วอนประชาชน อย่าเชื่อข่าวลือเขื่อนท่างิ้ว จ.ตรัง แตก แนะชาวบ้านเดือดร้อนจากน้ำท่วม แจ้งข้อมูลขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ผ่านผู้นำท้องถิ่นและนายอำเภอ
วันที่ 3 ธันวาคม 2560 หลังจากพนังกั้นน้ำแม่น้ำตรังแตก 2 จุด ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.หนองตรุด และ หมู่ที่ 6 ต.บางรัก ของอำเภอเมืองตรัง ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมและความเสียหายเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่รับน้ำ ตำบลบางรัก ตำบลหนองตรุด ตำบลนาโต๊ะหมิง ตำบลควนปริง ของอำเภอเมืองตรัง และตำบลบางหมาก ตำบลควนธานี ของอำเภอกันตัง ชาวบ้านเดือดร้อนนับพันครัวเรือน
แต่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายในพื้นที่ตำบลนาตาล่วง ตำบลนาท่ามใต้ ตำบลนาท่ามเหนือ ของอำเภอเมืองตรัง และเขตเทศบาลนครตรังบางจุด โดยระดับน้ำจุดวิกฤติที่ราบลุ่มตอนนี้สูงถึง 2-4 เมตร โชคดีที่ชาวบ้านขนย้ายสิ่งของและอพยพออกมายังจุดพักชั่วคราวได้ทันตามประกาศเตือนของจังหวัด
อย่างไรก็ตามมีรายงานพบศพผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ในตำบลเกาะเปียะ อำเภอย่านตาขาว จ.ตรัง ทราบชื่อนายสมพล เพชรสิน อายุ 40 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่ออกไปหาปลาข้างคลองหนองปรือ แล้วเป็นลมลื่นล้มตกน้ำที่ระดับประมาณ 1 เมตร จนเสียชีวิต ซึ่งรวมสถานการณ์น้ำท่วมตลอดสัปดาห์มีผู้เสียชีวิตที่ จ.ตรังแล้ว 5 ราย
โดยที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค สาขากันตัง ซึ่งเป็นจุดผลิตน้ำประปาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในอำเภอเมืองและอำเภอกันตัง ตั้งอยู่ในที่ราบลุ่ม ใกล้แม่น้ำตรัง อำเภอเมืองตรัง ขณะนี้ระดับน้ำสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ฯต้องขนย้ายสิ่งของไปไว้ที่สูง และเร่งระบายน้ำออกจากอาคารผลิตน้ำประปา เพื่อไม่ให้เครื่องมือเสียหายเหมือนเช่นทุกปี

ขณะที่พระสงฆ์และสามเณรที่วัดประสิทธิชัยหรือวัดท่าจีน อำเภอเมืองตรัง กว่า 50 รูป ต้องอพยพยังอยู่อาคารห้องพักชั้น 2 จนถึงชั้น 4 ส่วนสามเณรกว่า 40 รูป ผู้ปกครองได้มารับกลับบ้านไปก่อนแล้ว ซึ่งทางเทศบาลนครตรังได้นำรถส้วมมาจอดให้บริการข้างวัด เพื่ออำนวยความสะดวกในการขับถ่าย
ขณะที่จังหวัดตรัง ได้มีการประชุมคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ศาลากลางจังหวัดตรัง ชั้น 5 เพื่อติดตามรายงานสรุปสถานการณ์น้ำท่วมและการช่วยเหลือตลอดสัปดาห์นี้
โดยนายวสันต์ ถนอมทรัพย์ รองผู้ว่าราชการตรัง นายชัชวาล ฉายะบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ในฐานะรองผู้อำนวยการจังหวัดตรัง พร้อมนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอในพื้นที่น้ำท่วมของ จ.ตรัง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้อำนวยการชลประทานตรัง และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

นายอาชวงษ์ สาริพัฒน์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง ได้รายงานสถานการณ์โดยภาพรวมว่า มีชาวบ้านเดือดร้อน 18,052 ครัวเรือน หรือ 56,683 คน พื้นที่เกษตรด้านพืชเสียหายแล้ว 337,592 ไร่ ด้านปศุสัตว์ ได้รับผล กระทบ306,000 บาท สถานศึกษาปิดทำการและเสียหายแล้ว 11 แห่ง วัดได้รับผลกระทบ 19 แห่ง ประกาศเขตภัยพิบัติทั้งหมด 8 อำเภอ ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดทั้งภาครัฐและเอกชนได้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งถุงยังชีพ ข้าวกล่อง น้ำดื่มเรือท้องแบน และกำลังคน เป็นต้น
ด้านนายประเสริฐ วงศ์นราทิพย์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตรัง กล่าวว่าเช้าวันนี้ระดับน้ำในแม่น้ำตรังต่ำกว่าระดับวิกฤติอยู่ที่ 50 ซม. แล้ว ถือว่าระดับน้ำได้ลดลงในบางจุด แต่ก็ต้องประเมินสถานการณ์ทุกชั่วโมง ส่วนปริมาณน้ำที่ล้นจากสปริงเวย์ของเขื่อนท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง แล้วไหลลงสู่ที่ราบลุ่มนั้น ไม่ได้เกิดจากเขื่อนท่างิ้วแตกแต่อย่างใด

ซึ่งขณะนี้ ได้มีกระแสข่าวลือว่าเขื่อนแตก ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ท่างิ้วเป็นเขื่อนขนาดกลาง ที่มีความคงทนถาวร บรรจุน้ำได้ 18.50 ล้านลูกบาศก์เมตร ก่อนมีน้ำท่วมทางชลประทานได้ปล่องน้ำไว้ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรองรับน้ำใหม่ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจากปริมาณฝนที่ตกมากทำให้น้ำเต็มเขื่อน และมีการระบายออกขณะนี้ 6.88 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำในเขื่อนลดระดับลง และไม่มีผลกระทบต่อแม่น้ำตรัง แต่ก็อาจกระทบกับชาวบ้านในตำบลเขาปูนและตำบลท่างิ้ว อำเภอห้วยยอดซึ่งอยู่ใกล้เขื่อนท่างิ้วเท่านั้น
ทั้งนี้นายวสันต์ ถนอมทรัพย์ รองผู้ว่าราชการตรัง ได้กำชับให้เผยแพร่ข้อมูลความจริงให้ประชาชนรับทราบ เพื่อลดความแตกตื่น และมีผลต่อภาพลักษณ์ของจังหวัด แต่ก็ต้องไม่ประมาทสถานการณ์น้ำท่วม ส่วนกรณีชาวบ้านเดือดร้อนจากน้ำท่วม สามารถแจ้งข้อมูลขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ผ่านผู้นำท้องถิ่นและนายอำเภอ




