เด็กชาย 8ขวบ เก็บเงิน 4หมื่นบาทคืนเจ้าของ ได้รับทุนการศึกษาแล้ว

‘น้องกาฟิวส์ ‘ เด็กชาย 8ขวบ เก็บเงิน 4หมื่นบาทคืนเจ้าของ ได้รับทุนการศึกษาแล้ว เผยโตขึ้นอยากเป็นทหารรับใช้ชาติ

จากกรณีที่น้องกาฟิวส์ หรือ ด.ช ธนพัฒน์ ปิยะพงษ์ อายุ 8 ขวบนักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนอนุบาลกันตังศึกษา อ.กันตัง จ.ตรัง เก็บกระเป๋าที่มีเงินสดจำนวน 40,000 บาท คืนเคาเตอร์ประชาสัมพันธ์ห้างโลตัสสาขากันตัง เพื่อให้ประกาศหาเจ้าของ ซึ่งไม่เกิน 3 นาที เจ้าของเป็นผู้ชาย 2 คนได้มารับเงินคืนแล้วได้มอบเงินตอบแทนให้น้องกาฟิวส์จำนวน 20 บาท เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.00 น. หลังถูกแชร์ในโลกโซเชียลเพียง 1 วัน ปรากฏว่าชาวโลกโซเชียลรุมกระหน่ำเจ้าของเงินอย่างเสียหายและสร้างกระแสความเห็นใจ ความชื่นชมในความมีน้ำใจของน้องกาฟิวส์เพิ่มมากขึ้น

กระทั่งวันนี้(31 ธ.ค.60) นางสุจิตรา มุสิกะ ผู้จัดการห้างเทสโก้โลตัสสาขากันตัง และพนักงานฯ เป็นตัวแทนมอบทุนการศึกษาพร้อมอุปกรณ์การเรียนและรถจักรยานรวมมูลค่า 5,000 บาทให้กับน้องกาฟิวส์เพื่อเป็นของขวัญในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยมีนางสาวอนัญญา ยุ้งยั้ง อายุ 38 ปีมารดาของน้องกาฟิวส์ พร้อมด้วยนางอนันตา รังสฤษติกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกันตังศึกษาและคณะครูร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งมีผู้ใจบุญที่ทราบข่าวทางสื่อมวลชนได้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ นำทุนการศึกษาไปมอบให้กับน้องกาฟิวส์ด้วย

และเมื่อถามถึงคุณพ่อของน้องกาฟิวส์ ก็ทราบว่าป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมาก่อนที่น้องกาฟิวส์จะพบกระเป๋าเงินเพียง 3 วัน ส่วนคุณปู่ก็ป่วยด้วยโรคเดียวกันพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา ทำให้น้องกาฟิวส์นั้นถึงกับยิ้มไม่ออก ซึ่งเมื่อบอกว่าให้เปิดดูในซองได้ทุนการศึกษา 20 บาทหรือไม่ น้องกาฟิวส์ถึงกับรีบเปิดออกดูและยิ้มออกมาทันทีที่ไม่ใช่เงิน 20 บาท พร้อมเปิดเผยว่า เงิน 20 บาทที่ได้ในคืนเกิดเหตุจนกระทั่งถึงวันนี้จะนำไปหยอดกระปุกออมสินเพื่อไว้เป็นทุนการศึกษา และคิดว่าเงินที่ได้รับในคืนนั้นมันน้อยไปแต่หลังเกิดเหตุ ทำให้ตนเป็นคนดังและเพื่อน ๆ ในห้องเรียนก็พลอยดังไปด้วย เพราะมีคนมาขอถ่ายรูปและโทรศัพท์มาหาหลายราย ซึ่งโตขึ้นวาดฝันว่าอยากจะเป็นทหารเพื่อไปรับใช้ชาติ

เคาท์ดาวน์ เซ็นทรัลเวิลด์- เอเชีย ทีค เริ่มคึกคัก ประชาชนทยอยรอร่วมงาน

บรรยากาศ “งาน AIS Bangkok Countdown 2018” ณ ลานห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์เริ่มคึกคัก ประชาชนทยอยรอร่วมงาน ตร.ปล่อยแถว รปภ.เข้ม – เอเชีย ทีค เตรียมงานเคาท์ดาวน์ วางมาตรการรักษาความปลอดภัย

บรรยากาศบริเวณลานด้านหน้าห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวริ์ด ซึ่งเป็นสถานที่จัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ปี 2018 โดยในปีนี้ จัดภายใต้ชื่อ “AIS Bangkok Countdown 2018” ในคอนเซ็ปต์ “ซุปเปอร์ โซนิกส์ สเปซ” ผสมผสานเทคโนโลยี ครีเอทโชว์ทั้งแสง สี เสียง เลเซอร์สุดล้ำที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของโลกอวกาศ โดยภายในงานจะได้ชมพลุไฟสุดอลังการ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยละต่างชาติเริ่มทยอยเดินทางกันมาเพื่อรอเข้าร่วมกิจกรรมแล้ว

นอกจากนี้ยังมีคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบจากศิลปินชื่อดังมากมาย อาทิ เป๊ก ผลิตโชค, แสตมป์, ROOM39, ดาเอ็นโดรฟิน, The Parkinson ฯลฯ ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 18.00 น.

