แพทย์ เผยวัยรุ่นไทยป่วยซึมเศร้ากว่า 1 ล้านคน

อธิบดีกรมสุขภาพจิต เผยวัยรุ่นไทย ป่วยซึมเศร้ากว่า 1 ล้านคน เสี่ยงอีก 3 ล้านคน เหตุก้าวร้าว ชอบใช้ความรุนแรง

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า โรคซึมเศร้าเป็นภาวะการเจ็บป่วยที่ต้องเร่งรักษาเพราะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกระบุว่าปัจจุบัน 1 ใน 20 คนของประชากรโลกกำลังป่วยด้วยโรคดังกล่าว และป่วยซ้ำสูงร้อยละ 50-70 ที่น่าเป็นห่วงคือเป็นต้นเหตุให้วัยรุ่นฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้น

ส่วนในประเทศไทยพบวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าสูงร้อยละ 44 หรือประมาณ 3 ล้านกว่าคน จากจำนวนวัยรุ่นทั้งหมดประมาณ 8 ล้านคน อัตราป่วยร้อยละ 18 ซึ่งคาดว่าป่วยแล้วกว่า 1 ล้านคน แต่เข้าถึงบริการน้อย เพราะอารมณ์และพฤติกรรมของวัยรุ่นที่ป่วยจะไม่เหมือนผู้ใหญ่ โดยวัยรุ่นจะมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง ทำร้ายตัวเองหรือคนอื่น ก้าวร้าว แปรปรวนง่าย หรือเสี่ยงใช้ยาเสพติด อาจแยกตัว ไม่กล้าเข้าสังคม ทำให้ผู้ปกครอง ครู เข้าใจผิดว่าเป็นนิสัยเกเร  อีกทั้งวัยรุ่นยังมีลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่ต้องการถูกระบุว่ามีปัญหา อาจจะปฏิเสธการรักษา ทำให้วัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้าจำนวนมากไม่ได้รับการช่วยเหลือและนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ที่รุนแรงขึ้นตามมา เช่น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายคนอื่น เป็นต้น

ดังนั้น กรมสุขภาพจิต จึงให้สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ พัฒนาแนวทางการดูแลรักษาวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้าให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ เพื่อให้วัยรุ่นที่มีปัญหาได้รับการดูแลตั้งแต่ต้นอย่างทันท่วงที ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลองใช้เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของวัยรุ่น และระบบบริการมากที่สุด คาดว่าจะพร้อมใช้ต้นเดือน ม.ค. 2561

เทรลเลอร์เกี่ยวเสาไฟฟ้า ถ.เทพารักษ์ ล้มกว่า16 ต้น ปิดจราจร 1 ช่องทาง

เกิดอุบัติเหตุรถเทรลเลอร์ เกี่ยวเสาไฟฟ้า ถ.เทพารักษ์ ล้ม 16 ต้น เจ้าหน้าที่ปิดการจราจร 1 ช่องทาง เพื่อยกเสาไฟฟ้า คาดแล้วเสร็จเที่ยงคืน

วันนี้(24 ธ.ค.) ตำรวจ สภ.บางเสาธง รับแจ้งเหตุ รถเทรลเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ทะเบียน 70-0692 นครพนม เกี่ยวสายสื่อสาร ถ.เทพารักษ์ ขาออก ช่วงกิโลเมตรที่ 20+800 ถึง กม.ที่ 21 + 300 พื้นที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ส่งผลให้ สายสื่อสารเกี่ยวรั้ง เสาไฟฟ้าล้มลง 16 ต้น ขวางถนน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร 1 ช่องทาง เพื่อทำการยกเสาไฟฟ้า และจะทำการปักเสาไฟฟ้า ให้แล้วเสร็จคาดว่า ใช้เวลาถึงประมาณเที่ยงคืน โดยมีการประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจากพื้นที่ใกล้เคียงมาช่วยกันทำงาน

ทั้งนี้ จาการสอบถามคนขับรถเทรลเลอร์ ระบุว่า ขับรถมาจากจังหวัดนครพนม เพื่อมายังบริษัท ใกล้กับจุดเกิดเหตุ และในช่วงที่กำลังจะเลี้ยวเข้า ลานจอดรถของบริษัท คาดว่า กะระยะไม่พ้น ทำให้เกี่ยวสายสื่อสาร และรั้งเสาไฟฟ้า ล้มลงมาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ ปิดการจราจร เพียง 1 ช่องทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าทำงาน และการจราจรใช้การได้ ช่องทางกลางและช่องทางซ้ายสุด โดยยังไม่มีปัญหาด้านการจราจรติดขัดเนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด

สลด! ตำรวจป่วยซึมเศร้า เขียนจดหมายลา ก่อนยิงตัวตายใน สตช.

สารวัตรเครียด เขียนจดหมายลา ก่อนจ่อยิงตัวเอง เสียชีวิตในห้องทำงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ – จนท.เร่งสอบเหตุ

วันนี้(24 ธ.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรับแจ้งเหตุ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิตในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เกิดเหตุอยู่ ห้องทำงานบริเวณ ตึก 5 ชั้น 7 พบผู้เสียชีวิต เป็นชาย สภาพศพสวมเสื้อยืดสีดำ สวมกางเกงขาสั้นสีดำ นอนพาดกับเกาอี้พับ ที่ศีรษะมีรองรอยกระสุนปืน และที่พื้นที่เลือดไหลนอง ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ พ.ต.ต.สหัสวรรษ พันธ์เกตุ สารวัตรฝ่ายแต่งตั้ง สำนักงานกำลังพล ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ใกล้ตัวผู้ตาย และจากการตรวจสอบ พบจดหมายที่ถูกเขียนด้วยลายมือ ระบุว่า “ขออโหสิกรรมให้ด้วย เพราะความซึมเศร้าเกินไป” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวร และจะเร่งหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงเหตุการณ์มีนายตำรวจยิงตัวเองเสียชีวิตในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยผู้เสียชีวิต คือ พ.ต.ต.สหัสวรรษ พันธ์เกตุ สารวัตรฝ่ายแต่งตั้ง สำนักงานกำลังพล เป็น นรต.รุ่นที่ 63 ซึ่งหลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช และ ผู้กำกับ สน.ปทุมวัน ร่วมชันสูตรพลิกศพ ผู้เสียชีวิต และเก็บหลักฐานเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าว

โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบหาสาเหตุและทำสำนวนไต่สวนชันสูตรพลิกศพ พร้อมฝากแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ พ.ต.ต.สหัสวรรษ ด้วย เพราะเท่าที่สอบถามผู้บังคับบัญชา ทราบว่า พ.ต.ต.สหัสวรรษ เพิ่งทำงานได้ประมาณ 1 ปี และมีความตั้งใจในการทำงานมาก และเป็นนายตำรวจที่อนาคตไกล พร้อมกันนี้ จะได้ดูแลเรื่องสวัสดิการ และเงินช่วยเหลือกับครอบครัวอย่างเต็มที่