รุมอัดกลุ่มนักท่องเที่ยว ฝืนข้อห้ามพาสตรีเข้าไปในอุโบสถ

ชายคลุ้มคลั่งตะโกนด่านักท่องเที่ยว หลังมีกลุ่มผู้หญิงฝ่าฝืนข้อห้ามเข้าไปในอุโบสถ ทั้งๆ ที่มีป้ายแจ้งชัดเจน 

วานนี้ (25 ธ.ค. 60) ในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีระทึก ขณะชายคนหนึ่งออกอาการคลุ้มคลั่งไม่พอใจ หลังมีนักท่องเที่ยวชาวไทยกลุ่มหนึ่ง ที่ฝืนข้อห้ามด้วยการพาผู้หญิงเข้าไปในอุโบสถ ทั้งๆ ที่มีข้อความห้ามชัดเจน โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Pimlapat Aonsee” พร้อมมีข้อความระบุว่า วันนี้ได้ตระเวนไหว้พระมาหลายวัดมาก จนมาวัดสุดท้ายวัดนี้

อ้นมาครั้งที่ 3 ป้ายเขียนชัดเจนทุกครั้ง ห้ามสตรีเข้าภายในอุโบสถ อ้นเป็นสาวสอง ซึ่งว่าไปโครโมโซมคือเพศชาย แต่ยังเคารพกฎและจารีตว่าไม่เข้าไป เราชื่นชมความงามเพียงด้านนอก เราก็อิ่มใจ อิ่มบุญแล้ว … ตามความเชื่อคนเมืองแถวนั้น เขาว่ามีสิ่งศักดิ์อยู่ใต้อุโบสถนั้น เขาถือว่าห้ามสตรีเข้า ถ้าเข้าไปแล้วหญิงนั้นต้องขึด! “ขึด” รึคึดนี่แหละ แปลว่า อัปปรี จังไร วินาศอัปปรี

ขนาดชาวต่างชาติยังเคารพและไม่เข้าไป แต่เราคนไทยแท้ๆ ทำไมไม่รักษาจารีตที่ดีงามที่สืบต่อกันมาล่ะคะ กระทั่งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลที่วัดเข้าไปยกมือไหว้ขอให้ออกมา ก็ไม่สนใจในคำทัดทาน ป้าๆที่บ้านใกล้วัด คนดูและก็ตะโกนจอให้ออกก็ไม่ออกมา อยู่ในนั้นนั่งสวดมนต์นานสักพักนึง จนคล้ายว่าสิ่งศักดิ์สิงร่างชายวัย 40-50 ปี คุณลุงผู้ดูแล แล้วตะโกนด่าอย่างในคลิป ทั้งคณะจึงเดินออกมา ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ยังไงเราไปที่ไหนก็เคารพกฎกันด้วยนะคะ ฟ้ารู้ดินรู้สิ่งศักดิ์รู้นะคะ คนมียศมีอย่างไปกราบไหว้แท้ๆ ถ้าเป็นสตรียังไหว้ได้แค่รอยน้ำสีฟ้าเท่านั้นนะคะ #รักษาจารีต #รักษาระเบียบด้วยนะคะ

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นกันเป้นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว พร้อมอยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคนควรทำตามกฎอย่าละเมิดเด็ดขาด !!

รวม 10 อันดับ เหตุบ้านการเมือง – เศรษฐกิจไทย ปี 2560

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่อึดใจ จะเข้าสู่การอำลาปีเก่าและต้อนรับการเข้าสู่ปีใหม่ 2561 อย่างเป็นทางการ โดยที่ผ่านมาสำหรับเรื่องราวการเมืองในประเทศไทย ถือได้ว่ามีประเด็นที่เป็นกระแสให้ผู้คนติดตามอยู่ไม่ใช่น้อย ทั้งการพยายามปฏิรูปการเมืองเดินหน้าสร้างความปรองดอง รวมถึงโครงการต่างๆ ในด้านเศรษฐกิจที่จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ทั้งนี้จากผลสำรวจของซูเปอร์โพล ประชาชนถึง 96.7% หวังให้ประเทศไทยเดินหน้าปี 2561 โดยประชาชนทุกคนต่างรอคอยและแอบหวังว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาปากท้องให้เป็นของขวัญในวันปีใหม่

นอกจากเหตุการณ์เหล่านี้แล้ว MThai News ยังได้รวบรวม 10 อันดับ ข่าวเหตุบ้านการเมืองที่เป็นประเด็นสุดฮอต และเรื่องราวของเศรษฐกิจในประเทศไทยตลอดทั้งปีมาย้อนให้ได้รับชมกันอีกครั้ง

