อย่าแชร์เพราะผิดกฎหมาย ! ชวนขาย ‘อสุจิ’ ทำเครื่องสำอาง

 รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ชี้ผิดกฎหมาย แชร์ภาพชวนขาย ‘อสุจิ’ ทำเครื่องสำอาง ยันไทยยังไม่มีการก่อตั้งธนาคารอสุจิขออย่าหลงเชื่อ 

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (7 ธ.ค. 60) นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)  ได้ออกมาชี้แจง ถึงกรณีที่การประกาศรับซื้อ-ขายอสุจิกันอย่างโจงครึ่มในโลกออนไลน์ เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมผลิตเป็นเครื่องสำอางว่า  ภาพที่มีการส่งต่อเชิญชวนซื้อขายอสุจิที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้ เป็นข้อมูลเก่าที่มีการแชร์ครั้งแรกในปี 2557   ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยยังไม่มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์

อสุจิ, ธนาคารอสุจิ, เครื่องสำอาง
อสุจิ เครื่องสำอาง

แต่ปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวได้มีการประกาศบังคับใช้แล้ว ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้กระทำการผิดกฎหมาย ไม่ควรโพสต์ หรือแชร์ข้อความเชิญชวนดังกล่าวได้ หากฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ขอยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่มีการก่อตั้งธนาคารอสุจิแต่อย่างใด  ดังนั้นขออย่าได้หลงเชื่อ และขอความร่วมมือให้แจ้งเบาะแสมาที่กลุ่มคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2193-7000 ต่อ 18419, เฟซบุ๊กสารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์ และกองกฎหมาย หมายเลขโทรศัพท์ 0-2193-7000 ต่อ 18830, เฟซบุ๊กมือปราบสถาน เฟซบุ๊กมือปราบสถานพยาบาลเถื่อน เพื่อดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดต่อไป

จับกุมแก๊ง ‘คอลเซ็นเตอร์’ ภัยร้ายใกล้ตัว หลังนำกำลังเข้าตรวจค้น

แถลงผลจับกุมแก๊ง “คอลเซ็นเตอร์” ภัยร้ายใกล้ตัว หลังนำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 24 จุด

วันนี้ (7 ธ.ค. 60) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สาคร ทอง มุณี รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันแถลงผลจับกุมแก๊ง คอลเซ็นเตอร์ หลังจากนำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน 24 จุด ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 และ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีพฤติกรรมใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน จนมีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก

โดยจากการตรวจค้นเป้าหมายเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 21 ราย แบ่งเป็นข้อหา ฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงเป็นบุคคลอื่น , ร่วมกันใช้หรือมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น 18 ราย / มีไว้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ 2 ราย และ อยู่ในราชอาณาจักรเกินได้รับอนุญาต 1 ราย โดย 1 ใน 21 ราย นั้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมระดับสั่งการได้ 1 ราย คือ นายอภิชาติ กันตวิสิฐ และ คนกำกับดูแล 2 ราย คือ นายบุญส่ง คำตัน กับ นายแสงเมือง ลุงออ ส่วนที่เหลือเป็นพนักงานทั่วไป 15 ราย และ ชาวต่างชาติ 3 ราย พร้อมของกลาง หนังสือเดินทาง สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารต่าง ๆ โทรศัทพ์มือถือ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค

ทั้งนี้ พล.ต.ท.สาคร เปิดเผยว่า แก๊งคอล เซ็นเตอร์ มีอยู่มากในประเทศไทย ซึ่งมีทั้งชาวไทย และ ชาวต่างชาติ สร้างความเสียหายกับประชาชนจำนวนมาก อีกทั้งยังพบว่า เคยมีการนำชื่อของตนเองไปแอบอ้างในพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ ทำให้เจ้าหน้าที่จะต้องเร่งกวาดล้างแก๊งลักษณะดังกล่าวใหหมดไปโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกหลอกจนเสียทรัพย์สินจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับแก๊งดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ขอศาลอนุมัติหมายจับขณะนี้ 146 ราย แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 7 ราย สามารถจับกุมตัวได้แล้ว 98 ราย และ อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 41 ราย

ไทม์ ยก กลุ่ม #Metoo เป็นบุคคลแห่งปี 2017

นิตยสารไทม์ ยกกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านการคุกคามทางเพศ หรือ มีทู (MeToo) ที่ออกมาแฉพฤติกรรมหื่นของคนมีชื่อเสียงในหลากหลายวงการ เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดประจำปี 2017

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา นิตยสารไทม์ ได้ประกาศให้ การรณรงค์ #Metoo(#ฉันก็เหมือนกัน) ซึ่งเป็นการรณรงค์เพิ่มความตระหนักเกี่ยวกับการคุกคามและประทุษร้ายทางเพศบนสื่อออนไลน์เป็นบุคคลแห่งปี ประจำปี 2017 หลังจากมีการเปิดโปงว่าบุคคลในวงการบันเทิง และวงการทางการเมือง ชื่อดังหลายคนมีพฤติการคุกคามและการใช้ความรุนแรงทางเพศ

โดยเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ เอลิซสา มิลาโน ดาราสาวนักเคลื่อนไหว แชร์ข้อความในเฟซบุ๊ก และทวีตข้อความไปยังกลุ่มผู้ติดตามว่า “หากคุณถูกคุกคามหรือถูกโจมตีทางเพศ ให้เขียนคำว่า “ฉันก็ถูกกระทำด้วย” เพื่อตอบทวีตนี้” ซึ่งหลังจากข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีแฮชแทกถูกทวีตเกือบ 1 ล้านครั้งภายในเวลา 48 ชม. โดยแฮชแทกมีทูก่อตั้งโดยนักเคลื่อนไหว ทารานา เบอร์เค บนทวิตเตอร์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพื่อปลุกสังคมต่อต้านความรุนแรงทางเพศ

ไทม์, บุคคลแห่งปี
บุคคลแห่งปี2017 จากนิตยสารไทม์

ด้าน เอ็ดเวิร์ด เฟลเซนธาล บรรณาธิการของ นิตยสารไทม์ให้สัมภาษณ์กับเอ็นบีซีนิวส์ ถึงเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมันคือการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงสังคมที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมาในรอบหลายทศวรรษ มันเริ่มต้นจากกระทำที่กล้าหาญของผู้หญิงหลายร้อยคน และผู้ชายบางส่วน คนเหล่านั้นที่ออกมาเล่าเรื่องราวของตนเอง จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”

ส่วนอันดับ 2 บุคคลแห่งปีของไทม์ในปีนี้ ได้รับการยกย่องร่วมกัน 2 คนคือ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งทรัมป์เองถูกผู้หญิงหลายคนกล่าวหาประพฤติผิดทางเพศเช่นกัน แต่เขาปฏิเสธไว่าไม่ได้กระทำความผิดใดๆ