สาวโพสต์เฟสบุ๊กขู่ ‘ยิงหัวลูกชาย’ ฉุนถูกไล่ออกจากคอนโด ขู่ยิงคนไล่ไส้แตก !!

สาวโพสต์ปืนลงเฟสบุ๊กขู่เอาปืน ‘ยิงหัวลูกชาย’ ฉุนถูกไล่ออกจากคอนโด

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 20 ม.ค.61 จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ Thatsanee Yanpanit ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า “มึงเอาสิ อีเจี๊ยบไล่ออก กูยิงหัวเจเดิ้ลประจาน ที่คอนโดชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านถนนงามวงศ์วาน มึงมาสิกูยิงไส้แตก ปืนกูประกอบแบบถูกต้อง 2 กระบอก ที่ช็อตไฟฟ้า มีดพกพา ไดนาโม สเปรย์แบบพกฉีดตาบอด ไม่ต้องมีใครแอบอ้าง I can take care my self. โดยในภาพมีรูปปืนพกสั้นวางอยู่ด้วย

หลังจากเกิดประเด็นดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้ประสาน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ถึงเรื่องดังกล่าว พบว่าเมื่อช่วงเวลา 01.00 วันที่ 20 ม.ค.61 ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้วแต่ผู้โพสต์ไม่ออกมาให้ข้อมูล และช่วงบ่ายนี้จะทำการเข้าตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม จ.นนทบุรีอีกครั้ง

โดยในช่วงเวลา 16.00 น.พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.เมษนนท์ นาขวัญ รองผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้เดินทางไปที่คอนโดดังกล่าว พบ น.ส.ทัศนัย์ ยานพาณิชย์ เจ้าของเฟสบุ๊กดังกล่าว กับลูกชาย ด.ช.เจเดิ้ล อยู่ในห้อง เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและมนุษย์ได้เข้าพูดคุยและให้คำปรึกษา ส่วนด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบอาวุธปืนและอาวุธอื่นๆ พบว่าอาวุธปืนเป็นปืนของเด็กเล่น ส่วนสิ่งของอื่นๆเป็นแค่คำขู่ เพื่อต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบเท่านั้น

จากการสอบถาม น.ส.ทัศนีย์ ยานพาณิชย์ กล่าวว่าสาเหตุที่เมื่อกลางดึกไม่เปิดห้องให้ตรวจสอบเพราะตนกลัวไม่กล้าเปิด สาเหตุที่โพสต์เพราะตนต้องการให้คนรับรู้และเข้ามาช่วย ตนลำบากมาก ตนเช่าห้องอยู่และเขาก็มาไล่ออกเพราะตนไม่มีเงินจ่าย

เบื้องต้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาวุธพบว่าเป็นของปลอม จึงได้ให้เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมเข้าดำเนินการแก้ไข โดยเบื้องต้นจะทำการย้ายออกจากคอนโดดังกล่าว ทางพัฒนาสังคมจะทำการหาที่อยู่ชั่วคราวให้เข้าพักต่อไป

ลูกค้าชื่นชอบ ! ก๋วยเตียวลาวาหม้อไฟสุดแปลกไม่เหมือนใคร

ก๋วยเตียวลาวาหม้อไฟเมืองพะเยาไอเดีย แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร

วันที่ 20 มกราคม 61 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปร้านขายก๋วยเตี๋ยวลาวาหม้อไฟ ตั้งอยู่เลขที่ 596 ม.16 บ้านแม่กาห้วยเคียน ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา โดยร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นเพิงแบบถาวรทำเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว โดยบริการ น้ำดื่ม และ ผักสด เติมเองได้ตลอด โดยร้านดังกล่าว เป็นความคิดของหนุ่มพะเยาเจ้าของร้าน ที่มีไอเดีย แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร คือการนำเอาเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยว ใส่ลงไปในหม้อไฟ และน้ำต้มยำจะใส่ชีส ให้รสชาติที่เร่าร้อนเหมือนลาวาภูเขาไฟ ซึ่งเป็นสูตรเด็ดทางร้านที่ยากจะหาใครเหมือนได้ ซึ่งจากการสังเกตของผู้สื่อข่าวพบว่า ร้านแห่งนี้ได้รับการต้อนรับจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ ในช่วงเวลาเที่ยงวัน จะมีลูกค้าทยอยเดินเข้ามาในร้าน จับจองโต๊ะนั่ง ที่ใช้วัสดุไม้ประดิษฐ์เป็นจำนวนมากแทบทุกวัน

นายกันต์ปวริศ พงษ์ธนัชเดชวรา วัย 30 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวลาวาหม้อไฟ เปิดเผยว่า ที่เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟฯเนื่องจากเนื่องจากตนเป็นคนที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยว โดยได้พัฒนาสูตรมาจากร้าน ก๋วยเตี๋ยวแม่หน่อยน้ำพองนอก จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นแม่ยาย และมีความคิดว่า น่าจะนำเอาวัสดุอื่นๆแปลกๆ มาปรุงรสเป็นก๋วยเตี๋ยวสูตรใหม่ ให้มีชื่อแปลกๆ จะสามารถดึงดูดลูกค้าได้ เพราะที่ผ่านมามีก๋วยเตี๋ยวหลากหลายสูตร ก็เรียกลูกค้าได้เป็นอย่างดี

