นักวิชาการ ชี้ลดการบ้าน เห็นผลแค่ระยะสั้น แนะปฏิรูปการสอนใหม่เห็นผลยาว

นักวิชาการเห็นด้วยกับมาตการลดการบ้านนักเรียน เหตุทำให้เด็กมีพัฒนาการด้านอื่นเพิ่มขึ้น แต่ได้ผลแค่ระยะสั้น ทางที่ดีควรปฏิรูปการศึกษาเน้นการเรียนการสอนแบบใหม่

จากกรณีที่วานนี้ (26 ธ.ค. 60) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีคำสั่งถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ทุกเขต เพื่อให้เป็นไปตามความห่วงใย ของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการไปศึกษาแนวทางการลดการบ้านของเด็กนักเรียน เนื่องจากเห็นว่าในปัจจุบันมีครูส่วนหนึ่งให้การบ้านผู้เรียนจำนวนมาก และไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการให้การบ้านนั้น

ในวันนี้ (28 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าว MThai ได้ลงพื้นที่สอบถามผู้ศาสตราจารย์สมพงษ์ จิตระดับ ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการเด็กเยาวชนและครอบครัว ถึงความเป็นไปได้ในมาตรการดังกล่าว โดยผู้ศาสตราจารย์สมพงษ์ เผยว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะการลดการบ้านสามารถทำให้เด็กมีเวลาเหลือในการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนและพัฒนาด้านอารมณ์(EQ)ได้อีกอย่างหนึ่ง

แต่อย่างไรก็ตาม มองว่า นโยบายลดการบ้าน ไม่สามารถปฎิบัติได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเพียงแค่การแก้ไขเฉพาะหน้าเนื่องจาก ระบบโครงสร้างการศึกษาไทยประกอบกับบุคลากรทางการศึกษาที่ยังคงยึดติดกับแนวทางการศึกษาเดิมๆ ที่เน้นด้านวิชาการ การสอบ การให้การบ้าน เป็นต้น
ซึ่งหากจะทำให้นโยบายลดการบ้านสามารถทำได้อย่างยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาเป็นอันดับแรก

สำหรับแนวทางปฏิบัติการลดการบ้านของนักเรียน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่กำหนดให้โรงเรียนต่างๆ ปฏิบัติโดยพร้อมเพียงกันมีดังนี้

1. ให้สถานศึกษาวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ครอบคลุมถึงการมอบการบ้านให้นักเรียน โดยเฉพาะครูที่สอนระดับเดียวกันต้องมีการวางแผนร่วมกัน

2. ครูแต่ละกลุ่มสาระเรียนการเรียนรู้ ต้องมีการวางแผนการให้การบ้านแบบบูรณาการร่วมกัน การบ้าน 1 ชิ้น สามารถเป็นกิจกรรม เครื่องมือในการวัดและประเมินผลร่วมกันของหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้

3. คำนึงถึงความเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ทั้งจำนวนสาระการเรียนรู้ ปริมาณของการบ้าน ระยะเวลาการส่งการบ้าน ความประหยัดและคุ้มค่า รวมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำการบ้าน

4. เวลาที่ใช้ทำการบ้านในแต่ละวัน

– ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ให้ทำการบ้านประมาณ 30 นาที ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
– ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ให้ทำการบ้านประมาณ 1 ชั่วโมง ไม่เกิน 1 ชั่วโมง 30 นาที
– ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ให้ทำการบ้านไม่เกิน 2 ชั่วโมง

5. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กำชับผู้บริหารสถานศึกษาให้กำกับติดตามการให้การบ้านของครู เป็นระยะตามความเหมาะสมด้วย ถือเป็นข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัดต่อไป

หมอสาวโพสต์ซึ้ง ถึง ตูน บอดี้สแลม หลังจบ #ก้าวคนละก้าว

หมอสาวโพสต์เล่า หลังจบโครงการก้าวคนละก้าว ของตูน บอดี้สแลม ชี้แม้เงินพี่มาไม่ถึงโรงพยาบาลหนู แต่ช่วยให้ชาวบ้านรู้ว่ามีหนี้ ช่วยกันประหยัดและออกกำลังกายดูแลตัวเอง

