่ำลงจนหัวใจหยุดเต้น ภายหลังแพทย์ได้มาแจ้งกับตนเองว่าลูกสาวเป็นไข้หวัดสายพันธ์เอ ซึ่งทางโรงพยาบาลปทุมธานี ได้ออกหนังสือรับรองการตายระบุสาเหตุว่า โรคก้นสมองเฉียบพลัน ซึ่งตนเองก็ยังติดใจสาเหตุการตายของลูกสาวจึงส่งศพไปที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจโดยผลออกมาว่าระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตนั้นไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน ตนเองจึงนำศพลูกเก็บไว้และยังไม่มีการฌาปนกิจพร้อมปรึกษาทนายความกระทั่งเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายกรสุเทพ ทาปลัด ทนายความ เปิดเผยว่า ผลรับรองการตายทั้งสองแห่งมีความแตกต่างกันไม่สอดคล้องต้องกัน ในส่วนของคดีจะดำเนินคดีในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ในส่วนทางแพ่งอยู่ระหว่างปรึกษากันกับผู้ปกครองว่าจะดำเนินคดีในส่วนใดได้บ้าง
พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ สุริยะโวหาร รองผกก.สอบสวนสภ.เมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า ต้องสอบปากคำญาติผู้เสียชีวิตอย่างละเอียดพร้อมกับตรวจสอบใบรับรองผลการตาย และส่งเอกสารทั้งหมดไปให้แพทย์สภาตรวจสอบว่ามีความถูกต้องหรือไม่พร้อมกับตรวจสอบสาเหตุการตายพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย