ประวิตร ยัน มีหลักฐานชัดเจนที่มาแหวนเพชร-นาฬิกาหรู รอแจง ป.ป.ช.

ประวิตร ยันมีหลักฐานชัดเจนที่มา แหวน-นาฬิกา รอแจง ป.ป.ช. ย้ำ ตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยมีเรื่องทุจริต

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์นาฬิกาหรูมูลค่าหลายล้านบาท รวมถึงแหวนเพชรที่ใส่ในวันประชุมคณะรัฐมนตรี ประยุทธ์ 5 นัดแรกว่า ส่วนตัวยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจนที่จะชี้แจงให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้รับทราบเอง

จึงไม่ขอตอบกับสื่อมวลชนว่าทรัพย์สินที่ถูกวิจารณ์นั้นจะได้มาก่อนหรือหลังการเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาล อีกทั้งไม่รู้สึกท้อหลังถูกสังคมจับผิด พร้อมยืนยันว่าตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยมีเรื่องทุจริตจึงไม่ต้องระวังตัวใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้กำชับให้คณะรัฐมนตรีพูดน้อยลงแต่อย่างใด

งามหน้า! สาวไทยถูกรวบคาสนามบินนาริตะประเทศญี่ปุ่น ต้องสงสัยรับจ้างขนยาเสพติด

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจำสนามบินนาริตะ ควบคุมตัว 2 สาวชาวไทย หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยลักลอบซุกซ่อนขนยาเสพติดเข้าประเทศญี่ปุ่น 

ตกเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจ และพากันแชร์ต่อบนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังสมาชิกเฟซบุ๊ก ธนากร ใจสุขสกุลดี โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจำสนามบินนาริตะ ได้ควบคุมตัว 2 สาวชาวไทย หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยลักลอบซุกซ่อนขนยาเสพติดเข้าประเทศญี่ปุ่น

รายละเอียดระบุว่า ผู้ต้องสงสัยได้เดินทางมากับบริษัททัวร์และมีไกด์ชาวไทยนำทัวร์มาด้วย หญิงไทยทั้ง 2 ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจอำเภอนาริตะ จังหวัดชิบะ ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน และตำรวจกำลังตามตัวไกด์มาสอบสวนหารายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อรายงานต่อทางการของรัฐบาลไทยต่อไป

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ธนากร ใจสุขสกุลดี

คุก 26 ปี 12 เดือน ‘วัฒนา’ มือบึ้ม รพ.พระมงกุฎเกล้า

ศาลอาญาสั่งจำคุก 26 ปี 12 เดือน “วัฒนา” อดีตวิศวกร กฟผ. บึ้ม รพ.พระมงกุฎเกล้า ให้นับโทษรวมคดีครอบครองอาวุธ อีก 4 ปี ด้วย

ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษา ในคดีที่ พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  เป็นจำเลยในความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไต่ตรองไว้ก่อนฯ จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 จำเลยได้ประกอบระเบิดขึ้นเองเป็นระบบไฟฟ้าตั้งเวลาเป็นตัวจุดระเบิดประกอบกับวัตถุระเบิดแรงต่ำ ชนิดไปป์บอมบ์ใส่ไว้ในท่อพีวีซี 4 ชุด และใส่ในกระถางต้นไม้ 1 ชุด ทีบ้านพักย่านบางเขน ก่อนนำใส่ไว้ในแจกันดอกไม้ 1 ชุด ขึ้นรถโดยสารลักลอบไปติดไว้ที่ฝาผนังภายในห้อง “วงษ์สุวรรณ” โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ จนเกิดระเบิดขึ้นทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 21 ราย ทรัพย์สินเสียหายหลายรายการมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พบว่าโจทก์มีพนักงานสอบสวน สน.พญาไท และมีเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์และเก็บกู้วัตถุระเบิด เบิกความเกี่ยวกับภาพวงจรปิดที่พบชายต้องสงสัย รูปพรรณตรงกับจำเลย รวมทั้งแผนผังประกอบระเบิดที่บ้านพักจำเลย ซึ่งจำเลยทดลองประกอบระเบิดแล้วทำให้เกิดระเบิดได้ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาจึงมีน้ำหนักปราศจากข้อสงสัยเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ฐานทำให้เกิดระเบิดจนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ให้จำคุก 3 ปี ฐานทำให้ประกอบวัตถุระเบิด ให้จำคุก 1 ปี ฐานครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ปรับเงิน 1,000 บาท ฐานพาวัตถุระเบิดไปในที่สาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งรวมจำคุกปี 26 ปี 12 เดือน และปรับ 500 บาท และให้นับโทษจำเลยต่อจากคดี ครอบครองวัตถุระเบิดที่บ้านพักบางเขนที่ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี ปรับ 975 บาท เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาด้วย