หนุ่มสาวเมาหนัก ซิ่งเก๋งพลิกคว่ำ อ้างเป็นพยาบาลรพ.ดัง ด่ากราดกู้ภัย-นักข่าว

ชายหญิงเมาแอ๋ ซิ่งเก๋งพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า อ้างเป็นพยาบาลโรงพยาบาลดัง ด่ากราดกู้ภัย นักข่าว ก่อนขึ้นแท็กซี่หนี

วันนี้(5 ธ.ค. 60) เวลา 00.15 น. ร.ต.อ.เกียรติพงษ์ ติ๊บมา รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุถนนพหลโยธินขาออกช่องทางด่วนกม.ที่43+500 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุกลางถนนพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีออสสีดำหมายเลขทะเบียน3กฬ-4127 กทม.เสียหลักหงายท้องล้อชี้ฟ้า ชิ้นส่วนรถยนตืและทรัพย์สินกระเด็นกระจัดกระจายทั่วบริเวณตัวรถพังยับเยิน ภายในห้องโดยสารพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชายและหญิง เจ้าหน้าที่จำนำชายไทยอายุประมาณ 40 ปี ออกมาจากตัวรถสภาพไม่สวมเสื้อพูดจาวกไปวนมา ส่วนหญิงอีกรายอายุประมาณ 40 ปี กระเด็นไปอยู่ด้านประตูหลังคนขับมีบาดแผลแตกที่ริมฝีปากมีเลือดไหล

ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือ แต่กับถูกด่าทออย่างรุนแรงและอวดเบ่งตนเองเป็นพยาบาลฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง และไม่ต้องการความช่วยเหลือเพราะไม่สะอาด และตะโกนด่าทอผู้สื่อข่าวที่บันทึกภาพว่าจะฟ้องถ้านำภาพไปออกข่าว และใช้คำหยาบคายให้ของลับ และชี้หน้าด่าผู้สื่อข่าวและหน่วยกู้ภัย โดยฝ่ายชายพยายามโผกอดให้ฝ่ายหญิงสงบสติอารมณ์พร้อมยกมือไหว้ ก่อนที่ชายหญิงที่ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวจะพากันพยุงร่างกันขึ้นรถแท็กซี่สาธารณะแล้วออกจากจุดเกิดเหตุไป ขณะที่ภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ตกอยู่ภายในห้องโดยสาร

ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า รถยนต์คันเกิดเหตุมาด้วยความเร็วสูงก่อนจะชนแบริเออร์ริมทางด้านขวาก่อนหมุนเคว้งแล้วเกิดตีลังกาหงายท้องล้อชี้ฟ้าจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ทางด้าน ร.ต.อ.เกียรติพงษ์ ติ๊บมา รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่รถยกทำการยกรถเข้าไปเก็บไว้ที่สถานที่เก็บของกลาง เพื่อรอบริษัทประกันภัยรับไปทำการซ่อมแซม พร้อมทั้งประสานรถดับเพลิงมาทำการล้างถนนที่เปื้อนน้ำมันเครื่องรถยนต์ที่รั่วไหลและจะได้เชิญตัวผู้ขับขี่มาทำการสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

ผบ.ทหารสูงสุด ยันคดี ‘น้องเมย’ คืบ คาดสรุปผลเร็ว ๆ นี้

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยัน สอบนักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิตคืบหน้ามากแล้ว คาดสรุปผลได้เร็วๆนี้ ตั้ง คกก. ปรับปรุงธำรงวินัยให้เหมาะสมสถานการณ์ เร่งช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้

พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามเหตุการณ์ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิต ว่า มีความคืบหน้าไปมาก ในการนำนักเรียนเตรียมทหารที่อยู่ในเหตุการณ์มาให้ข้อมูลเกือบครบถ้วนแล้ว จะได้ผลสรุปเร็วๆนี้ ส่วนการเชิญพ่อแม่ นตท.ภคพงศ์ ได้เชิญมาแต่ต้นอยู่แล้ว

ส่วนการปรับปรุงการธำรงวินัยในการฝึกช่วงนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้วนั้น พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าวว่า คณะกรรมการได้ประชุมร่วมกับเหล่าทัพเรียบร้อยแล้ว ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง มีคณะกรรมการขึ้นมาดูรายละเอียดต่างๆ ว่าอะไรต้องปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วก็จะรายงานตนเอง และจะแล้วเสร็จเร็วๆ นี้

พล.อ.ธารไชยยันต์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ขณะนี้มีหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเข้าช่วยเหลืออยู่ โดยมีกองทัพภาค 4 รับผิดชอบในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ และมีส่วนกลางเข้าไปช่วยเหลือสมทบ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในแผนงานและจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น เพื่อลดความซ้ำซ้อนและสามารถให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าถึงความช่วยเหลือได้จริง

ส่วนประชาชนที่ถูกตัดขาดจะช่วยเหลืออย่างไรนั้น พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าวว่า ตอนนี้มีแผนสำรวจและมีการจัดส่งเรือไปพื้นที่ห่างไกล รวมถึงมีเครื่องมือหนักในการเข้าช่วยเหลือประชาชน

นายกฯ นำครม. ทำบุญตักบาตรพระ-สามเณร 901 รูป ถวายพระราชกุศล ร.9

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์-สามเณร 901 รูป ถวายพระราชกุศลวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวง ร.9, วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ

ช่วงเช้าวันนี้(5 ธ.ค.) ที่พระลานพระราชวังดุสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง พระสงฆ์และสามเณร 901 รูป ถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2560

โดยมีประธานองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) องค์กรอิสระ หน่วยงานราชการ และประชาชนที่พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสุภาพโทนสีเหลืองเข้าร่วมพิธีดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงบริเวณงานพิธีที่พระลานพระราชวังดุสิต ได้ถวายพวงมาลัย และจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนที่จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธบรมมหาจักรีศรีภูมิพลมหาราช (60 พรรษา) พระพุทธรูปพระประธาน ซึ่งพระพุทธรูปดังกล่าวจัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 5 รอบ จากนั้นจะเป็นพิธีอาราธนาศีล ถวายสังฆทาน และกรวดน้ำรับพร

สำหรับ อาหารแห้งและสิ่งของที่ได้จากการตักบาตรจะมีการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ นอกจากพิธีที่บริเวณนี้แล้ว ในภูมิภาคและในต่างประเทศก็มีการมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและเอกอัครราชทูตจัดงานตามความเหมาะสมด้วย