ขอนแก่นพร้อมแล้ว มาราธอนนานาชาติ 2018 เปิดประตูสู่แก่นนคร

ขอนแก่น เตรียมเปิดประตูต้อนรับนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าสู่การแข่งขันวิ่งรายการสุดยิ่งใหญ่ประจำปีของจังหวัด

“ขอนแก่น มาราธอน นานาชาติ 2018” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางจัดการ การแข่งขันมาราธอนมาตรฐานสากลแห่งภูมิภาคอาเซียน ภายใต้สโลแกน “วิ่งสู่ความเป็นหนึ่งในมาตรฐานสากล” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

นอกเหนือจากความพร้อมที่ชาวขอนแก่นเตรียมต้อนรับนักวิ่งทุกคนแล้ว เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่ง ทางผู้จัดการแข่งขันขอนแก่น มาราธอน นานาชาติ 2018 ได้ปิดถนน แบบ 100 % และทำประกันอุบัติเหตุให้กับนักวิ่งทุกคน พร้อมการดูแลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง ตามมาตรฐานระดับสากลผ่านการรับรองจาก องค์กรมาราธอนนานาชาติ หรือ เอมส์ (AIMS) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับรองมาตรฐานเส้นทางวิ่งมาราธอนระดับสากล รวมไปถึงการเตรียมเส้นทางให้มีแสงสว่างเพียงพอ

โดย ขอนแก่น มาราธอน นานาชาติ 2018 จะออกสตาร์ทและเข้าเส้นชัยกันที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในวันอาทิตย์ที่ 28 มกราคมนี้ ซึ่งตลอดเส้นทาง นักวิ่งจะได้เพลิดเพลินกับเส้นทางอันสวยงามของเมืองขอนแก่น ได้วิ่งผ่านทั้งศาลหลักเมือง บึงแก่นนคร วัดหนองแวง หรือ พระมหาธาตุแก่นนคร เรียกได้ว่าเต็มอิ่มกับความประทับใจอย่างแน่นอน

ศาลสั่งจำคุก ‘วัฒนา’ คดีบึ้มรพ.พระมงกุฎ รวม 5 คดี 108 ปี 42 เดือน

ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต วัฒนา ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวม 5 คดีโทษจำคุก 108 ปี 42 เดือน

วันนี้(23 ม.ค.) เวลา 08.45 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว นายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 63 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า กฟผ. จำเลยในความผิดฐาน พยามฆ่าผู้อื่น ฯ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มายังศาลอาญา หลังศาลนัดฟ้งคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวัฒนา ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทำให้เสียทรัพย์ กระทำให้เกิดระเบิด เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำและมี ใช้วัตถุระเบิด ไว้ในครอบครอง และมียุทธภัณฑ์ โดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยจำเลยได้นำระเบิดแสวงเครื่องซึ่งประกอบเอง ไปวางไว้ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ หน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก เมื่อปลายเดือน กย. 2550 ทำให้ ดต.จิระเดช อรรถพงษ์ ข้อมือขาด ช่วงอกมีรอยฉีกขาด และแก้วหูขวาฉีกขาด ส่วน สตท.วิชา ธรสุนทร แก้วหูฉีกขาด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ห้องพิจารณาคดี 710 ในเวลา 09.00 น.

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.60 ศาลอาญาได้พิพากษาให้จำคุก นายวัฒนา 26 ปี 12 เดือน “ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น” และในวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่ายมา ศาลตัดสินจำคุก นายวัฒนา เพิ่มเป็น 78 ปี 30 เดือน และปรับ 1,000 บาท พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายให้หญิงสาว ผู้บาดเจ็บที่ได้รับความเสียหายอีก 2 ราย รวม 140,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี หลังก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณห้องวงษ์สุวรรณ รพ.พระมงกุฎเกล้า

