ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต วัฒนา ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวม 5 คดีโทษจำคุก 108 ปี 42 เดือน
วันนี้(23 ม.ค.) เวลา 08.45 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว นายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 63 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า กฟผ. จำเลยในความผิดฐาน พยามฆ่าผู้อื่น ฯ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มายังศาลอาญา หลังศาลนัดฟ้งคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวัฒนา ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทำให้เสียทรัพย์ กระทำให้เกิดระเบิด เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำและมี ใช้วัตถุระเบิด ไว้ในครอบครอง และมียุทธภัณฑ์ โดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยจำเลยได้นำระเบิดแสวงเครื่องซึ่งประกอบเอง ไปวางไว้ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ หน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก เมื่อปลายเดือน กย. 2550 ทำให้ ดต.จิระเดช อรรถพงษ์ ข้อมือขาด ช่วงอกมีรอยฉีกขาด และแก้วหูขวาฉีกขาด ส่วน สตท.วิชา ธรสุนทร แก้วหูฉีกขาด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ห้องพิจารณาคดี 710 ในเวลา 09.00 น.
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.60 ศาลอาญาได้พิพากษาให้จำคุก นายวัฒนา 26 ปี 12 เดือน “ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น” และในวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่ายมา ศาลตัดสินจำคุก นายวัฒนา เพิ่มเป็น 78 ปี 30 เดือน และปรับ 1,000 บาท พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายให้หญิงสาว ผู้บาดเจ็บที่ได้รับความเสียหายอีก 2 ราย รวม 140,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี หลังก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณห้องวงษ์สุวรรณ รพ.พระมงกุฎเกล้า

เมื่อถึงเวลา ศาลได้พิเคราะห์ พยานหลักฐานของโจทก์ และคำให้การรับสารภาพของจำเลย เชื่อได้ว่าจำเลยกระทำความผิดจริง ความผิดพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ทำให้เกิดระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก 25 ปี ส่วนความผิดทำวัตถุระเบิดสั่งจำคุก 3 ปีลดเหลือ 1ปี 6 เดือน รวมจำคุก 26 ปี 6 เดือน โดยให้รับโทษต่อจากคดีเก่า ที่ผ่านมานายวัฒนาถูกตัดสินคดีระเบิดที่ตัวเองก่อมาแล้วรวม 5 คดีโทษจำคุก 108 ปี 42 เดือน
ทั้งนี้ ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีระเบิด กทม. ที่อัยการยื่นฟ้องนายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 63 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า กฟผ. ในความผิด พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทำให้เสียทรัพย์ กระทำให้เกิดระเบิด เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำและมี ใช้วัตถุระเบิด ไว้ในครอบครอง และมียุทธภัณฑ์ โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจำเลยได้นำระเบิดแสวงเครื่องซึ่งประกอบเอง ไปวางไว้ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ หน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก เมื่อปลายเดือน กย. 2550 ทำให้ ดต.จิระเดช อรรถพงษ์ ข้อมือขาด ช่วงอกมีรอยฉีกขาด และแก้วหูขวาฉีกขาด
ส่วน สตท.วิชา ธรสุนทร แก้วหูฉีกขาด ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยศาลได้พิเคราะห์ พยานหลักฐานของโจทก์ และคำให้การรับสารภาพของจำเลย เชื่อได้ว่าจำเลยกระทำความผิดจริง ความผิดพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ทำให้เกิดระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก 25 ปี ส่วนความผิดทำวัตถุระเบิดสั่งจำคุก 3 ปีลดเหลือ 1ปี 6 เดือน รวมจำคุก 26 ปี 6 เดือน โดยให้รับโทษต่อจากคดีเก่า ที่ผ่านมานายวัฒนาถูกตัดสินคดีระเบิดที่ตัวเองก่อมาแล้วรวม 5 คดีโทษจำคุก 108 ปี 42 เดือน