เริ่มจากอันดับ 1. ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 วันที่ 6 เม.ย. 60

โดยเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถานไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต เพื่อทรงประกอบพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 (อ่านต่อ >>>)

ต่อมาอันดับ 2. ยิ่งลักษณ์หนีออกนอกประเทศ ก่อนศาลสั่งจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา คดีจำนำข้าว

เป็นคดีประวัติศาสตร์ในการเมือง ที่พลิกความคาดหมายเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ปรากฏตัวฟังคำพิพากษาจำเลยในคดีปล่อยปละละเลย ไม่ระงับยับยั้งความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว จากนั้นศาลจึงได้ออกหมายจับทันที ต่อมามีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หนีออกนอกประเทศ จากนั้นจึงมีการติดตามเส้นทางการหนีจนพบว่ามีตำรวจร่วมขบวนการช่วยเหลือ จนปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ประเทศใด ขณะที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพแซวโดยเพจดังหลายเพจได้โพสต์ภาพล้อเลียนถึงการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์  (อ่านต่อ>>>)

อันดับ 3. ปปง.ร้องทุกข์กล่าวโทษ พานทองแท้ คดีฟอกเงินกรุงไทย

สำหรับการสอบสวนคดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มกฤษดาธานนท์ เป็นผลมาจากคำพิพากษาในคดีทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งปรากฎหลักฐานในเส้นทางการเงินว่า นายพานทองแท้, นางเกศินี, นางกาญจนาภา และนายวันชัย เข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับเงินจำนวน 10 ล้านบาท และ 26 ล้านบาทจากนายวิชัย กฤษดาธานนท์ และนายรัชดา กฤษดาธานนท์ ผู้บริหารบริษัทกฤษดามหานคร โดยก่อนหน้ากลุ่มของนายพานทองแท้ได้เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะพยานไปแล้ว แต่พนักงานสอบสวนไม่เชื่อในหลักฐานที่พยานนำเข้าชี้แจง ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีเข้าองค์ประกอบความผิดของกฎหมายฟอกเงิน จึงมีมติให้ออกหมายเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีอาญา  (อ่านต่อ>>>)

อันดับ 4. นายกฯ ประกาศจัดเลือกตั้ง พ.ย. 2561

โดยเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ว่า ที่ประชุมได้รับทราบการประกาศใช้ พ.ร.ป.พรรคการเมืองฉบับปัจจุบันแล้ว ซึ่งประมาณเดือน มิ.ย. 2561 จะมีการประกาศวันเลือกตั้ง และประมาณเดือน พ.ย. 2561 จะมีการเลือกตั้ง โดยวันนี้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ขอให้ทุกคน นักการเมือง พรรคการเมือง อยู่ในความสงบ  (อ่านต่อ>>>)

อันดับ 5. ปมนาฬิการหรู – แหวนเพชร บิ๊กป้อม ไม่มีในบัญชีทรัพย์สิน

กลายเป็นกระแสที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กับภาพของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยกมือกันแดดที่ส่องเข้าตา ระหว่างถ่ายภาพหมู่คณะรัฐมนตรีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา เพราะแสงไปกระทบกับแหวนเพชรจนเป็นประกายแต่ที่ฮือฮามากกว่าแหวนเพชร 1 กระรัต คือ นาฬิกาที่ข้อมือของพล.อ.ประวิตร ว่ากันว่า ราคาแพงหลักล้าน (อ่านต่อ>>>)

สำหรับอันดับ 6. คลังช่วยผู้มีรายได้น้อยจัดโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นบัตรที่มอบให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่ได้ทำการลงทะเบียนและมีเกณฑ์ผ่านคุณสมบัติที่จะได้รับสิทธิ์ ซึ่งผู้มีบัตรจะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่มด้วยกันคือ 1. กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/ปี โดยสิทธิ์ที่ 1 ได้รับวงเงินซื้อสินค้า 300 บาท ต่อเดือน (จากร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด) เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา วัตถุดิบเพื่อการเกษตรกรรม สิทธิ์ที่ 2 ได้รับค่าเดินทาง ค่ารถเมล์-รถไฟฟ้า, ค่ารถโดยสาร บขส.,  ค่ารถไฟ 500 บาท ต่อเดือน

กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท/ปี สิทธิ์ที่ 1 ได้รับวงเงินซื้อสินค้า 200 บาท ต่อเดือน (จากร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด) สิทธิ์ที่ 2 ได้รับค่าเดินทาง 500 บาท ต่อเดือน สิทธิ์ที่ 3 ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท/คน/ 3 เดือน  (อ่านต่อ>>>)

