‘ผู้พันเบิร์ด’ จูงมือ ‘น้องเกี่ยวก้อย’ แจกสัญญาประชาคมเพื่อความปรองดอง

“ผู้พันเบิร์ด” จูงมือ “น้องเกี่ยวก้อย” ตัวแทนและสัญลักษณ์แห่งความปรองดอง เดินแจกสัญญาประชาคมเพื่อความปรองดอง

วันนี้ (8 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการ สำนักงานปลัดกลาโหม หรือ ” ผู้พันเบิร์ด ” พร้อมด้วย “ น้องเกี่ยวก้อย ” ซึ่งเป็นตัวแทนและสัญลักษณ์แห่งความปรองดอง แจกเอกสาร “สัญญาประชาคม” ของคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองให้แก่ประชาชน ที่ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ทั้งนี้ น้องเกี่ยวก้อย เป็นตัวแทนและสัญญลักษณ์แห่งความปรองดอง เพื่อสร้างความปรองดอง และเป็นกิมมิคสร้างสีสันแห่งการเดินหน้าสร้างความปรองดอง หรืออยากให้เป็นทูตแห่งการปรองดอง มีลักษณะเป็นตัวการ์ตูนผู้หญิง หน้าตายิ้มแย้ม อ่อนหวาน ส่วนท่าทางชูนิ้วก้อยแสดงความต้องการเป็นมิตร มีไมตรีจิต เปิดกว้างพูดคุย

ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในโลกออนไลน์ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ทั้งวิจารณ์เรื่องหน้าที่สีคล้ำ รวมถึงพบว่าเป็นตัวที่เคยใช้งานมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ไม่ได้สร้างขึ้นใหม่แต่อย่างใด ได้มีเจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจง ยอมรับว่ามาสคอตน้องเกี่ยวก้อยเกิดจากการยืมตุ๊กตามาจาก กองทัพบก ซึ่งเคยใช้ในการพบปะ ปชช.หลังการรัฐประหารปี 2557 โดยเสียค่าซ่อมแซมและซัก และตัดชุดใหม่ให้เพียง 8,000 บาท ซึ่งหากทำใหม่จะต้องเสียเงิน 3 หมื่นบาท เลยเอาของเดิมมาทำใหม่

ผู้พันเบิร์ด เปิดเผยว่า เดี๋ยวจะมีการวางแผนอีกครั้งนึงว่าจะไปแจกตรงจุดไหนบ้าง จะประชาสัมพันธ์ ไปตามกระทรวงทบวงกรมต่างๆ โดยจะให้กระทรวงมหาดไทย นำความรู้ไปแจ้งภายในตำบล หมู่บ้านต่างๆ

ผบ.ตร.แนะถ่ายรูป หากพบคนอ้าง เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหลอกตบทรัพย์

ผบ.ตร. แนะ ปชช. ใช้มือถือถ่ายภาพหากพบบุคคลต้องสงสัยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหลอกตบทรัพย์ ขู่ฟันตำรวจจริงหากพบมีพฤติกรรมดังกล่าว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย กรณีมีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ถือปืนเข้าไปขมขู่และจะทำการจับกุมเจ้าของอู่ซ่อมรถ ในพื้นที่ สน.สายไหมว่า เชื่อว่ามิจฉาชีพมีการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการอีกหลายแห่งเพื่อทำให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยแต่ละหน่วยงานก็จะต้องคอยดูแลข้าราชการในสังกัดไม่ให้กระทำความผิดหรือไปหลอกลวงประชาชน

ซึ่งในส่วนของตำรวจเอง ที่ผ่านมาได้มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนมาโดยตลอด พร้อมขอความร่วมมือในการสังเกตจดจำรูปพรรณสันฐานของคนร้าย ยานพาหนะ เครื่องแบบการแต่งกาย โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่สามารถบันทึกภาพหรือถ่ายวิดีโอได้ เพื่อให้การติดตามจับกุมเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังกล่าวด้วยว่าหากพบเห็นข้าราชการตำรวจจริงมีพฤติกรรมดังกล่าวตนเองจะดำเนินการทั้งวินัยและอาญาโดยไม่ละเว้นอยู่แล้ว