สำหรับสูตรของก๋วยเตี๋ยวลาวาหม้อไฟของทางร้าน ตนเองได้ทดลองปรับปรุงสูตรต่างๆ จึงได้สูตรที่ลงตัว และสูตรน้ำซุปของทางร้านก็ถือไม่เหมือนใคร จึงขอเก็บเอาไว้เป็นสูตรเด็ดของร้าน ส่วนที่เรียกว่าก๋วยเตี๋ยวลาวาหม้อไฟ ก็คือการนำเอาเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยว ใส่ลงไปในหม้อไฟ และน้ำต้มยำ ก็จะใส่ชีสให้ความซู่ซ่าเหมือนลาวาเร่าร้อน ซึ่งเป็นสูตรเด็ดทางร้าน แต่จะแยกกัน หากเป็นหม้อไฟ คือชุดหม้อไฟหมู เครื่องปรุงก็เป็นหมู ส่วนหม้อไฟทะเล เครื่องปรุงก็เป็นทะเล ไม่มีการรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้น หมู หรือ เนื้อสไลด์บางๆ ผักบุ้ง ถั่วงอก อีกส่วนหนึ่งก็จะจัดลงไปในชาม คือ เส้นก๋วยเตี๋ยวชนิดต่างๆ ทั้ง หมี่เหลือง เส้นใหญ่ เส้นเล็ก เส้นหมี่ขาว ผักชี ต้นหอม หรือ ผัก และแคบหมู

สำหรับในกรณีที่เป็นชุดหม้อไฟทะเล ที่เป็นความลับคือสูตรเด็ดของทางร้านได้แก่ น้ำซุปที่เข้มข้น ที่ทางร้านขอเก็บเอาไว้เป็นพิเศษ รสแซ่บ ที่เวลาเทลาดลงไปในหม้อไฟแล้ว แทบไม่ต้องปรุงรสอะไรเพิ่มเติม ซึ่งก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟ 1 ชุด ราคา 149 บาท ลูกค้าสามารถรับประทาน ได้ 3-4 คน และยังสามารถจะสั่งเครื่องปรุงเพิ่มเติมเหมือนกับการรับประทานสุกี้ นอกจากนี้แล้วทางร้านก็มีก๋วยเตี๋ยวธรรมดา ให้บริการลูกค้าด้วยแบบถ้วย มีก๋วยเตี๋ยวหมู และเนื้อ ซึ่งมีทั้งน้ำใส และน้ำตก ธรรมดา ราคา 40 บาท พิเศษ 50 บาท เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. – 16.00 น. เป็นต้นไป

ม.นเรศวร ผุดโมเดลศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร สอดรับสังคมผู้สูงอายุ

มหาวิทยาลัยนเรศวร ผุดโมเดลศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร สอดรับสังคมผู้สูงอายุ

จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร ที่กำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในเร็วๆ นี้ เนื่องจากสถิติผู้สูงอายุในประเทศไทย พบว่าในปี 2559 เขตภาคเหนือตอนล่างซึ่งมีอยู่ 9 จังหวัด มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากถึง 1,009,690 คน หรือคิดเป็น 16.22 % ของจำนวนประชากรทั้งหมด

จำนวนที่มากอาจทำให้ผู้สูงอายุขาดการดูแล มีคุณภาพชีวิตที่ลดลง และเข้าถึงบริการสุขภาพไม่สะดวก ดังนั้น คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงได้มีแนวคิดจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร ซึ่งไม่ใช่เปิดเป็นบ้านพักคนชรา แต่จะเป็นศูนย์ที่ดูแลผู้สูงอายุตลอดต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

ขอบคุณภาพ https://health.mthai.com/howto/health-care/16620.html

ทั้งนี้ นายแพทย์บดินทร์ บุตรธรรม รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร อธิบายถึงกระบวนการของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรว่าจะเริ่มตั้งแต่การเก็บฐานข้อมูลของผู้สูงอายุในเขตพื้ที่อย่างละเอียด เช่น พิกัดที่อยู่ สภาพความเป็นอยู่ สถานะสุขภาพ โดยจะบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนกระบวนการกลางน้ำคือระบบเทรนนิ่งการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้กับแพทย์ พยาบาล อสม. ขณะที่กระบวนการปลายน้ำคือการเพิ่มคุณค่าคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริมให้มีรายได้ มีเงินออม ไม่ให้เป็นภาระแก่ลูกหลาน

สำหรับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรตั้งอยู่บริเวณหนองยายขวัญ บ้านปากพิง ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 170 ไร่ ห่างจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเพียง 13 กิโลเมตร เป็นสัดส่วนเป็นพื้นที่บริการต่างๆได้แก่เรือนพักแพทย์พยาบาล กลุ่มอาคารเพื่อดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่เน้นเรื่องการฟื้นฟูสุขภาพ กลุ่มอาคารสำหรับการให้บริการผู้ป่วยนอกแบบเฉพาะเจาะจงกับผู้สูงอายุ และกลุ่มอาคารดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย นอกจากนี้ยังมี ศูนย์เชื่อมโยงเพื่อทำหน้าที่คัดกรอง ส่งต่อ รับกลับ และวางแผนการรักษาทั้งระยะสั้นและระยะยาว อยู่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรจะพร้อมให้บริการในปี 2562