ชาวเน็ตเป็นงง ป้ายถนนประวิทย์และเพื่อน โผล่ย่านพระโขนง ด้าน ผอ.เขตโร่แจง

ผอ.เขตพระโขนง โร่ชี้แจง “ถนนประวิทย์และเพื่อน” ยันไม่เกี่ยว “บิ๊กป้อม” ตั้งมา 30 ปี พร้อมไม่รู้ประวิทย์ไหนเช่นกัน

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค.61 ที่ผ่านมา นายจิรศักดิ์ เพ็งกุล ผู้อำนวยการเขตพระโขนง ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกวางขวางในโลกออนไลน์ หลังปรากฏภาพป้ายบอกชื่อถนน “ประวิทย์และเพื่อน” ว่า เบื้องต้นทราบว่าชื่อซอยดังกล่าวได้ถูกตั้งชื่อมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว ในอดีตการตั้งชื่อถนน ตรอกซอย ส่วนใหญ่จะเป็นชื่อของผู้บริจาคที่ดิน ชื่อวัดใกล้เคียง หรือชุมชนเก่าในอดีต เป็นต้น

ซอยประวิทย์และเพื่อน, เขตพระโขนง, ชื่อถนน, ข่าวสดวันนี้
ซอยประวิทย์และเพื่อน

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตกันว่าชื่อซอย “ประวิทย์และเพื่อน” สะกดไม่เหมือนกัน ซึ่งชื่อดังกล่าว ถูกตั้งขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อนหน้านี้ โดยช่วงเวลานั้น พล.อ.ประวิตร ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างเช่นในปัจจุบัน สำหรับซอยประวิทย์และเพื่อน เป็นชื่อซอยที่มีอยู่จริง ตั้งอยู่ระหว่างถนนอุดมสุข (ซอยสุขุมวิท 103) และซอยสุขุมวิท 101/1 (ซอยวชิรธรรมสาธิต) เริ่มต้นซอยบนถนนอุดมสุข 51 ตั้งแต่ซอยประวิทย์และเพื่อน 1 ถึง 18 อยู่ระหว่างพื้นเขตพระโขนงและเขตประเวศ

รองโฆษกตำรวจ ลุยตรวจสถานบันเทิง กลางเมืองจันทบุรี

รองโฆษกตร. นำกำลังลุยตรวจสถานบริการและสถานบันเทิง 3 จุด พร้อมกันกลางเมืองจันทบุรี

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผกก.ตม.จันทบุรี) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ทหารนาวิกโยธิน ค่ายตากสินจันทบุรี กว่า 30 นาย บุกเข้าตรวจสถานบริการ และสถานบันเทิง 3 จุดพร้อมกันกลางเมืองจันทบุรี ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อป้องกันและปราบปรามไม่ให้สถานบริการ และสถานบันเทิงต่างๆไม่มีการค้ามนุษย์ และยาเสพติด

โดยชุดที่ 1 ได้บุกตรวจมารีน่าอาบอบนวด ชุดที่ 2 บุกตรวจร้านพริ้วคาราโอเกะ และชุดที่ 3 บุกตรวจร้านทูไนท์ ไดรเวอร์คาราโอเกะ เพื่อเป็นมาตรการในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ จากการตรวจสอบโดยการตรวจบัตรประชาชน สุ่มตรวจปัสสาวะของพนักงานภายในร้านไม่พบปัสสาวะมีสีม่วงแต่อย่างใด

ด้านรองโฆษกฯ กล่าวว่า การออกตรวจเข้มสถานบริการ และสถานบันเทิงกลางเมืองจันทบุรี เป็นไปตามนโยบาย เพื่อมุ่งเน้นการลักลอบการค้ามนุษย์ การตรวจสอบใบอนุญาตของสถานประกอบการเปิด-ปิด ตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งหลังจากนี้หลายหน่วยงานจะมีมาตรการตรวจเข้มในหลายๆจุด ทั้งที่มีแรงงานต่างด้าว และแรงงานคนไทยเพื่อเป็นการคุมเข้มตามมาตรการการป้องกันการค้ามนุษย์ และยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีต่อไปอีกด้วย

กระบะชนพระมรณะภาพ คาถนนเอเชีย ขณะออกบิณฑบาต

กระบะชนพระมรณะภาพ คาถนนเอเชีย ขณะออกบิณฑบาต หลังสะพานลอยรถชนพังเสียหายมานานร่วมปีแต่ไร้แก้ไข

ร.ต.อ.สิริชัย สีนิล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนพระเสียชีวิตบริเวณสะพานลอยข้ามถนนสายเอเชีย หมู่ 5 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงรุดไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตเป็นพระสงฆ์โดนรถยนต์เฉี่ยวชนนอนเสียชีวิตอยู่ภายในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อต่อมาว่าพระสมเดช อายุ 74 ปี พระลูกวัดมธุรส ติยาราม

ห่างจากศพผู้เสียชีวิตออกไปประมาณ 300 เมตร พบรถกระบะ มีร่องรอยเฉี่ยวชนบริเวณด้านหน้าข้างขวายุบเสียหาย จอดอยู่ริมถนน พบนายวัชรา อายุ 44 ปี ผู้ขับขี่ให้การเบื้องต้นว่าได้เดินทางกลับจากจังหวัดตากจะกลับเข้าสู่กรุงเทพแล้วขับรถมาตามทาง มองเห็นเพียงแว็บเดียวเห็นคนเดินตัดหน้ากะทันหัน ทำให้เบรคไม่ทันทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเสียชีวิต

ด้าน พระครูพิศาล คุณาภินันท์ เจ้าอาวาสวัดมธุรสติยาราม กล่าวว่า พระสมเดช ได้ออกรับบิณฑบาตทุกเช้ามืดของทุกวันปกติจะออกไปกับพระลูกวัดจำนวน 2 รูป แต่วันนี้พระอีก 1 องค์นั้นเกิดป่วยจึงมีพระสมเดชออกบิณฑบาตเพียงองค์เดียว โดยจะต้องเดินข้ามถนนสายเอเชียทุกวัน หลังสะพานลอยที่ใช้ข้ามถนนพังเสียหายมานานร่วม 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีการก่อสร้าง ทำให้ชาวบ้านและพระได้รับความเดือดร้อนเสี่ยงภัยมานานร่วมปีแล้ว และทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันเสียชีวิตในที่สุด

ด้านนายอดุลย์ กิจวิบูลย์ อายุ 43 ปี ลูกชายพระกล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ต้องการให้พระหลวงพ่อของตนเองเป็นศพแรกและศพสุดท้ายในการเสียชีวิต จากการที่สะพานลอยคนเดินข้ามถูกรถเฉี่ยวชนพังเสียหาย และการก่อสร้างยังไม่คืบหน้ามานานร่วมปี

ส่วนทาง ร.ต.อ.สิริชัย ได้เร่งรวบรวมหลักฐานและพยานในที่เกิดเหตุเพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป