ชุดใหญ่ไฟกระพริบ พ่อ-แม่ ควักเงินจัดงานใหญ่ ฉลองลูกสาวจบปริญญา

ดราม่าสนั่นเน็ต หลังภาพว่อน พ่อ-แม่ จัดจัดโต๊ะจีน วงดนตรี ฉลองยิ่งใหญ่ให้ลูกสาวสำเร็จการศึกษาปริญญา

เกิดเป็นที่ฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า ผู้ปกครองได้มีการจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ให้ หลังจากที่สำเร็จการศึกษาจบปริญญาตรี

โดยมีการว่าจ้างโต๊ะจีน และวงดนตรีให้เข้ามาสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งภาพดังกล่าวถูกโพสต์ไว้เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา  ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า บ้านบัณฑิตพร้อมต้อนรับทุกท่านแล้วนะคะ คืนนี้เจอกันจ้า 🙏🏻🎉 #งานฉลองบัณฑิตใหม่

ฉลองรับปริญญาญา, โต๊ะจีน

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก จนเกิดเป็นกระแสดราม่าขึ้นมา เพราะบางส่วนก็เห็นว่าสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และอาจเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดๆ ให้กับสังคม ขณะที่บางส่วนก็ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นความสุขของครอบครัวที่พวกเขาสามารถกระทำได้ เนื่องจากงบประมาณที่ใช้ก็เป็นของพวกเขาเอง เป็นต้น

ชาวบ้านแห่รับยา สมุนไพรต้านมะเร็งหมอแสง ที่ปราจีนบุรี

มืดฟ้ามัวดิน คนแห่รับสมุนไพรต้านมะเร็ง หมอแสงชัย ที่ปราจีนบุรี หลังครบกำหนดวันรับแจกสมุนไพรประจำเดือนธันวาคม 

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ ( 3 ธ.ค. 60 ) ที่ จ.ปราจีนบุรี ได้เกิดเหตุมืดฟ้ามัวดิน หลังมีประชาชนจากทั่วสารทิศจำนวนมาก พากันเดินทางไปรอรับแจกยาสมุนไพรจากหมอแสง  หรือ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล  กันอย่างคับคั่ง  หลังจากที่วันและเวลาดังกล่าวตรงกับวันอาทิตย์ของต้นเดือน ซึ่งเป็นวันเปิดให้ผู้ป่วยมะเร็งรับยาสมุนไพร

หมอแสง, สมุนไพรรักษามะเร็ง, หมอแสง
หมอแสง

โดยนายแสงชัย หรือหมอแสง เผยว่า ตนตัดสินใจแจกยาสมุนไพร ให้กับผู้ป่วยที่ยังเหลืออีกประมาณ 3,000 คน โดยไม่ต้องตรวจหลักฐาน เพื่อลดความยุ่งยากให้กับผู้ป่วยและญาติ ทั้งนี้ตนได้ลดยาสมุนไพรที่เตรียมแจกให้ผู้ป่วยคนละ 10 เม็ด เหลือคนละ 8 เม็ด เพื่อให้สามารถแจกได้ครบทุกคน  เนื่องจากมีผู้ป่วย มารับเพิ่มขึ้นทุกเดือน ทำให้ทีมงานเตรียมวางแผน ผลิตยาสมุนไพรเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งจะต้องหาวิธีบริหาร การเข้ารับแจก ให้แล้วเสร็จเพียงวันเดียว เพื่อลดความเหนื่อยล้า ทั้งของทีมงานและผู้ป่วย

สำหรับสูตรสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง ของหมอแสง มีส่วนประกอบสำคัญๆ คือ ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ ดอกพิลังกาสา เห็ดกระถินพิมาน รำข้าวนาปี รังนก เป็นต้น สมุนไพรพวกนี้ต้องทำการอบและบ่มจนแห้ง ก่อนนำมาผสมผสานจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน โดยใช้เครื่องปั่น ก่อนนำไปบ่มนานกว่า 6 เดือน จากนั้นจึงนำมาบรรจุแคปซูลจนครบจำนวนก่อนนำไปผ่านขบวนการดูดความชื้น โดยใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนที่จะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยต่อไป

