ผอ.สนามบินตรังแจง กรณีนายกตำหนิ สนามบินตรังไม่เป็นระเบียบรกรุงรัง

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานตรัง ชี้แจง กรณีนายกรัฐมนตรีตำหนิ สนามบินตรังไม่เป็นระเบียบรกรุงรัง ขณะเดินทางมาจังหวัดตรัง เผยปัญหาอาคารผู้โดยสารคับแคบไม่เพียงพอต่อปริมาณผู้โดยสาร ชงงบกว่า 4 พันล้าน ปรับปรุงก่อสร้าง

วันที่ 9 ธันวาคม 2560 ที่ท่าอากาศยานตรัง ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง พันจ่าเอกเมืองชล วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานตรัง กล่าวว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงท่าอากาศยานตรัง เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 เกี่ยวกับว่าสนามบินตรังยังไม่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ดูแลอาจไม่เป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว

ซึ่งประเด็นนี่ตามความเห็นของตน ท่านเองก็ไม่ได้บอกว่า ตรงไหนรกรุงรังแต่ว่าข้อสังเกตของตนเอง น่าจะเป็นในเรื่องของพื้นที่ ทางด้านการบิน หรือเขตการบิน ที่เครื่องบินขึ้นลงเนื่องจากว่า ตอนนี้ส่วนหนึ่งพื้นที่ขึ้นลงของเครื่องบินนอกเหนือจากพื้นที่เขตปลอดภัยได้ดูแลเรื่องการตัดหญ้าให้สั้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งพื้นที่ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำบ้าง หรือเป็นพื้นที่เฝ้าดูแลได้ยาก จึงมองว่ามีต้นไม้สูงหรือมีหญ้าขึ้นรก ซึ่งความเข้าใจตนเป็นเช่นนี้

พันจ่าเอกเมืองชล กล่าวอีกว่า ในสวนนี้ทางกรมท่าอากาศยานเองและทางท่าอากาศยานจะเร่งปรับปรุงให้เกิดความเรียบร้อยขึ้น จะได้ให้เป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พูดถึง สำหรับภายในอาคารตอนนี้ค่อนข้างจะแออัดเนื่องจากมีจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นแต่ละวัน เฉลี่ย 2,200-2,300คน ขณะที่อาคารผู้โดยสารเท่าเดิม โดยทางกรมท่าอากาศยาน ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อมาปรับปรุงแลขยายอาคารแล้ว โดยภายในอาคารที่พักผู้โดยสารมีการจัดวางสัดส่วนทั้งผู้โดยสารขาเข้า ขาออก โดยชัดเจนแต่ตอนนี้ยอมรับว่ามีความแออัดมาก เนื่องจากมีเที่ยวบินเข้ามาพร้อมออกใกล้เวลากัน

ซึ่งภายในปีงบประมาณ 2561ได้รับงบประมาณ 116 ล้าน จะมีการขยายอาคารผู้โดยสาร ส่วนแบบของการขยายใกล้แล้วเสร็จ คาดว่าจะได้ผู้รับจ้างประมาณไม่เกินเดือน กุมภาพันธ์ 2561 ส่วนงบประมาณทั้งหมดทั้งการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ ต่อความยาวทางวิ่ง การซื้อที่ดินเพื่อต่อความยางทางวิ่ง สร้างลานจอดอากาศยานโดยเบ็ดเสร็จที่สามารถเปิดดำเนินการได้อยู่ที่ 3-4 พันล้านบาท แต่ถ้าได้เป็นไปตามแผนงบประมาณ 2562 ทางท่าอากาศยานตรังขอไป 500 กว่าล้าน ในเบื้องต้นเพื่อนำมาดำเนินการการสร้างอาคาร และจัดซื้อที่ดินความยาวทางวิ่งก่อน โดยจะเป็นงบประมาณผูกพันปี 2562-2564 โดยประมาณ

ทนาย หนอ วีระชัย จ่อเพิ่มวงเงินสูงขึ้น ยันไม่กังวลเชื่อว่าลูกความเป็นพลเมืองดี

ทนาย “หนอ วีระชัย” จ่อเพิ่มวงเงินสูงขึ้น หลังยื่นขอประกันตัววานนี้แต่ศาลไม่อนุญาต ยันไม่กังวลเชื่อว่าลูกความเป็นพลเมืองดี

พ.ต.อ.ธรากร เลิศผลเจริญ รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สน.สายไหม เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีนายวีระชัยศรีวณิก วรรณึกกุล หรือ หนอ อดีตดารานักแสดง กับพวก ที่ก่อเหตุอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. บุกเข้าไปตรวจค้นร้านซ่อมและตกแต่งรถจักรยานยนต์ ว่าหลังจากควบคุมตัวไปฝากขังผัดแรก พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานไปตามปกติ เช่น ผลตรวจสอบประวัติอาชญากรรม สอบปากคำพยานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนออัยการรับสำนวนไปพิจารณาดำเนินคดีต่อไป

