‘ผบช.น.หวั่น’ เย็นวันศุกร์นี้ จราจรวิกฤตแน่!!

ผบช.น.หวั่น’ เย็นวันศุกร์นี้ จราจรวิกฤตแน่!! หลังพบแนวโน้มประชาชนกลับต่างจังหวัดพร้อมกัน 

วันนี้ (25 ธ.ค.60) “พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช” ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) ได้กล่าวต่อหน้าสื่อว่า ตนมีนโยบายกำชับ สถานีตำรวจในสังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล 88 สถานี ให้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561

โดยการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยมาตรการที่ 1. เรื่องสวมหมวกกันน็อกสำหรับผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ พี่น้องประชาชนที่เป็นขับขี่ หรือซ้อนท้ายต้องสวมหมวกกันน็อก 2. เมาไม่ขับ 3. การดูแลสถานบริการในพื้นที่เซฟตี้โซน (safety zone)

ส่วนระยะเวลาการผ่อนปรนเวลาเปิดปิดสถานบริการนั้น คงให้เฉลิมฉลองระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ต่อเนื่องไปในวันที่ 1 มกราคม 2561 พอสมควร “แต่จะไม่ผ่อนผันในเรื่องการดื่มสุราและขับขี่รถโดยเด็ดขาด”

จึงขอฝากสื่อมวลชน ช่วยประชาสัมพันธ์สำหรับพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางไปยังต่างจังหวัดโดยเฉพาะในวันที่ 29 ธันวาคม 2560 นี้ เชื่อว่าการจราจรจะติดขัดเป็นอย่างมาก ขอให้มีการเตรียมความพร้อม หากว่างแล้วก็สามารถเดินทางออกต่างจังหวัดได้ในวันที่ 27 – 28 นี้ เพราะหากเดินทางพร้อมกัน อาจจะทำให้จราจรติดขัดเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้การตั้งจุดตรวจ จุดสกัดนั้น เจ้าหน้าที่วางมาตรการไว้แล้ว โดยมีการตั้งด่าน ด้านมั่นคง ทั้งหมด 27 แห่ง ทั่วกรุงเทพมหานคร และอีก 88 สถานีตำรวจนครบาล จะมีการตั้งด่านอย่างเข้มข้นเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมทั้งหมดมีจุดตรวจจุดสกัด จำนวน 115 แห่ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สวพ.FM91

ตรวจสอบแล้ว! กรณีสำนักสักยันต์จันทบุรี มีใบประกาศหลักสูตรประทับทรง

ตรวจสอบสำนักสักยันต์ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีแล้ว! หลังเพจ Facebook ชื่อดังโพสต์ข้อความตั้งข้อสงสัยกับใบประกาศหลักสูตรประทับทรง 

เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในสังคมออนไลน์เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา กับกรณีที่เพจ Facebook แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความติดแฮชแท็ก ประกาศนียบัตรจากการทรวงศึกษาธิการ หลักสูตรประทับทรง พร้อมระบุว่า ข่าวนี่ทำผมอึ้งไปเลย เอาจริงบ้านเราขาดกระทรวงเวทย์มนตร์ หลักสูตรไสยศาสตร์และความเชื่อนะ ตั้ง Hub ไสยเวทย์เลยน่าจะรุ่ง ของจริงไหมตอบที ลอร์ดโวเดอร์มอร์มายืนยันโหน่ยยยยย”

ซึ่งจากโพสต์และข้อความดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ถึงหลักสูตรที่ระบุในประกาศนียบัตร และมีการพูดถึงการเขียนตัวหนังสือ ที่แม้แต่เดือนกุมภาพันธ์ยังเขียนผิด ไม่น่าจะมีการออกใบประกาศจากกระทรวงศึกษาธิการได้ แต่ใบประกาศก็มีตราครุฑครบถ้วน