อันดับ 7. กองสลากฯ ปรับโฉมลอตเตอรี่ใหม่

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2560 โฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลรูปแบบใหม่ งวดวันที่ 1 กันยายนนี้ โดยได้ปรับจากเดิมที่ขายเป็นคู่ 1 ฉบับมี 2 ใบ ใบละ 40 บาท หรือคู่ละ 80 บาท มาเป็น 1 ฉบับ มีเพียง 1 ใบ แต่ขายราคาเท่าเดิม 80 บาท อีกทั้งจะมีขนาดเล็กลง พร้อมกับมีการปรับเนื้อกระดาษให้มีความหนาขึ้น เพิ่มความคมชัดของลายน้ำเพื่อป้องกันการปลอมแปลง โดยสามารถตรวจสอบได้ผ่านแอพพลิเคชั่น คิวอาร์ โค้ด รีดเดอร์ สำหรับไอโฟน  (อ่านต่อ>>>)

อันดับ 8. หุ้นบวกทะลุ 1,700 จุด รับนายกฯ ประกาศจัดเลือกตั้งพ.ย.61

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2560 นายธวัชชัย อัศวพรไชย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยภาคบ่ายที่ปรับตัวขึ้นนั้น ได้ปัจจัยหนุนมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า จะประกาศวันเลือกตั้งในเดือน มิ.ย. 2561 และคาดว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 โดยดัชนีทะลุ 1,700 จุด บวกเกือบ 15 จุด มูลค่าการซื้อขายคึกคักกว่า 8 หมื่นล้านบาท

อันดับ 9. ช็อปช่วยชาติ ปี 2560 ลดหย่อนภาษี

กลับมาอีกครั้งสำหรับมาตรการ ช็อปช่วยชาติ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบมาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี หรือ ช็อปช่วยชาติ ระหว่างวันที่ 11 พ.ย. ถึง 3 ธ.ค. 2560 เป็นเวลา 23 วัน ทั้งนี้รัฐบาลใช้มาตรการช็อปช่วยชาติกระตุ้นเศรษฐกิจมาแล้ว 2 ครั้ง มีการดำเนินการครั้งแรกช่วงปลายปี 2558 เป็นเวลารวม 7 วัน ระหว่างวันที่ 25-31 ธ.ค.2558 และต่อมาในปี 2559 มีการเพิ่มระยะเวลาเป็น 18 วัน ระหว่างวันที่ 14-31 ธ.ค.2559 และครั้งนี้ปี 2560 คือครั้งที่ 3 เพิ่มระยะเวลาเป็น 23 วัน ระหว่างวันที่ 11 พ.ย. – 3 ธ.ค. 2560  (อ่านต่อ>>>)

สุดท้ายอันดับ 10. ตอกเสาเข็ม 21 ธ.ค. 60 สร้างไฮสปีดไทย-จีน เฟสแรก 3.5 กม. 

ที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 22 เห็นชอบให้เริ่มการก่อสร้างในเฟสแรกช่วงสถานีกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. ซึ่งมีพิธีเริ่มการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) ในวันที่ 21 ธันวาคม 2560 ณ มอหลักหินรัชกาลที่ 5 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  (อ่านต่อ>>>)

ถึงบางอ้อ!! อุปกรณ์ที่คุณหมอใช้คล้องคอที่จริงเค้าใช้แบบนี้

ถึงบางอ้อ!! อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เราสงสัย ขณะที่คุณหมอใช้คล้องคอที่จริงเค้าใช้แบบนี้

ช่วงค่ำวานนี้ (25 ธ.ค.60) ได้มีการแชร์เรื่องราวของคุณหมอท่านหนึ่งในโรงพยาบาล ขณะกำลังจ่ายยาให้กับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องของการได้ยิน โดยเพจ “YouLike นิวส์” ได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมกับระบุข้อความว่า  “ผมเพิ่งรู้นะว่า ไอ้หูฟังที่หมอแขวนติดคอตลอดเวลา เอาไว้ทำอะไร 555”
ทั้งนี้ หลังจากที่คลิปวิดีโอได้ถูกเผยแพร่ออกไปบนโลกออนไลน์ ก็ทำให้บรรดาชาวเน็ตทั้งหลายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ถึงบางอ้อซ้ะที” อีกทั้งผู้ใช้เฟซบุ๊คบางรายยังได้กล่าวอีกว่า ” จะผิดมั้ย ถ้าจะบอกว่าหมอฉลาดมาก ซึ่งในขณะที่หมอบางคนตะคอก พูดเสียงดังใส่คนไข้สูงอายุ”  

ขอขอบคุณข้อมูล : YouLike นิวส์