พิพากษาสั่งจำคุก 7 วัยรุ่น ฆ่าชายพิการขายขนมปัง ย่านโชคชัย 4 คนละ 12-19 ปี

ศาลอาญา พิพากษา สั่งจำคุก 7 วัยรุ่น รุมฆ่าชายพิการ ขายขนมปัง ย่านโชคชัย 4 คนละ 12-19 ปี พร้อมให้ชดใช้เป็นเงิน 5 แสนบาท ด้านทนายของญาติชายพิการ เตรียมยื่นอุทธรณ์คดีเพิ่ม

ที่ห้องพิจารณาคดี 813 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดี ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพีรพล หรือเปา ยศพงศ์อนันต์ อายุ 22ปี / นายอัครเดช หรืออั๋น ทัศนะ อายุ 23ปี / นายมนต์มนัส หรือเต้ย แสงโพธิ์ อายุ 22ปี / นายจตุพร หรือเบียร์ จันทร์โสภา อายุ 19 ปี / นายเมฆ พลไกรษร อายุ 20 ปี / นายอรินทร์หรือเตอร์ ยศพงศ์อนันต์ อายุ 20 ปี และ น.ส.ณัฐณิชา หรือเกม ฤทธิ์ล้ำเลิศ อายุ 19 ปี ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 เวลากลางวัน จำเลยบุกเข้าไปในบ้านพักของสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 35 ปี ชายพิการ อาชีพส่งขนมปังร้านปังหอม ในซอยโชคชัย 4 แขวงและเขตลาดพร้าว แล้วใช้อาวุธมีดแทงฟันนายสมเกียรติจนถึงแก่ความตาย

โดยวันนี้ นางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ ซึ่งเข้าเป็นโจทก์ร่วมเดินทางมาศาล พร้อมด้วย นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ รวมถึงญาติและผู้มาให้กำลังใจหลายคน เดินทางมา ขณะที่ศาลเบิกตัวจำเลยทั้ง 7 มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง

ภาพข่าวเก่า (นำมาเพื่อประกอบเนื้อหา)

ซึ่งศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานคู่ความทั้งสองฝ่ายเเล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2,4,6 คือ นายอัครเดช / นายจตุพร / นายอรินทร์มีความผิดฐานบุกรุก ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี และ จำเลยที่ 1,2,3,เเละ 6 นายพีรพล / นายอัครเดช / นายมนต์มนัส / นายอรินทร์ มีความผิดฐานข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาลงโทษจำคุก คนละ 18 ปี

ส่วนจำเลยที่ 4,5,เเละ7 นายจตุพร / นาย เมฆพล / น.ส.ณัฐณิชามีความผิดฐานสนับสนุนให้ฆ่าคนตายลงโทษจำคุก 12 ปี ให้ปรับจำเลยทุกคน 1 พันบาท

รวมจำคุกจำเลยที่ 1,3 จำนวน 18 ปี / จำคุกจำเลย 2,6 จำนวน 19 ปี จำคุกจำเลยที่ 4,5 จำนวน 12 ปี เเละให้จำเลยทั้งหมดชดใช้เเก่โจทก์ร่วม 5 เเสนบาท / โดยให้จำเลยที่ 1,2,3,6 ร่วมชดใช้ค่าเสียหายเเก่โจทก์ร่วมในค่าขาดไร้อุปการะ จากการทำละเมิด 5 แสนบาท เเละให้จำเลยที่ 4,5,7,ร่วมกับจำเลยที่ 1,2,3 เเละ 6 ชดใช้ค่าปลงศพ 2 เเสน 5 หมื่นบาท

ทางด้าน นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความของญาตินายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายจนเสียชีวิต กล่าวภายหลังฟังคำพิพากษาระบุว่า คดีนี้ ตนเอง ชี้แจงตั้งแต่ต้นแล้วว่า พฤติการณ์ ของกลุ่มจำเลยเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่พนักงานสอบสวนกลับไม่แจ้งข้อหานี้ตั้งแต่ต้น ทำให้กลุ่มจำเลยได้รับโทษ น้อยกว่าที่ควร แต่ทั้งนี้ก็น้อมรับในคำพิพากษาของศาล และเตรียมที่จะอุทธรณ์ คดีในประเด็นของอัตราโทษ ที่น้อยเกินไปอยากให้มีการเพิ่มโทษให้มากกว่านี้

ปิดผับดังบนเกาะพะงัน หลังเตรียมกัญชาขายนักท่องเที่ยว

เจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุม พนักงานผับดังบนเกาะพะงัน ขณะกำลังนั่งม้วนกัญชา เพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว

