ป.ป.ส. แจงปมคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ รีดเงินชาวบ้าน 1 แสน

เลขาธิการ ป.ป.ส. แจงกรณีคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. รีดเงินชาวบ้านใน จ.สงขลา จำนวน 1 แสนบาท

จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าว นายประภาส หมื่นแก้ว พร้อมด้วยนายนพดล หมื่นแก้ว ลูกชาย และ น.ส.วัลยา ตนยาแหละ ลูกสะใภ้ พร้อมทนายความ ได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เกือบ 10 คน อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 9 บุกเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 24/1 หมู่ 2 ต.ทุ่งลาน อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา และเรียกเงิน 1 แสนบาท แลกกับการไม่ดำเนินคดีเรื่องอาวุธปืนนั้น

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. แจงข้อมูลกรณีนี้ว่า เบื้องต้นภายหลังจากได้รับรายงานเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการตรวจสอบและยืนยันว่า กลุ่มผู้แอบอ้างดังกล่าว ไม่ใช่เจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปส.ภาค 9 อย่างแน่นอน จากนั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 9 ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ สภ.คลองหอยโข่ง แล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างร่วมกันติดตามตรวจสอบผู้แอบอ้างรายดังกล่าวแล้ว และจะดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเข้มงวดต่อไป

สำหรับการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการเข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้นบุคคล ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้น จะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 โดยมีขั้นตอน ดังนี้

1. ก่อนเข้าตรวจค้นต้องแสดงหมายค้น และอ่านหมายแจ้งผู้ครอบครองเคหสถาน

2. ในกรณีที่ไม่มีหมายค้นจะดำเนินการได้ต่อเมื่อจะต้องมีเหตุจำเป็นในการเข้าค้นว่ามีผู้ต้องหาหลบซ่อนอยู่ มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ซึ่งไม่สามารถขอหมายค้นจากศาลได้ทัน เพราะผู้กระทำผิดจะหลบหนีหรือมีการโยกย้ายยาเสพติดหรือทรัพย์สินนั้น โดยเจ้าพนักงานต้องแสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต่อเจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถานนั้นด้วย

3. การตรวจค้นต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยการให้ผู้ครอบครองเคหสถานร่วมในการตรวจค้น

4. เมื่อทำการตรวจค้นเรียบร้อยแล้วต้องบันทึกผลการตรวจค้นและเหตุในการตรวจค้นเป็นหนังสือไว้ให้แก่ผู้ครอบครองเคหสถานด้วย รวมถึงรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบภายในเวลา 15 วัน

อย่างไรก็ตาม ขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง หากพบการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ให้ขอตรวจบัตรแสดงตน สังเกตวิธีการใช้อำนาจหน้าที่ ว่าปฏิบัติตามขั้นตอนหรือไม่ หากมีพฤติการณ์น่าสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือแจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

รวบ! สาว 19 พกปืน .38 คาด่านตรวจ อ้างพี่ชายฝากให้แฟนนำไปขายทางเฟซบุ๊ก

ชุดจู่โจม สน.บางเขน รวบสาว 19 พกปืน .38 คาด่านตรวจ อ้างเป็นของพี่ชายฝากให้แฟนหนุ่มไปขายทางเฟซบุ๊ก!

พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผู้กำกับการ สน.บางเขน พร้อมด้วย ชุดจู่โจม สน.บางเขน ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.ภาวิณี หรือน้ำ มีแยบ อายุ 19 ปีชาวจังหวัดสุรินทร์ พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติขนาด .380 ยี่ห้อบาเร็ตต้า 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด .380 จำนวน 8 นัด (บรรจุในแม็กกาซีน) และกระเป๋าสะพานแบบผู้หญิง สีม่วง โดยจับกุมบริเวณใต้สะพานกลับรถใกล้กับชุมชนพหลโยธิน 46 ถ.พหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กทม. หลังจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจู่โจม ได้ตั้งจุดสกัดตรวจค้นเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม บริเวณใต้สะพานกลับรถใกล้ชุมชนบางบัว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบหญิงสาวคนดังกล่าว ขับขี่รถจยย. ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมิโอ 115 ไอ สีแดง-ดำ-ขาว ทะเบียน 1 กฆ 6118 สุรินทร์ ผ่านมา ท่าทางมีพิรุธ ลุกลี้ลุกลน ต้องสงสัยว่าน่าจะมีสิ่งผิดกฏหมายซุกซ่อนอยู่และพยายามกลับรถขี่หลบหนี เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดรถและขอตรวจค้นพบอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพานแบบผู้หญิง และจากการตรวจสอบยังพบมีรูปภาพอาวุธปืนนานาชนิดบันทึกอยู่ในโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพอ้างว่า อาวุธปืน ดังกล่าวเป็นของพี่ชาย ฝากไว้เพื่อไปให้แฟนหนุ่ม นำไปให้กับลูกค้าที่มีการสั่งซื้อขายอาวุธปืน ผ่านทางเฟสบุ๊ก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ต่อไป