ขณะที่การรักษาความปลอดภัย ช่วงเย็นวันนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษหรือ 191 และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง จะร่วมตรวจความเรียบร้อยและปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม บริเวณลาน central world เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561

เอเชียทีคเตรียมพร้อมเคาท์ดาวน์คืนนี้-รปภ.เข้ม

บรรยากาศที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ สถานที่เฉลิมฉลองวันส่งท้ายปีเก่า 2560 และต้อนรับปีใหม่ 2561 ได้มีการจัดเตรียมสถานที่และกิจกรรมต่างๆ เพื่อรองรับประชาชนทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่จะเดินทางมาร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นภายในพื้นที่ ซึ่งตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมามีประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทยอยเดินทางเข้ามาที่เอเชียทีคฯ อย่างต่อเนื่อง และก่อนเข้าไปในพื้นที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะต้องผ่านจุดวอร์คทูผ่านเครื่องแสกนวัตถุต้องห้าม และได้รับการตรวจกระเป๋าจากเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันการพกพาอาวุธเข้าไปภายใน

ด้านมาตรการในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เอเชียทีค ได้มีการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าเอเชียทีคฯ โดยมี พ.ต.อ.สุชาติ คล้ายจันทร์พงษ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมปฏิบัติการดูแลภายในพื้นที่กว่า 140 นาย ทั้งตำรวจท้องที่ ตำรวจท่องเที่ยว หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดพร้อมสุนัขตำรวจ รวมถึงชุดเคลื่อนที่เร็ว ขณะเดียวกัน ยังมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพจาก 3 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลบางประกอกและโรงพยาบาลสมิติเวช แสตนบายเพื่อป้องกันการเกิดเหตุฉุกเฉิน

ตำรวจตามรวบ ‘ปาน ลานสกา’ มือปืนสังหารเซียนวัวชน พบประวัติสุดโชกโชน!!

รวบแล้ว ปาน ลานสกา มือปืนรับงานสังหารเซียนวัว พร้อมคนขับจักรยานยนต์ พบประวัติสุดโชกโชน!

จากกรณีที่มือปืนควบจักรยานยนต์ ไล่ยิงนายจงรักษ์ ศรีวิสุทธิ์ อายุ 42 ปี เซียนเลี้ยงวัวชนชื่อดังของเมืองนครศรีธรรมราช เสียชีวิตบนถนนชลประทานป่าพร้าว หมู่ 6 ต.ขุนทะเล อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อกลางดึกวันที่ 24 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบปมสังหารมาจากการขัดแย้งเรื่องการค้ายาเสพติดและการพนัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.60 พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษญฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้รับรายงานว่า 2 มือปืนในคดีนี้ประกอบด้วย นายทวีป ธานีรัตน์ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 5 ต.ลานสกา อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช และนายสมโภชน์ อายุ 50 ปี หรือ ปุ้ย อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ 5 ต.ลานสกา อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช

ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับไว้แล้ว และได้หลบหนีไปซ่อนตัวในพื้นที่ อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.พิรุณ กลัดทอง ผกก. สภ.ลานสกา พร้อมด้วย พ.ต.ท.โกศล ท่าสอน รอง ผกก.สส. นำกำลังไปจับกุมตัวเอาไว้ ได้โดยละม่อม จากนั้นจึงควบคุมตัวส่ง พ.ต.ท.บุญนำ อริยวัฒน์ สว.(สอบสวน) สภ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของคดีทำการสอบสวนปากคำพร้อมลงบันทึกประจำวันตามขั้นตอนกฎหมาย

ต่อมาในเวลา 11.30 น.วันเดียวกันนี้ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.โกศล ท่าสอน รอง ผกก.สส.สภ.ลานสกา พร้อมกำลังตำรวจควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหามาพบที่ บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เพื่อสอบปากคำด้วยตัวเอง เนื่องจากตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด พบว่านายทวีป 1 ใน 2 ของผู้ต้องหาเป็นมือปืนอันดับต้น ๆ ของตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช และของภาค 8 ซึ่งมีฉายา ปาน ลานสกา และ ปาน ในปุด เป็นที่รู้จัก ในวงการมือปืน และมีหมายจับในคดียาเสพติดของ สน.ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร อยู่ด้วย

โดยอาจจะเกี่ยวโยงกับคดีฆ่าหรือคดียาเสพติดรายอื่น ๆ ด้วย และจากการสอบสวนนายประทีป หรือ ปาน ลานสกา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายสมโภชน์ หรือ ปุ้ย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าในคืนเกิดเหตุเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ให้นายทวีป หรือ ปาน ลานสกา ยิงนายจงรักษ์ ศรีวิสิทธิ์ จนเสียชีวิตคาถนน

พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า นายทวีป หรือ “ปาน ลานสกา” จัดเป็นมือปืนรับจ้างมืออาชีพระดับพระกาฬ อยู่ในบัญชีมือปืนลำดับต้น ๆ ของตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช และภาค 8 มีหมายจับของ สน.ดอนเมือง ในข้อหาคบคบกันค้ายาเสพติด เป็นที่ต้องหารตัวของตำรวจมานานแล้ว แม้จะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานอย่างชัดเจน

โดยเฉพาะนายสมโภชน์ หรือ ปุ้ย ผู้ต้องหา อีกคนให้การรับสารภาพว่าเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ให้นายทวีป หรือ “ปาน ลานสกา “ ยิงนายจงรักษ์ เสียชีวิต จึงเป็นพยานมัดตัวนายทวีป มือปืน ได้อย่างชัดเจน ประกอบกับพยานหลักฐานอื่น ๆ ก็แน่นหามาก นายทวีป ดิ้นไม่หลุดแน่

สำหรับสาเหตุการสังหารในครั้งนี้มาจากการขัดแย้งผลประโยชน์การค้ายาเสพติด โดยมีนักการเมืองท้องถิ่นเป็นผู้บงการว่าจ้างงานสังหาร ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับกุมนักการเมืองท้องถิ่นคนดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.