ชาวโคราชแห่สมัครงานคึกคัก หลังรัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 320 บาท

ชาวโคราช แห่สมัครงานคึกคัก หลังรัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 320 บาท ขณะผู้ประกอบการเริ่มปลดลูกจ้าง

หลังรัฐบาลได้มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำประจำปี 2561 ขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มจังหวัด ล่าสุดที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีแรงงานเดินทางมาสมัครงานกันอย่างคึกคัก ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่รู้สึกดีใจที่รัฐบาลได้ปรับค่าแรงขั้นต่ำให้ถึง 320 บาท

โดยนายเชิงรบชนะศึก มวยดี อายุ 35 ปี ชาว ต.หนองไข่น้ำ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านั้นตนเองได้ทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งได้ค่าแรงเฉลี่ยวันละ 330 บาท แต่ก็มาถูกนายแจ้งให้ออก เนื่องจากทนแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ดังนั้นจึงได้มาลงชื่อไว้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ช่วยหาตำแหน่งงานว่างให้ใหม่ ทั้งนี้ภายหลังจากที่ทราบข่าวว่ารัฐบาลจะมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เป็น 320 บาท ตนก็รู้สึกดีใจมาก

ด้านนางนงนุช สันคะนุช อายุ 34 ปี ชาว ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ตนเองนั้นเพิ่งออกจากงานลูกจ้างในสังกัดกรมอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ซึ่งขณะนั้นได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ทำให้ไม่พอต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เนื่องจากปัจจุบันนี้ค่าครองชีพสูงขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

แต่เมื่อรัฐบาลปรับขึ้นค่าแรงให้วันละ 320 บาท ก็รู้สึกดีใจมาก ซึ่งจะช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น แม้จะไม่มากนักแต่ก็สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในครั้งนี้ ก็เริ่มมีปฏิกิริยาของผู้ประกอบการขึ้นมาแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้มีการปลดพนักงานออกอย่างต่อเนื่อง

ศรีสุวรรณ ร้องนายกฯ ใช้อำนาจยับยั้ง สนช. อย่ายืดเลือกตั้ง

ศรีสุวรรณ  ร้องนายกฯ ใช้อำนาจยับยั้ง กมธ.สนช. ยืดเวลาใช้บังคับ พ.ร.ป.ส.ส. หวั่นกระทบโรดแมปเลือกตั้ง

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ใช้อำนาจในการยับยั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

ที่จะขยายเวลาบังคับใช้ร่างกฎหมาย หลังประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน เพราะจะกระทบโรดแมปจัดการเลือกตั้งที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ว่าจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2561 ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนเสื่อมศรัธาในตัวนายกฯและคสช. อีกทั้งยังเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับ สนช. เองในการรับค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมที่มาจากเงินภาษีของประชาชน

ดังนั้นหากที่ประชุม สนช. ยังคงดึงดันพลักดันแนวทางดังกล่าวที่องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจะร้องเรียน ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเพื่อดำเนินการเอาผิดสมาชิกที่ยกมือเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว

นอกจากนี้ นายศรีสุวรรณ เข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชน ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกายกร่าง พ.ร.บ.ระเบียบท้องถิ่นและร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น จำนวน 6 ฉบับนั้น ซึ่งเห็นว่ามีหลายประเด็นที่ไม่สอดรับกับการปฏิรูปการเมือง อาทิ

การกำหนดให้ผู้ลงสมัครรับการเลือกตั้งท้องถิ่นจะต้องมีทะเบียนบ้านในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5 ปี การกำหนดวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ทำให้ผู้ลงสมัครเป็นนักการเมืองกลุ่มเดิมๆ ไม่มีนักการเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งมีลักษณะเป็นการกีดกันสิทธิและส่อขัดต่อรัฐธรรมนูญในหลักความเสมอภาคและเท่าเทียม และยังเป็นการทำกฎหมายที่ไม่สอดรับการกับปฏิรูปการเมือง

ศาลทหารเบิกตัว ‘ไผ่ ดาวดิน’ สอบปากคำ ฐานขัดคำสั่ง คสช.

ศาลทหาร เบิกตัว “ไผ่ ดาวดิน” สอบพยานโจทก์ ฐานขัดคำสั่ง คสช.จากการจัดกิจกรรมครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร

วันนี้(22 ม.ค.) ที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น ศาลฯได้มีคำสั่งเบิกตัว นายจตุภัทร์ หรือ ไผ่ ดาวดิน จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น มาทำการนัดสืบพยานโจทก์ ในคดีขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมือง พร้อมทั้งการสอบปากคำนายภาณุพงษ์ หรือ ไนช์ สมาชิกกลุ่มดาวดิน จากการจัดกิจกรรม 1 ปี ครบรอบรัฐประหาร ที่ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น

โดยในการนัดสอบพยานโจทก์ ครั้งนี้เป็นนัดที่ 2 ตามคำสั่งของศาล มทบ.23 ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของกำลังเจ้าหน้าที่โดยรอบบริเวณศาลฯ และมีคำสั่งห้ามไม่ให้สมาชิกกลุ่มดาวดิน หรือบุคคลที่มาร่วมให้กำลังใจและติดตามการสอบพยานโจทก์ในครั้งนี้ที่ห้ามไลฟ์สดหรือเผยแพร่ภาพสดผ่านทางสื่อต่างๆโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งมีคำสั่งห้ามไม่ให้สื่อมวลชนหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมในการรับฟังหรือเข้ามาในห้องพิจารณาคดีโดยเด็ดขาด

ขณะที่การนัดสอบพยานโจทก์ นัดที่ 2 ครั้งนี้พนักงานอัยการทหาร ได้เบิกตัวพยานฝ่ายโจทก์ คือ พ.ต.ท.นรวัฒน์ คำภิโล รอง ผกก.(สส.) สภ.เมืองขอนแก่น เข้าให้การต่อตุลาการศาลทหาร รวมทั้งการสอบปากคำสมาชิกกลุ่มดาวดินที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว 2 ปากคือนายจตุรภัทร์ และนายภาณุพงษ์ ตลอดทั้งวันในวันนี้

ซึ่งทันทีที่รถจากกรมราชทัณฑ์ ทำการควบคุมตัวนายจตุรภัทร์ มาถึงบริเวณด้านหน้าศาลฯ ได้มีนายวิบูลย์ และนางพริ้ม บุญภัทรรักษา บิดาและมารดา ของไผ่ ดาวดิน มารอต้อนรับและร่วมรับฟังการสอบพยานโจทก์ตลอดทั้งวันในวันนี้ นอกจากนี้ยังมีเพื่อ มาร่วมแสดงความยินดีและทำการมอบตุ๊กตาหมีใส่ชุดครุย ม.ขอนแก่น มอบให้กับไผ่ เพื่อร่วมแสดงความยินดีในโอกาสสำเร็จการศึกษา ในปีการศึกษา 2560 ที่ผ่านมา