ทึ่ง! ด.ช. วัย 11 ขวบ วาดภาพพุทธศิลป์สุดสวยงาม อยากฝากตัวเป็นศิษย์ อ.เฉลิมชัย

ทึ่ง! ด.ช.วัย 11 ขวบ ชาวโคราช วาดภาพพุทธศิลป์สุดสวยงาม ฝันอยากเจออาจารย์เฉลิมชัย เพื่อฝากตัวเป็นศิษย

ที่ ตลาดเซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบมีเด็กชายวัย 11 ขวบ มาตั้งโต๊ะวาดภาพศิลปะแนวพุทธศิลป์ สไตล์อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชื่อดังระดับโลก ซึ่งฝีมือการวาดภาพมีความประณีต อ่อนช้อย สวยงามเป็นอย่างมาก จนกลายเป็นจุดสนใจของประชาชนพากันมายืนมุงดูกันอย่างคึกคัก และได้มีการถ่ายภาพแชร์ลงในโลกโซเชียล จนมีการแชร์ต่อในวงกว้างอยู่ในขณะนี้ โดยเด็กชายคนดังกล่าว คือ ด.ช.เสฏฐพงษ์ แช่มชื่น หรือน้องต้นกล้า อายุ 11 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดสระแก้ว ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา

ทั้งนี้ นางอาฒยา แช่มชื่น อายุ 38 ปี แม่ของน้องต้นกล้า เล่าให้ฟังว่า น้องต้นกล้าเริ่มสนใจวาดรูปมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยช่วงแรกจะเริ่มวาดรูปไดโนเสาร์ และสัตว์ป่าต่างๆ ต่อมาเริ่มสนใจวาดรูปแนวพุทธศิลป์ เป็นรูปพญานาค และพญาครุฑ ซึ่งมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อได้เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดสระแก้ว ทางโรงเรียนก็ได้สนับสนุนช่วยหาเวทีการประกวดให้ ทำให้ได้รับรางวัลมากมาย บางครั้งก็ไปที่ถนนเซาะกราว จ.บุรีรัมย์ ซึ่งได้รับการชื่นชมและมีผู้สนใจซื้อผลงานศิลปะไปอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ให้น้องต้นกล้าประมาณ 700-1,300 บาท ต่อวัน

โดยบางภาพมีคนขอซื้อในราคาที่สูงมาก เช่นภาพพระพิฆเนศ มีผู้ซื้อไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในราคา 7,000 บาท  ซึ่งรายได้ส่วนนี้ก็จะนำมาเป็นค่าเล่าเรียนของน้องต้นกล้า และส่งน้องชาย คือ ด.ช.ชัยพัชร์ แช่มชื่น อายุ 7 ปี เรียนหนังสือด้วย ส่วนความใฝ่ฝันของน้องต้นกล้านั้น คือเมื่อโตขึ้นอยากจะเป็นศิลปินแห่งชาติผู้ยิ่งใหญ่ เหมือนกับอาจารย์เฉลิมชัยให้ได้ โดยตอนนี้ก็กำลังสั่งสมประสบการณ์ และมีความตั้งใจอยากจะไปพบกับอาจารย์เฉลิมชัย สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ให้อาจารย์เฉลิมชัย ได้สอนเทคนิคต่างๆ ให้ต่อไป