ขอคำตอบหน่อย! พ่อฉุนครูหลังปล่อยลูกกลับบ้านเองตอนตี 4 เหตุไม่มีใบอนุญาตไปทัศนะศึกษา

พ่อฉุน! ครูปล่อยลูกเดินกลับบ้านตอนตี 4 หลังอดไปทัศนศึกษา เหตุไม่มีใบอนุญาตจากผู้ปกครอง ก่อนที่ครูจะแจ้งเหตุผลยิบเป็นระเบียบของทุกโรงเรียน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (8 ธ.ค. 60) ที่ จ.ตราด ผู้ปกครองของนักเรียนชั้น ม.5 รายหนึ่งได้เดินทางไปที่โรงเรียนเพื่อขอคำตอบจากคณะครู หลังจากปล่อยให้ลูกของเขาอยู่โรงเรียนเพียงลำพัง ก่อนที่เขาจะเดินเท้ากลับบ้านคนเดียวตอนตี 4 เพียงเพราะไม่มีเอกสารยินยอมจากผู้ปกครองให้ไปทัศนะศึกษากับทางโรงเรียน

ซึ่งหลังจากเข้าพบเพื่อทำความเข้าใจครูที่รับผิดชอบคณะทัศนศึกษาของดรงเรียนก้ได้อธิบาย ว่า ประเด็นแรกคือ นักเรียนไม่มีหนังสือยิมยอมจากผู้ปกครอง ที่ทางโรงเรียนมอบให้กับนักเรียนไป ซึ่งทางครูได้พยายามติดตามทวงถามถึงหนังสือยิมยอมฉบับนี้มาตลอด แต่ก็ไม่ได้รับหนังสือฉบับนี้ จนถึงวันที่จะเดินทางไป จ.ชลบุรี ผู้ปกครองได้มาส่งนักเรียน

ทัศนะศึกษา

แต่ก็ยังไม่มีหนังสือฉบับดังกล่าวมาให้ จึงไม่อนุญาตให้นักเรียนไปทัศนศึกษาด้วย ซึ่งเป็นตามระเบียบของโรงเรียนทุกแห่ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง แม้ว่าผู้ปกครองจะแจ้งด้วยวาจากับครูอีกคนที่รับเรื่องแล้วว่าสามารถไปได้ก็ตาม

ต่อมาจึงให้เด็กนักเรียนไปหาแม่ครัวของโรงเรียนที่บ้านอยู่ใกล้กัน และให้กลับบ้านไปพร้อมกับแม่ครัว แต่ทางเด็กนักเรียนไม่ได้ไปหาแม่ครัว ซึ่งยืนยันว่า ทางครูไม่ได้ปล่อยปะละเลยเด็กแต่อย่างใด และครูต้องดูแลนักเรียนอีกหลายคนที่ต้องเดินทางไปทัศนศึกษา

อย่างก็ไรตาม หลังจากทำความเข้าใจแล้ว ผู้ปกครองของนักเรียนคนดังกล่าวก็พอใจกับการชี้แจงระดับหนึ่ง และเข้าใจระเบียบของโรงเรียน แต่อยากให้กรณีของลูกตัวเป็นเคสตัวอย่างกับโรงเรียนอื่นๆ ทุกโรงเรียน แต่ก็ยังติดใจ เพราะไม่มีคำขอโทษจากครู ที่ปล่อยให้ลูกชายต้องอยู่คนเดียวและเดินกลับบ้าน

ซึ่งไม่ควรฝากให้ใครรับผิดชอบ ควรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบโดยตรง และยอมรับว่า ลูกชายไม่เชื่อฟังครูตามคำแนะนำ ซึ่งก็มีส่วนผิดเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ทางผู้อำนวยการโรงเรียนยืนยันว่า จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก