“ตูน บอดี้สแลม” พร้อมคณะ วิ่งเข้าเขต อ.แม่สาย จ.เชียงราย มุ่งหน้าด่านท่าขี้เหล็กยอด คนมีชื่อเสียงร่วมคับคั่ง ยอดบริจาคพุ่งกว่า 1,100 ล้านบาทแล้ว
บรรยากาศการวิ่งวันที่ 55 หรือวันสุดท้าย ในโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ของนาย อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ในวันนี้ ตูน และ คณะได้เริ่มออกวิ่งจากจุดเริ่มต้นเซ็ตแรกท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น จากแขวงทางหลวงเชียงราย มุ่งหน้าไปยังป้ายเหนือสุดแดนสยาม บริเวณ ด่านท่าขี้เหล็ก อ.แม่สาย รวมระยะทางตลอดการวิ่งในวันนี้คือ 61.50 กิโลเมตร

ซึ่งล่าสุด ตูน ได้วิ่งเข้าเขต อ.แม่สาย แล้วเมื่อช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. ที่ผ่านมา รวมระยะทาง ประมาณ 2,196 กิโลเมตร โดยมีชาวเชียงรายจำนวนมาก เดินทางมาให้กำลังใจ ร่วมบริจาค และ ถ่ายภาพร่วมกับนักร้องดัง และ คณะ กันอย่างเนืองแน่น โดยวันนี้พบมีดารานักแสดง และ บุคคลที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก เดินทางมาร่วมวิ่ง และ บรรยายสดขณะไลฟ์กิจกรรม ด้วย เช่น นาย ณภัทร เสียงสมบุญ, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, โก๊ะตี๋ อารามบอย, บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, โน้ส อุดม แต้พานิช และ บัวขาว บัญชาเมฆ
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบยอดบริจาคล่าสุด ในเว็บไซต์ก้าวคนละก้าว พบว่าพุ่งสูงถึงกว่า 1,114,042,800 บาท
ขณะที่ ที่ โรงพยาบาลขอนแก่น พญ.นาตยา มิลล์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลขอนแก่น เปิดเผยว่า นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น พร้อมด้วยทีมแพทย์ และผู้บริหารของโรงพยาบาลขอนแก่น ได้เดินทางจาก จ.ขอนแก่น ไปยัง จ.เชียงราย เพื่อร่วมแสดงความยินดี และ ให้การต้อนรับ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้แสลม เนื่องจาก รพ.ขอนแก่น เป็น 1 ใน 11 โรงพยาบาลทั่วทั้งประเทศ ที่จะได้รับการสนับสนุนจากโครงการก้าวคนละก้าว
โดยในการเดินทางของคณะผู้บริหาร รพ.ขอนแก่น ครั้งนี้นั้น ยังคงมีการนำเงินที่ได้จากการรับบริจาคสมทบโครงการก้าวคนละก้าว ทั้งจากการขายเสื้อ และการวิ่งระดมรับบริจาคเงินทั้งจังหวัดขอนแก่น จำนวนทั้งสิ้น 4,467,343.21 บาท มอบให้กับ ตูน ด้วย ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย ที่ตูน จะวิ่งเข้าสู่จุดหมายที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยในเวลาประมาณ 17.00 น. จะมีพิธีการส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าว
ทั้งนี้ พญ. นาตยา กล่าวต่อว่า ต้องขอขอบคุณตูน บอดี้แสลม ที่ทำในสิ่งที่ยากให้เป็นเรื่องจริง โดยเงินจากโครงการก้าวคนละก้าวของตูน จะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยที่ในปัจจุบันมีจำนวนมาก ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและมีมากกว่า 1 เครื่อง รองรับผู้ป่วยไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดขอนแก่นเท่านั้น แต่จังหวัดในละแวกใกล้เคียงที่เดินทางมารับการรักษาก็จะได้ประโยชน์ในจุดนี้ด้วยเช่นกัน