เจ้าหน้าที่ชุดกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 4 พื้นที่อำเภอเกาะพะงัน ได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.เกาะพะงัน นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นผับดังชื่อ เร็กเก้เฮ้าส์ บริเวณหาดริ้น อ.เกาะพะงัน จ. สุราษฎร์ธานี

จากการตรวจค้นพบ นายนิตินัย พรหมเมฆ อายุ 36 ปี นายสากล บรรลือศักดิ์ อายุ 27 ปี และ นายทนงศักดิ์ เกื้อเสนาะ อายุ 44 ปี ซึ่งทั้ง 3 เป็นพนักงานของสถานบันเทิงดังกล่าว กำลังนั่งบรรจุกัญชาให้เป็นมวนบุหรี่ และพบกัญชาที่มวนเป็นบุหรี่เสร็จแล้วจำนวน 510 มวน กัญชาแห้งบรรจุถุงจำนวน 100 ถุง น้ำกระท่อมต้มแล้ว 1 หม้อ และน้ำเห็ดขี้ควายปั่นหนึ่งกระป๋องเล็กพร้อมเครื่องปั่นน้ำผลไม้ และยังตรวจพบอุปกรณ์เสพไอซ์ จำนวน 2 ชุด

โดยนายเกริกไกร สงธานี นายอำเภอเกาะพะงัน กล่าวว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพว่า เป็นพนักงานในผับดังกล่าวจริง โดยได้สั่งกัญชามาจากเพื่อน จากนั้นได้ช่วยกันบรรจุให้เป็นมวนบุหรี่ เพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวมวนละ 200 บาท ส่วนกัญชาแห้งที่บรรจุในถุงพลาสติก จำหน่ายถุงละ 500 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น หนึ่งแสนห้าหมื่นสองพันบาท ( 152,000บาท) ซึ่งยาเสพติดทั้งหมด ได้เตรียมไว้จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวในสถานบันเทิงในช่วงวันปีใหม่ และเคาท์ดาวน์

ทั้งนี้ นายอำเภอเกาะพะงัน ได้สั่งปิดผับดังกล่าวเป็นการถาวร เพื่อเป็นการลงโทษ พร้อมทั้งเตรียมขยายผล เพื่อเข้าตรวจค้นเป้าหมายอีกประมาณสามถึงสี่จุดในเร็วๆนี้

เวียดนามวุ่น ! อพยพประชาชนหนีพายุไต้ฝุ่น ‘เทมบิน’

ทางการเวียดนามอพยพผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งทางตอนใต้ เพื่อรับมือพายุไต้ฝุ่นเทมบิน ที่ก่อนหน้านี้พัดถล่มฟิลิปปินส์

เจ้าหน้าที่เวียดนามเร่งอพยพผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำใน 15 จังหวัดและพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของเวียดนาม ซึ่งมีจำนวนรวมกันกว่า 1 ล้านคน เพื่อรับมือกับพายุไต้ฝุ่น “เทมบิน” ที่พัดเข้าถล่มเวียดนามเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น

รัฐบาลเวียดนามมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบริเวณแท่นขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งหากจำเป็นก็ต้องปิดแท่นขุดเจาะและอพยพพนักงาน รวมถึงเตือนไม่ให้เรือประมงที่มีอยู่จำนวนราว 6 หมื่น 2 พันลำ ออกจากฝั่ง นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้โรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางด้านพาณิชย์ในนครโฮจิมินท์ ปิดทำการชั่วคราวเมื่อวานนี้อีกด้วย

พายุ “เทมบิน” พัดเข้าถล่มฟิลิปปินส์ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำของวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก ออกจากฟิลิปปินส์เมื่อวันอาทิตย์ เข้าสู่ทะเลจีนใต้ ผ่านหมู่เกาะสแปรตลี่ย์ และมุ่งหน้าเข้าสู่เวียดนามและจีน

ในแต่ละปีเวียดนามเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นหลายลูกในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเทมบินเป็นพายุลูกใหญ่ลูกที่ 16 ที่พัดถล่มเวียดนามในปีนี้ ทำให้ประชาชนเสียชีวิตและสูญหายราว 390 คน

ด้านฟิลิปปินส์ที่ถูกพายุเทมบิน พัดเข้าถล่มก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ยังคงเผชิญกับปัญหาในการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยที่อยู่ห่างไกลบางแห่ง ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 230 รายแล้ว และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังคงมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก

ส่วนประชาชนจำนวนหลายหมื่นคน บนเกาะมินดาเนา ของฟิลิปปินส์ ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน จากอิทธิพลของพายุ “เทมบิน”