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวสุดประทับใจจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ได้มีการโพสต์ข้อความส่งถึง ตูน บอดี้สแลม โดยเผยว่า แม้เงินในดครงการก้าวคนละก้าวจะไม่มาถึงโรงพยาบาลที่ตนสังกัดอยู่ แต่โครงการของนักร้องหนุ่มก็ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งทำให้ชาวบ้านรู้ถึงหนี้สินของโรงพยาบาล และหันกลับมาออกกำลังเพื่อดูแลสุขภาพกันมากขึ้น

ตูน บอดี้สแลม
ตูน บอดี้สแลม

ซึ่งข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก เฟซบุ๊ก Vanicha Kultipat ที่ระบุว่า “เงินของพี่ตูน….มาไม่ถึง รพ.หนูนะพี่ แต่สิ่งที่มาถึง….คือข้อมูลหนี้ของโรงพยาบาล หนี้ที่ชาวบ้านไม่เคยรู้ ตอนนี้คนเค้ารู้ทั้งประเทศแล้วนะว่า โรงพยาบาลก็มีหนี้ มันไม่ได้รักษากันฟรี และไม่ได้มีแค่ค่ายาที่แพง

– ป้า เมื่อ 2 วีค ที่แล้ว “ตู้อบเด็กนี่แพงเหรอหมอ ป้าเห็นพี่ตูนเค้าบริจาคตู้อบ”

– ลุง เมื่อ 2 วีค ที่แล้ว “รพ.หนองไผ่ นี่ได้เงินพี่ตูนมั้ยหมอ….อ้าว ไม่ได้เหรอ แล้วหนองไผ่มีหนี้มั้ย…..อ้าว มีหนี้เหรอ งั้นลุงยังไม่เอาเข็มกับสำลีแล้วกัน มันยังเหลือ”

– ป้า เมื่อ บ่าย ๆ วันนี้ “ป้าว่า ป้าหายเวียนแล้วนะ หลังจากไปเดินออกกำลังตอนเช้า ไม่ต้องติดยาไปเผื่อหรอก เปลือง ป้าไม่ได้กิน” เงินพี่ไม่มาถึงนี่นะ…..แต่ข่าวของพี่…..มันถึง ชาวบ้านอ่ะ

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nicky Pea TaklongRacing ที่ได้มีความเห็นน่าสนใจว่า เยี่ยมครับคุณหมอ อย่างที่หมอบอกเงินมันอาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งสำคัญคือทุกๆ คนช่วยกันแม้คนป่วยเอง

เพื่อไทย แถลงค้าน ม.44 ขยายกรอบเวลา พรป.พรรคการเมือง

เพื่อไทย แถลงค้าน ม.44 ขยายกรอบเวลา พรป.พรรคการเมือง ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ หวังรีเซตสมาชิกปูทาง คสช. สืบอำนาจ

แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นายภูมิธรรม เวชชยชัย นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายสามารถ แก้วมีชัย นายโภคิน พลกุล ร่วมกันแถลงคัดค้านการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 53/2560 ให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มองว่า การออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และไม่ชอบธรรม

ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจโดยมิได้เคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย อีกทั้งทำลายระบบพรรคการเมืองและสิทธิเสรีภาพของสมาชิกพรรค เพิ่มภาระให้แก่สมาชิกพรรคเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น และเปิดช่องให้มีการตั้งพรรคการเมือง เพื่อสนับสนุนให้ คสช. และหัวหน้า คสช. ได้อยู่ในอำนาจต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อหัวหน้า คสช. ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย การออกคำสั่งดังกล่าวถือเป็นการใช้อำนาจเพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง อันขัดต่อหลักธรรมาภิบาล จึงขอเรียกร้องให้ คสช. ได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว รวมถึงประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 อันเป็นต้นเหตุแห่งข้ออ้างของ คสช. ในการออกคำสั่งฉบับนี้ด้วย ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะได้ยื่นเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยต่อไป