ส่วนกรณีที่พบว่าอาจเคยไปกระทำผิดในพื้นที่ สน.สายไหม ตามที่มีผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าชี้ตัววานนี้ เป็นเรื่องการดำเนินการของแต่ละ สน. ซึ่งในส่วนของ สน.สายไหม ขณะนี้มีเพียงผู้เสียหายคดีเดียวและจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้งหมดแล้ว ส่วนเรื่องที่ผู้ต้องหาจะอ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นเพียงคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหาซึ่งจะให้การอย่างไรก็ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาล

ยืนยันว่าที่ผู้ต้องหาถูกจับกุมตัวเกิดขึ้นจากพฤติกรรมของผู้ต้องหา ที่เข้าไปกักขังและอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ซึ่งได้มีการตรวจสอบไปทั้งหมดแล้ว ไม่พบว่าผู้ต้องหาเป็นสายให้กับตำรวจ หรือหน่วยงานใดๆ ตามที่มีการแอบอ้าง ส่วนเรื่องบริษัทนักสืบเอกชนที่อ้าง พนักงานสอบสวนได้มีการบันทึกเป็นข้อมูลไว้ และเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหานำหลักฐานมาแสดง ซึ่งยังอยู่ระหว่างรอทนายความประสานเข้ามาเพิ่มเติม

ทางด้านนายชมะนันทน์ วรรณวินเวศร์ ทนายความ ของ นายวีระชัยศรีวณิก วรรณึกกุล หรือ หนอ อดีตดารานักแสดง กับพวกรวม 3 คน ที่ก่อเหตุอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.บุกเข้าไปตรวจค้นร้านซ่อมและตกแต่งรถจักรยานยนต์ เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อวานตนและครอบครัวของลูกความได้ไปยื่นประกันต่อศาล แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวนั้น ทีมทนายจึงกลับมาปรึกษาถึงขั้นตอนดำเนินการต่อ

เบื้องต้น เตรียมจะอุทธรณ์ขอประกันตัวอีกครั้ง โดยจะเพิ่มวงเงินให้สูงขึ้น แต่ไม่ขอระบุว่าจำนวนเท่าใด และจะชี้แจงเหตุผลต่อศาลในกรณีว่าลูกความไม่มีเจตนาจะหลบหนี หรือยุ่งเหยิงเกี่ยวกับพยาน ทั้งนี้ทีมทนายไม่กังวลใจ เนื่องจากลูกความเป็นพลเมืองดี และเป็นการเข้ามอบตัวต่อตำรวจเอง และพร้อมจะเคารพต่อเจ้าหน้าที่ และกฎหมาย โดยยืนยันว่าตนไม่สามารถพูดอะไรได้มาก เพราะขณะนี้กระบวนการอยู่ในชั้นศาลเกรงจะเป็นการก้าวล่วงศาลไป

เร่งขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ จ้างสาวไลฟ์สด มีเพศสัมพันธ์กับลูก 3 ขวบ

โฆษก ตร. เผย เร่งขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการจ้างสาวไลฟ์สดมีเพศสัมพันธ์กับลูก 3 ขวบ ชี้ถ้าแชร์หรือคอมเมนท์ผิดพ.ร.บ.คอม

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รรท.รองผบ.ตร. ในฐานะโฆษกตร. เปิดเผยกรณีคลิปมารดาของเด็กไลฟ์สดมีเพศสัมพันธ์กับลูกตัวเองวัย 3 ขวบ ลงในกลุ่มไลน์เฉพาะกิจแล้วถูกนำมาเผยแพร่ในโลกโซเชียล เหตุเกิดที่ จ.พิษณุโลก ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมตัวแม่ของเด็ก และมีการสอบสวนพร้อมฝากขังเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งอยู่ระหว่างขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ โดยตอนนี้ทราบตัวแอดมินแล้วว่าเป็นใคร อยู่ระหว่างดำเนินการ

โดยความผิดที่เกิดขึ้นของแม่เด็ก จะมีความผิดในข้อหา ร่วมกันค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ เนื่องจากได้ค่าจ้างในการกระทำในครั้งนี้ 400 บาท เป็นความผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 อัตราโทษจำคุก 8-15 ปี ปรับตั้งแต่ 1.6-3 แสนบาท, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี โดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม อันเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดาน มีโทษจำคุก 7-20 ปี ปรับ 1-4 หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต, ชักจูงส่งเสริมให้เด็กประพฤติไม่สมควร อันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับกรณีนี้เป็นความผิดทางประมวลกฎหมายอาญา ไม่อยากให้ผู้ที่เข้าไปชมหรือผู้ที่เข้าไปดูเป็นผู้ร่วมกระทำผิดโดยไม่รู้ตัว หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คนดูเฉยๆ ไม่ผิด แต่ถ้าดูแล้วคอมเมนท์ส่งเสริม คลิกไลก์คือแชร์มีความผิดทันที ความผิดฐานเผยแพร่ข้อมูลลามก ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