ครอบครัวน้องเมย ขอบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง เปิดทางสว่าง

ครอบครัว “น้องเมย ” ถือฤกษ์วันพระใหญ่ ขอพรสิ่งศักดิ์ที่นับถือ ทั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดใหญ่อินทราราม และ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ หน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี

เมื่อเวลา 20.00 น.วานนี้ ( 3 ธ.ค.) นายพิเชษฐ -นางสุกัญญา และ น.ส.สุพิชญา ตัญกาญจน์ พ่อ แม่และพี่สาวของ “น้องเมย” นายภคพงษ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้พากันเดินทางมาขอพรและบารมีจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ ทั้ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดใหญ่อินทราราม และ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ หน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี

โดย นางสุกัญญา เผยว่าเนื่องจากวันนี้เป็นวันพระใหญ่ จึงทำให้อยากที่จะขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับตนเองและครอบครัวแล้ว ยังขอให้บารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ครอบครัวนับถือ ช่วยดลบันดาลและเปิดทางให้การสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของลูกชาย เกิดความกระจ่างและยุติธรรม โดยเฉพาะการตั้งคณะกรรมการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำสั่งของผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ขอให้เกิดความยุติธรรมกับลูกชายให้มากที่สุด

พร้อมบอกว่าตั้งแต่วันที่ลูกเสียชีวิตก็เข้าวัดปฏิบัติธรรม และสวดมนต์ทุกวัน วันละ 3 ครั้ง เพราะอยากให้เขาไปอยู่สวรรค ไปอยู่ในที่ที่ดี เพราะตั้งแต่ลูกเสียชีวิตก็ไม่เคยมาหาหรือมาเข้าฝัน แต่เมื่อวานนี้เพิ่งจะฝันเห็นเขา เขามาบอกว่าไม่ต้องกังวล และขอให้เราปล่อยวาง ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เพราะเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่เขาก็ไม่เคยทำอะไรให้ลำบากใจ วันนี้ก็เลยมาขอพรให้ลูก

ด้าน น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ เผยว่าการเดินทางมาขอพรให้กับน้องชาย ส่วนหนึ่งก็เพื่อขอบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการสอบสวนให้สามารถหาตัวคนผิดมาลงโทษได้ รวมทั้งสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ส่วนกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับความคืบหน้าใดๆ แต่ตนเองยังเชื่อว่าน่าจะยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน โดยทางครอบครัวไม่ขอเร่งรัดใด แต่ก็คาดหวังเกี่ยวกับผลตรวจของสถาบันนิติเวช และเชื่อมั่นในการทำงานของคณะแพทย์ ที่ในวันนี้ยังมีการพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา

ส่วนกรณีที่มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าครอบครัวของตนเองเงียบหายไปนั้น เป็นเพราะส่วนหนึ่งมารดาต้องการปฏิบัติธรรมและสวดมนต์ให้น้องชาย ส่วนบิดา ยังต้องการเวลาที่จะพักผ่อนเพราะที่ผ่านมาเหนื่อยมาก ขณะที่ตนเอง ก็เตรียมตัวที่จะเข้าสอบตั๋วทนาย ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จึงอาจทำให้ดูเหมือนว่าเงียบหายไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีการประสานงานระหว่างคณะแพทย์อยู่ตลอดเวลา และยังคงมีความคาดหวังว่าจะได้พบหลักฐานต่างๆ ในรูปคดีที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้หลักฐานต่างๆ ที่ได้มาก็เชื่อว่าน่าจะตรงหรือคล้ายกับที่หลายๆ สื่อได้เผยแพร่ออกไปแล้ว