เมื่อถึงเวลา ศาลได้พิเคราะห์ พยานหลักฐานของโจทก์ และคำให้การรับสารภาพของจำเลย เชื่อได้ว่าจำเลยกระทำความผิดจริง ความผิดพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ทำให้เกิดระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก 25 ปี ส่วนความผิดทำวัตถุระเบิดสั่งจำคุก 3 ปีลดเหลือ 1ปี 6 เดือน รวมจำคุก 26 ปี 6 เดือน โดยให้รับโทษต่อจากคดีเก่า ที่ผ่านมานายวัฒนาถูกตัดสินคดีระเบิดที่ตัวเองก่อมาแล้วรวม 5 คดีโทษจำคุก 108 ปี 42 เดือน

ทั้งนี้ ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีระเบิด กทม. ที่อัยการยื่นฟ้องนายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 63 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า กฟผ. ในความผิด พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทำให้เสียทรัพย์ กระทำให้เกิดระเบิด เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำและมี ใช้วัตถุระเบิด ไว้ในครอบครอง และมียุทธภัณฑ์ โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจำเลยได้นำระเบิดแสวงเครื่องซึ่งประกอบเอง ไปวางไว้ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ หน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก เมื่อปลายเดือน กย. 2550 ทำให้ ดต.จิระเดช อรรถพงษ์ ข้อมือขาด ช่วงอกมีรอยฉีกขาด และแก้วหูขวาฉีกขาด

ส่วน สตท.วิชา ธรสุนทร แก้วหูฉีกขาด ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยศาลได้พิเคราะห์ พยานหลักฐานของโจทก์ และคำให้การรับสารภาพของจำเลย เชื่อได้ว่าจำเลยกระทำความผิดจริง ความผิดพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ทำให้เกิดระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก 25 ปี ส่วนความผิดทำวัตถุระเบิดสั่งจำคุก 3 ปีลดเหลือ 1ปี 6 เดือน รวมจำคุก 26 ปี 6 เดือน โดยให้รับโทษต่อจากคดีเก่า ที่ผ่านมานายวัฒนาถูกตัดสินคดีระเบิดที่ตัวเองก่อมาแล้วรวม 5 คดีโทษจำคุก 108 ปี 42 เดือน

มอบตัวแล้ว! 2 คนร้ายอุ้ม ‘พ่อแม่ลูก’ หน้าโรงเรียนเมืองเลย

มอบตัวแล้ว! 2 ผู้ต้องหาอุ้ม ‘พ่อแม่ลูก’ หน้าโรงเรียนเมืองเลย ด้านตำรวจเตรียมออกหมายจับคนร้ายเพิ่มอีก 2 คน

จากกรณี 2 สามีภรรยา ไปส่งลูกเข้าโรงเรียนบ้านฟากนา ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย แล้วถูกชายฉกรรจ์ 4 คน ใช้ปืนบังคับให้ขึ้นรถเก๋งสีดำ หมายเลขทะเบียน กน 5930 ลพบุรี ก่อนพาหลบหนีไปทางอำเภอวังสะพุง และปล่อยตัวทั้ง 2 คน ลงข้างทาง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่ตำรวจจะออกหมายจับผู้ต้องหา 2 คน คือ นายขวัญชัย ผ่องใส อายุ 33 ปี และ นายอุเทน ยังศิริ อายุ 34 ปีตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วานนี้ ( 22 ม.ค. 61) ตำรวจชุดสืบสวนนครบาล และทนายความ ได้นำตัว นายขวัญชัย และ นายอุเทน 2 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ มาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเลย ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อออกหมายจับ

ทั้งนี้ พันตำรวจเอก ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเลย เปิดเผยว่า ได้รับตัวผู้ต้องหาไว้สอบสวน เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนคดีของผู้เสียหายพ่อและแม่ที่ถูกอุ้ม ที่ถูกเจ้าของเต็นท์รถแจ้งความดำเนินคดีที่กรุงเทพฯ เป็นคนละกรณีกัน จะดำเนินการเฉพาะคดีที่มีผู้กระทำผิดในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเลย ตอนนี้ขอให้อยู่ขั้นตอนการสอบสวนก่อน