อุตุฯ เผย เหนืออากาศหนาว ใต้มีฝนเพิ่มขึ้น กทม.ฝนฟ้าคะนอง 10-20%

อุตุฯ เผย เหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว ใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง กทม.ฝนฟ้าคะนอง 10-20% 

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางมีอากาศเย็นกับมีหมอก ในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งในบริเวณภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศ หนาวเย็นโดยทั่วไป ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง

กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงวันที่ 21-22 ม.ค. 61 มีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียสส่วนในช่วงวันที่ 23-27 ม.ค. 61 มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม.

สลด! รถเมล์สาย 510 ชนจักรยานยนต์ ชายวัย 47 ดับ

รถเมล์สาย 510 พุ่งชนรถจักรยานยนต์ชายวัย 47 ปี เสียชีวิตบริเวณถนนเลียบทางรถไฟ คลองหนึ่ง จ.ปทุมธานี

พ.ต.ต.ศิโรจน์ แนบเนียน สารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถโดยสารชนรถจักรยานยนต์แล้วมีผู้เสียชีวิตบริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ม.18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งอยู่ แต่เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทราบชื่อนายวิศกร แสงกริด อายุ 47 ปี สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่หน้ารถโดยสารประจำทางสีส้มสาย 510 หมายเลขทะเบียน 12-5560 กรุงเทพมหานครวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บริเวณกระจกด้านหน้ารถแตกได้รับความเสียหายพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟหมายเลขทะเบียน 5กม 7743 กรุงเทพมหานครสภาพด้านหน้าพังยับเยินมุดอยู่ใต้ท้องรถเมล์

จากการสอบถามนายเกษม อายุ 50 ปี คนขับรถเมล์บอกว่าตนเองกำลังจะขับรถเมล์ประจำทางวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เข้าอู่และรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขับส่ายไปส่ายมาซึ่งตนเองพยายามขับหลบแล้วแต่ก็ไม่พ้นจึงทำให้ชนรถจักรยานยนต์และมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน พ.ต.ต.ศิโรจน์ หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุจึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและได้นำตัวนายเกษม คนขับรถเมล์ไปสอบสวนที่สภ.คลองหลวงและได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้ง

หวิดดับ! พลขับนายอำเภอเมืองพะเยา ควบเก๋งพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง เจ็บสาหัส

หวิดดับ! พลขับนายอำเภอเมืองพะเยา ควบเก๋งคู่ใจ พุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง บาดเจ็บสาหัส

วันที่ 21 ม.ค.61 เมื่อเวลา 19.00 น. ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยเขมาภินันท์ว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนเสาไฟฟ้า บริเวณถนนบ้านแม่ใส-สันป่าถ่อน ม. 5 ต.แม่ใส อ.เมือง จ.พะเยา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย จึงรุดตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน กค 3977 พะเยา สภาพหน้ารถพังยับเยินจากการพุ่งชนท่อประปา ก่อนจะไถลไปชนป้ายบอกหมู่บ้าน และ เสาไฟฟ้าส่องสว่าง โดยมี นายราเชนทร์ วงศ์ปัญญา อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 33 ม. 5 ต.บ้านสาง อ.เมือง จ.พะเยา เป็นคนขับ และมีตำแหน่งเป็น พลขับของนายอำเภอเมืองพะเยา โดยได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาล บริเวณโดยรอบพบท่อประปา ป้ายบอกทางริมทางหักโค่น และเสาไฟฟ้าเสียหาย 1 ต้น และยังมีซากอะไหล่รถยนต์แตกกระจายไปทั่วบริเวณ

ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เผยว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ได้ขับออกจากเส้นทางบ้านแม่ใสด้วยความเร็ว จากนั้นจึงได้ยินเสียงดังสนั่นคล้ายเสียงรถชน จึงพากันวิ่งออกมาดู พบว่ามีรถเก๋งเสียหลักชนเสาไฟฟ้าอยู่ข้างทาง จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ออกมาให้การช่วยเหลือ และนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลพะเยา

ทั้นนี้ เบื้องต้นคาดว่า คนขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว น่าจะขับมาด้วยความเร็วสูง และเกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ซึ่งเส้นทางดังกล่าว เป็นเส้นทางผ่านหมู่บ้าน และมืด ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