คุมตัว กิ๊กสาวร่วมฆ่า ‘หมอปอ’ ฝากขัง ค้านประกันตัว

ตำรวจ สภ.สลุย คุมตัว “นฤมล” ผู้ต้องหาร่วมร่วมฆ่า “หมอปอ” กิ๊กสาว “เก่ง” ไปขออำนาจศาลฝากขัง พร้อมคัดค้านประกันตัว ขณะที่มีอาการเครียด

วันนี้(23 ธ.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.สลุย จังหวัดชุมพร ควบคุมตัว น.ส.นฤมล อายุ 23 ปี กิ๊กสาว ของนาย รณชัย หรือเก่ง อายุ 26 ปี ว่าที่เจ้าบ่าวผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิง น.ส.นนทิญา ครัวจตุรัส อายุ 25 ปี เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข หรือ “หมอปอ” เสียชีวิตไปขออำนาจศาลจังหวัดชุมพรฝากขังเป็นผลัดแรก ( 23ธ.ค.) หลังควบคุมตัวได้วานนี้

โดยท้ายคำร้องฝากขังพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี โดย น.ส.นฤมล ถูกศาลออกหมายจับ 3ข้อหาซึ่งเป็นข้อหาเดียวกับ นายเก่ง ประกอบด้วย ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนโดยไม่มีเหตุจำเป็น ตำรวจ สภ.สลุย กล่าวด้วยว่า ตลอดที่ถูกควบคุมตัว น.ส.นฤมล มีอาการเครียด เก็บตัวเงียบ ทานข้าวได้เล็กน้อย

ดีเดย์ ‘จับ-ปรับ-ยึด’ ผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกกันน็อค 25 ธ.ค.นี้

กองบัญชาการตำรวจนครบาล เห็นชอบแนวคิด ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ หากพบผู้ขับขี่ และผู้ที่ซ้อนท้ายไม่สวมหมวก ถูกจับปรับจยึดรถไว้จนกว่าจะหาหมวกกันน็อคมาสวม เริ่มดำเนินการในวันที่ 25 ธันวาคมนี้

พลตำรวจตรีจิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) ดูแลงานจราจร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการป้องกันและลดอัตราการเสียชีวิต จากการที่ผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ โดยตั้งเป้าว่าคนกรุงเทพฯจะต้องสวมหมวกกันน็อคให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมาตรการเดิม การที่ตำรวจจับ-ปรับและปล่อยให้ประชาชนขี่รถไปต่อ ไม่ใช่แนวทางที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้
ดังนั้นทาง กองบังคับการตำรวจจราจร หรือ บก.จร.จึงมีแนวคิดว่า หากถูกจับข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อก เมื่อจ่ายค่าปรับหรือรับใบสั่งจากตำรวจจราจรไปแล้ว จะไม่ปล่อยให้ขี่รถต่อไป จนกว่าจะหาหมวกกันน็อกมาสวมใส่ทั้งกรณีคนขี่และคนซ้อน

เบื้องต้นกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เห็นชอบในแนวคิดและสั่งการให้ตำรวจจราจรดำเนินการตามนโยบายพร้อมสั่งการให้ 88 สน.รวมทั้ง บก.จร.เริ่มประชาสัมพันธ์

หลังจากนั้นจะเริ่มบังคับใช้กฎหมาย หากพบจะไม่ให้ขี่รถต่อไปพร้อมต้องจ่ายค่าปรับในอัตราสูงสุดในวันที่ 25 ธันวาคม เป็นต้นไป โดยมาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่
หากตำรวจพบเห็นในขณะที่กำลังอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ก็สามารถปรับได้ทันที ในอัตราสูงสุด 1,000 บาท ทุกกรณี

‘ตูน บอดี้สแลม’ วิ่งวันที่ 53 จากพะเยามุ่งสู่เชียงราย ยอดบริจาค 965 ล้าน

“ตูน บอดี้สแลม” พร้อมคณะ เริ่มวิ่งวันที่ 53 จาก จ.พะเยา มุ่งไป จ.เชียงราย ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ขณะที่ ยอดกว่า 965 ล้านบาท

บรรยากาศการวิ่งวันที่ 53 ในโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ของนาย อาทิวราห์ คงมาลัย ล่าสุด “ตูน บอดี้สแลม” และคณะ โดยเริ่มเซตที่ 1 จากสถานีตำรวจภูธรแม่กา จ.พะเยา ถึง ปตท. ฟูแสงเซอร์วิส ระยะทาง 22.3 กิโลเมตร และ เซตที่ 2 ปตท. ฟูแสงเซอร์วิส จำกัด ถึงเทศบาลตำบลแม่ปีม ระยะทาง 10.3 กิโลเมตร เซตที่ 3 จาก เทศบาลตำบลแม่ปีม ถึง ที่ว่าการอำเภอแม่ใจ เซตที่4 จาก ที่ว่าการอำเภอแม่ใจ ถึง โรงเรียนปูแกง อ.พาน จ.เชียงราย และ เซตที่ 5 จาก โรงเรียนปูแกง ถึง บริษัทธนาแกรนพอลลิช อย่างไรก็ตาม ตลอดเส้นทางพบมีประชาชน เดินทางมาให้กำลังใจ นักร้องหนุ่ม และ ทีมงาน รวมถึงร่วมบริจาคเงินสมทบทุนโครงการกันอย่างเนืองแน่น ล่าสุดพบว่ามียอดเงินสูงถึงกว่า 965 ล้านบาท แล้ว (ณ เวลา 08.00 น.)