โดยใบประกาศดังกล่าวที่ว่านั้น เปิดเผยให้เห็นว่า มีชื่อสถานที่ปรากฏว่าเป็นตำหนักพ่อแก่บ้านท่าปก จังหวัดจันทบุรี ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังจุดที่ชาวบ้านบอกว่าเป็นตำหนักที่ใช้ในการประทับทรงและสักยันต์ ซึ่งจากการตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวพบว่า เป็นเพียงบ้านไม้ชั้นเดียวสภาพเก่าและทรุดโทรม

ภายในบ้านมีเทวรูปต่างๆ วางอยู่ แต่มีฝุ่นเกาะอยู่จนเต็ม และยังพบหญิงชรานอนเป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่ภายในบ้าน ผู้สื่อข่าวจึงต้องไปสอบถามกับนายสมชาย สุขเจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลเขาแก้ว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรีและชาวบ้านอีก 3 คน ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่

ชาวบ้านได้เปิดเผยว่า แต่เดิมในพื้นที่บ้านที่เปิดเป็นสำนักสักยันต์และเข้าทรง แบบความเชื่อเช่นนั้นจริง แต่ก็เมื่อ 30 ปีมาแล้ว โดยคนที่เป็นอาจารย์สักยันต์ในสมัยนั้นชื่อนายสมหวัง กระจ่าง แต่ปัจจุบันได้บวชเป็นพระอยู่สำนักที่พักสงฆ์แห่งหนึ่งของจันทบุรี และชราภาพมากแล้ว

ซึ่งชาวบ้านที่เคยสักยันต์ได้ยืนยันว่าเคยสักยันต์มาจริงแต่ไม่เคยได้รับใบประกาศแบบนี้แต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาสักยันต์กับอาจารย์สมหวัง เสียเพียงค่าครูไม่กี่บาท อาจจะเป็นที่ลูกศิษย์ที่เคยมาเรียนรู้วิชาสักยันต์นำชื่อไปแอบอ้างก็เป็นได้ ส่วนสถานที่ที่เป็นตำหนักสักยันต์นั้นได้พังไปนานแล้ว ส่วนบ้านที่เห็นอยู่เป็นบ้านหลังที่ 2 ที่เป็นที่เก็บเทวรูปและดูแลคนป่วยเท่านั้น

รองผบ.ตร. เดินรณรงค์ปฏิบัติตามกฎจราจร

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รณรงค์ให้ประชาชนขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ หากฝ่าฝืนจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด

วันนี้ ( 25 ธ.ค. 60 ) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์มาตรการความปลอดภัย พร้อมแจก ส.ค.ส.เตือนใจขับขี่ปลอดภัย ให้กับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนพระราม 1 หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดยกำหนดมาตราการ ” รยฝง ” คือ ไม่ขับรถเร็วเกินอัตรา ไม่ขับรถย้อนศร ไม่ฝ่าฝืนสัญญาณไฟ และ ง่วงไม่ขับ และ มาตราการ 3 ข 4 ม คือ ต้องคาดเข็มขัด ต้องมีใบขับขี่ ไม่แซงคับขัน ห้ามเมาสุราขับรถ ต้องสวมหมวดนิรภัย ใช้มอเตอร์ไซค์ปลอดภัย และ ไม่ใช้มือถือขณะขับรถ โดยได้ฝากเตือนประชาชน หากทำผิดกฎจราจรจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด การตั้งด่านความั่นคง หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ เกิน 50 มิลิกรัม ถือว่าเมาแล้วขับ จะมีการตรวจประวัติอาชญากร ว่าเคยมีประวัติเมาแล้วขับหรือไม่

ส่วนหากไม่สวมหมวกนิรภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการยึดรถจนกว่าจะมีหมวกนิรภัยขับต่อไป ซึ่งทางรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการและกำชับสถานีตำรวจทั่วประเทศในการกวดขันวินัยจราจร

ทั้งนี้พลตำรวจเอก วิระชัย ยังได้เชิญชวนประชาชนทั่วประเทศในการสวดมนต์ข้ามปีทำความดีข้ามพ.ศ. ตามวัดต่างๆทั่วประเทศ เพื่อความเป็นสิริมงคลและง่ายต่อการตรวจสอบป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมอีกด้วย