เกิดเหตุน้ำท่วมและดินถล่มขึ้นหลายแห่งในฟิลิปปินส์ จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “เทมบิน” ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วราว 200 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่กู้ภัยฟิลิปปินส์ เร่งค้นหาผู้รอดชีวิตในพื้นที่ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มบนเกาะมินดาเนา ที่อยู่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “เทมบิน” เมื่อวานนี้
ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วราว 200 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 159 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่สนใจคำเตือนจากทางการ นอกจากนี้ ยังส่งผลให้มีผู้ไร้บ้านเพิ่มขึ้นราว 7 หมื่นคน
ตำรวจและเจ้าหน้าที่บรรเทาภัยพิบัติ ประเมินว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจจะสูงกว่า 200 ราย ซึ่งเป็นไปได้ที่จะค้นพบร่างของผู้ประสบภัยในชุมชนห่างไกลและพื้นที่ชายฝั่ง
หน่วยงานด้านภัยพิบัติของรัฐบาลฟิลิปปินส์ ระบุว่า พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด และมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด คือในจังหวัด “ลาเนา เดล นอร์เต้” และจังหวัด “ลาเนา เดล ซูร์” รวมถึงบริเวณคาบสมุทร “ซัมบวงก้า”

นับเป็นภัยพิบัติครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นกับฟิลิปปินส์ ซึ่งต้องเผชิญกับพายุและไต้ฝุ่นราว 20 ลูก เป็นประจำในทุกๆ ปี จึงทำให้ฟิลิปปินส์ ซึ่งตั้งอยู่บนแนวพายุไต้ฝุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแนวโน้มต้องเผชิญกับภัยพิบัติมากที่สุดในโลก
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ รายงานว่า พายุโซนร้อน “เทมบิน” ที่เคลื่อนที่เข้าสู่เกาะทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำของวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้เคลื่อนที่ไปทางตะวันตกของฟิลิปปินส์ และเข้าสู่ทะเลจีนใต้เมื่อวานนี้ มุ่งหน้าไปยังทางตอนใต้ของเวียดนามด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีความเร็วลมใกล้จุดศูนย์กลางอยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะเคลื่อนที่ออกจากฟิลิปปินส์


