อีกไม่กี่วันนี้ก็จะถึงวันปีใหม่แล้ว หลายๆคนคงวางโปรแกรมท่องเที่ยว บ้างก็เดินทางกลับภูมิลำเนา บางส่วนก็ยังคงต้องทำงานในช่วงวันหยุดยาวนี้ ซึ่งตลอดในรอบปี 2560 นี้ ต่างมีเหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้นมากมายในประเทศไทย ทาง MThaiNews จึงขออนุญาต นำทุกท่านย้อนไปชมภาพประวัติศาสตร์ ที่เชื่อว่าประชาชนชาวไทยทุกคนมิเคยลืมเลือนกับ 99 ภาพ ประวัติศาสตร์ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
วันที่ 26 ตุลาคม 2560 พระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศออกพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

โดยขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วย ริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านทางประตูเทวาภิรมย์ จากนั้นใช้เส้นทางถนนมหาราช เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้ายวัง มุ่งไปยังถนนสนามไชย เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ บริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม รวมระยะทาง 817 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ริ้วขบวนที่ 2 เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถโดยเกรินบันไดนาค จากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ไปทางถนนสนามไชย ยาตราขบวนแห่เชิญพระโกศทองใหญ่ จากถนนสนามไชย เข้าสู่ถนนราชดำเนินใน จากนั้น ขบวนพระบรมราชอิสริยยศแห่เชิญพระโกศทองใหญ่เข้าสู่ท้องสนามหลวง รวมระยะทาง 890 เมตร ใช้เวลาประมาณ 2ชั่วโมง
ริ้วขบวนที่ 3 เชิญพระโกศทองใหญ่ลงจากพระมหาพิชัยราชรถโดยเกรินบันไดนาค ประดิษฐานพระโกศทองใหญ่บนราชรถปืนใหญ่ ตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศเข้าสู่ราชวัติ เวียนพระเมรุมาศโดยอุตราวัฏ (เวียนซ้าย) 3 รอบเวียนพระเมรุมาศครบ 3 รอบแล้ว เทียบราชรถปืนใหญ่ที่เกรินบันไดนาคพระเมรุมาศ เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐาน ณ พระจิตกาธาน รวมระยะทาง 260 เมตรต่อรอบ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
และเวลาประมาณ 22.00 น. (26 ต.ค.60) เป็นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
วันที่ 27 ตุลาคม 2560 พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ และเชิญพระบรมอัฐิสู่พระบรมหาราชวัง
ประกอบด้วยริ้วขบวนที่ 4 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยานและเชิญพระบรมราชสรีรางคารขึ้นประดิษฐานในพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย จากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง เคลื่อนขบวนพระบรมราชอิสริยยศเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ พระบรมราชสรีรางคาร ขบวนพระบรมราชอิสริยยศเชิญพระบรมราชสรีรางคารโดยพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย แยกเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
เชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารพักไว้ที่พระศรีรัตนเจดีย์ ขบวนพระบรมราชอิสริยยศเชิญพระโกศพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน เข้าประตูพิมานไชยศรี เชิญพระโกศพระบรมอัฐิจากพระที่นั่งราเชนทรยานเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประดิษฐานที่บุษบกแว่นฟ้าทอง รวมระยะทาง 1,074 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
วันที่ 29 ตุลาคม 2560 พระราชพิธีเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร
ประกอบด้วยริ้วขบวนที่ 5 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท รวมระยะทาง 63 เมตร ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
และริ้วขบวนที่ 6 ขบวนกองทหารม้า เชิญพระบรมราชสรีรางคารจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรถยนต์พระที่นั่งออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ขบวนกองทหารม้า เชิญพระบรมราชสีรางคาร จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปบรรจุ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
ซึ่งบรรยากาศในช่วงวันพระราชพิธีฯนั้น มีพสกนิกรชาวไทยจากทั่วทั้งประเทศต่างเดินทางมาจับจองที่นั่งเพื่อเฝ้ารอรับชมพระราชพิธีฯ กันอย่างเนื่องแน่นด้วยใจที่จงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว หรือแม้กระทั่งสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดนี้ ในช่วงใกล้วันส่งท้ายที่เก่าตอนรับปีใหม่ทางทีมข่าว MThaiNews ขอให้ทุกท่านประสบพบเจอแต่สิ่งดีๆ คิดสิ่งใดขอให้สมดั่งปรารถนาตลอดปี 2561 และขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพในช่วงปีใหม่นี้ ‘สวัสดีปีใหม่ 2561‘
ข้อมูลจาก kingrama9.net
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง>>> พระเมรุมาศในหลวงรัชกาลที่ 9 ความยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ หนึ่งเดียวในโลก





































































































